'นันทนา' ทวง 'รัฐบาล' เดินหน้าทำ รธน. ตามผลประชาชน จี้อย่าเทกลางแดด ด้าน 'วรงค์-เสรีพิศุทธิ์' สอนมวยให้เร่งแก้วิกฤติ-ยึดอุดมการณ์ทำงาน หวังทำคนไทยรวยไม่ไหวแล้วเป็นจริง
09 เม.ย.2569 - น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า รัฐบาลทำนโยบายสวนทางกับความเดือดร้อนของประชาชน โดยปัญหาใหญ่ไม่ถูกบรรจุไว้ในนโยบาย เช่น ฝุ่นพิษที่จ.เชียงใหม่ เผชิญปัญหาสภาพอากาศที่เลวร้ายในโลก มา 2 สัปดาห์แล้ว แต่รัฐบาลไม่มีเจตจำนงที่จะยืนยันให้ ร่างกฎหมายอากาศสะอาดเป็นกฎหมาย ซึ่งถือว่ารัฐบาลมองว่าชีวิตประชาชนมีค่าน้อยกว่าผลกำไรของนายทุน สำหรับการจัดทำนโยบายของรัฐบาลเหมือนกับทำในทุ่งลาเวนเดอร์ ขณะที่ประชาชนกำลังอยู่ในทุ่งกุลาร้องไห้
“การแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลไม่เขียนไว้เลย ทั้งที่ประชาชชน 21 ล้านเสียง ลงประชามติเห็นควรให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐบาลจะเทกลางแดดไม่ได้ เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ประชาชนกว่า 60% แสดงเจตจำนงชัดเจนต้องแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีหน้าที่ทำตามผลประชามติ นอกจากนั้นแล้วเรื่องงนิติธรรม ไม่มีเขียนไว้ในนโยบาย ทำให้กังวลว่าคดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดงอาจเป่าหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย” น.ส.นันทนา อภิปราย
ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า จากการติดตามวิกฤติราคาน้ำมัน ในช่วงเดือนมี.ค. พบว่ามีการขึ้นราคาน้ำมันถึง 8 ครั้ง ราคารวม 20.6 บาท ซึ่งถือว่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนกรณีที่มีประเด็นน้ำมันขาดแคลนนั้นจากการตรวจสอบของตน เชื่อว่าจะมีน้ำมันหายไปกว่า 635 ล้านลิตร ในช่วง 16-31 มี.ค. ซึ่งถือว่ามีกระบวนการปลอมน้ำมัน และโกงน้ำมัน นอกจากนั้นนายกฯ บอกว่าพูดแล้วทำในเรื่องการปราบการทุจริตคอร์รัปชัน ขอให้นายกฯ ลดจำนวนผู้ช่วย สส.ลง รวมถึงยกเลิกบำนาญ สส. สว. เพื่อนำไปจุนเจือประชาชน
“สิ่งที่รัฐบาลลทำดีผมชื่นชม แต่สิ่งที่ไม่ดี เช่นน้ำมันที่พบการโกง น้ำมันเก๊ ต้องเร่งจัดการ อะไรที่ผมแนะนำแล้วทำ ท่านจะอยู่ได้ 4 ปี แต่หากไม่แยแส ผมว่ารัฐบาลอาจอยู่ได้ไม่นาน” นพ.วรงค์ อภิปราย
ทางด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า การแต่งตั้ง ครม. แล้วเสร็จแล้ว พบว่ามีลูกเทพ เด็กเส้นเยอะไปหน่อย นอกจากนั้นแล้วมีรัฐมนตรีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้มูลความผิดในคดีฮั้วสว. จำนวน 12 คน ซึ่งรวมถึง นายอนุทิน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของครม. ดังนั้นขอให้พิจารณาดูว่าผลการทำงานจะเป็นรูปแบบใด อย่างไรก็ดีขอให้รัฐบาลยึดอุดมการณ์การทำงาน คือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ พึ่งตนเอง และร่วมมือกัน เพื่อให้ประชาชนอยู่กันอย่างเป็นสุข และทำให้คำพูดของนายกฯ ที่บอกว่า รวยแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว จะได้เป็นของจริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หมอวรงค์' บี้ 'สุริยะ' เคลียร์ข้อสงสัยรถเกี่ยวข้าว EV ชี้หากไม่ยกเลิกเท่ากับทำนาบนหลังคน
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พรรคไทยภักดี ถามนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ถึงโครงการรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าไถนา ทั้งนี้ นายโสภณ แจ้งว่า นายสุริยะ ได้มอบหมายให้นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงแทน แต่นายวัชระพล แจ้งว่าติดภารกิจสำคัญไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ และขอให้ฝากประเด็นโดยสรุปไปยัง
'หมอวรงค์' จี้ ศธ. สอบจัดซื้อหุ่นยนต์อาชีวะ สงสัยล็อกสเปกเอื้อนาย M50
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งตรวจสอบการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์เพื่อการศึกษา โดยเฉพาะการจัดซื้อของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อป้องกันการกำหนดเงื่อนไขที่อาจจำกัดการแข่งขันหรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการบางราย และสร้างความมั่นใจว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
'สว.นันทนา' จี้ กกต. เปิดคำวินิจฉัยคดีฮั้วสว. ให้สังคมคลายข้อสงสัย อย่าท้าทายศรัทธาปชช.
‘นันทนา’ กระทุ้ง กกต. ส่งศาลฎีกาเคลียร์คดี ‘ฮั้ว สว.’ ลั่น อย่าทำลายศรัทธาประชาชน มอง ควรเปิดคำวินิจฉัย ให้สังคมคลายข้อสงสัย
'หมอวรงค์' จี้คืนตำรวจรับใช้ประชาชนไม่ใช่รับใช้นักการเมือง
'หมอวรงค์' ขอตัดงบสตช. 10% แฉด่านลอยตบทรัพย์ ส่งส่วยซื้อตำแหน่ง คืนตำรวจรับใช้ประชาชน ไม่ใช่รับใช้นักการเมือง
'หมอวรงค์' ข้องใจรัฐบาลทำประกันภัยพิบัติเบี้ยแพงที่สุดในโลก!
'หมอวรงค์' ชำแหละงบเยียวยาภัยพิบัติ นายกฯอ้างปีละ 4 หมื่นล้าน แต่จริงเฉลี่ย 9.8 พันล้าน ซัดรัฐบาลทำประกันภัยพิบัติ 1.55 หมื่นล้าน เบี้ยสูง 20% แพงสุดในโลก หวั่นมีคนหวังคอมมิชชั่น
'หมอวรงค์' แถลงค้านโครงการประกันภัยพิบัติ จ่ายเบี้ยปีละ 1.5 หมื่นล้าน สวนทางตัวเลขเสียหายจริงเฉลี่ยปีละ 5.3 พันล้าน
'หมอวรงค์' เบรกโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดตัวเลขความเสียหายเฉลี่ยปีละ 5.3 พันล. ข้องใจ เอาตัวเลข 4 หมื่นล.มาจากไหน พร้อมจับตาปม 'คอมมิชชั่น' ย้ำ ภัยพิบัติหนักหรือเบา รัฐบาลหนีความรับผิดชอบไม่ได้ แนะ ตั้งกองทุนสะสมเงินดูแลประชาชนเอง

