สภาฯ ถกญัตติปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ 'หมอวรงค์' ฉะ 'ศุภจี' ไร้ประสบการณ์

สภาฯ ถกญัตติปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปชน.ซัดรัฐบาลช่วยเกษตรกรแบบฉาบฉวย เมิน อุดหนุนราคาน้ำมัน ปุ๋ย ต่างจากต่างประเทศที่ปกป้องเกษตรกร ด้าน "หมอวรงค์" ฉะ "ศุภจี" ไม่มีความรู้แก้ปัญหาเรื่องข้าว บอกมาเรียนกับผมได้

22 เมษายน 2569 - เมื่อเวลา 15.15 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่2 เป็นประธานการประชุม หลังจากที่ประชุมพิจารณาญัตติการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเสร็จแล้ว จึงเข้าสู่ญัตติ ขอให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษา การแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ของนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และญัตติที่มีเนื้อหาคล้ายกัน อีก 3 ญัตติ จึงพิจารณาไปในคราวเดียวกัน

โดยนายเลาฟั้ง เสนอญัตติว่า ตั้งแต่ต้นปี2569 ราคาสินค้าเกษตรหลายรายการตกต่ำอย่างมาก ทั้งมะพร้าวน้ำหอม หอมหัวใหญ่ กะหล่ำปลี มันฝรั่ง กระเทียม กระทบความเป็นอยู่ของเกษตรกรจำนวนมาก สาเหตุปัญหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงสถานการณ์ตลาดตามปกติเท่านั้น แต่ยังมาจากการกำกับดูแลมาตรฐานของสินค้าที่ไม่ครอบคลุม ชัดเจน ปริมาณการนำเข้าที่มากเกินไป ยิ่งสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังรุนแรง ส่งผลกระทบต้นทุนการผลิตเกษตรกร ที่เพิ่มขึ้น ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี

นายเลาฟั้ง กล่าวต่อว่า ความเดือดร้อนเหล่านี้เกษตรกรไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ สินค้าที่วิกฤติมากๆ คือ มะม่วง เหลือกิโลกรัมละ 3 บาท ตกลูกละไม่ถึงบาท ถุงห่อมะม่วงยังแพงกว่ามะม่วง รัฐบาลประโคมว่า ช่วยแล้ว แต่ความจริงไม่ได้ช่วย ขณะนี้ต้นทุนเพาะปลูกสูง แต่รัฐบาลช่วยแบบฉาบฉวย เช่น ราคามะม่วงที่จ.พิษณุโลก กรมการค้าภายในเข้าไปช่วยซื้อ เพิ่มให้อีกกิโลกรัมละ 1.50บาท แต่ซื้อแค่ 30ตัน จากทั้งจังหวัดมี 50,000ตัน คิดเป็นแค่ 0.06% ทั้งจังหวัดขาดทุน 450ล้านบาท ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรอื่นๆ อาทิ ข้าว ราคาตันละ 5,000-6,000บาท จากต้นทุน 6,000-10,000บาท มันสำปะหลัง กิโลกรัมละ 2.8-3.5บาท ส้มกิโลกรัมละ 3-8บาท กะหล่ำปลีกิโลกรัมไม่ถึงบาท รัฐบาลช่วยแบบฉาบฉวย แทบจะไม่ได้ช่วย

นายเลาฟั้ง กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันยังมีปัญหานำเข้าสินค้าการเกษตรจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน สวนทางกับการส่งออก และสิ่งที่ซ้ำเติมตามมาคือ สงครามตะวันออกลาง ทำให้ราคาน้ำมันแพง ต้นทุกเกษตรกรเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่รัฐบาลทำคือทอดทิ้งเกษตรกร ไม่อุดหนุนราคาน้ำมัน ปุ๋ย ผิดกับต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น ที่ปกป้องเกษตรกร ทั้งลดราคา และแจกคูปองให้เกษตรกรไปซื้อน้ำมัน ปุ๋ย ในราคาถูกกว่าคนอื่น แต่ประเทศไทยในภาวะปุ๋ยแพง ขาดแคลน กลับยังส่งออกปุ๋ยไปต่างประเทศ มีข้อเสนอ 3 ข้อคือ 1.ระยะสั้น ต้องช่วยให้เกษตรกรมีเงินเลี้ยงชีพ มีต้นทุนเพาะปลูกฤดูกาลหน้า 2.ระยะกลางหาทางออก ลดต้นทุนให้เกษตรกรสามารถแข่งกับต่างประเทศได้ และ3.ระยะยาว ต้องออกแบบโครงสร้างให้เกษตรกรได้กำไร

ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี เสนอญัตติว่า ขณะนี้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำมีหลายรายการ แม้แต่ชาวนา ชาวสวนปาล์ม ก็ขอพบ รมว.เกษตรและสหกณ์การกเษตร โดยเฉพาะข้าวที่มีราคาตกต่ำ เพราะฤดูกาลนี้เป็นฤดูข้าวนาปัง ประมาณ 70 %เก็บเกี่ยวในเดือนมี.ค.-เม.ย.ซึ่งปริมาณออกมามากจนราคาตกต่ำ ทั้งที่พี่น้องชาวนา เป็นฐานเสียงของพวกเรา ชาวนาเป็นเกษตรกรรายใหญ่ ที่เลือกสส.เข้าสภาฯ ในวงจนของข้าวโรงสี พ่อค้าข้าวถุง พ่อค้าส่งออกข้าว ร่ำรวย แต่ชาวนาผู้ปลูกข้าวจน

“ผมขอเรียนถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ผมกับท่านไม่มีอะไรกัน เจอหน้าสวัสดีกัน คุยกันได้ ผมชื่นชมเพราะหลายเรื่องท่านก็ทำได้ดี แต่สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องข้าว หรือผลผลิตทางการเกษตรในระดับรากหญ้า ผมเชื่อว่าท่านไม่มีประสบการณ์จริงๆ ดังนั้นท่านมาเรียนรู้กับผมได้ และคิดว่ารัฐมนตรีทุกคน หรือสส.ที่อีกหน่อยได้เป็นรัฐมนตรีคิดไว้เลยว่าปัญหาเหล่านี้เกิดทุกยุคทุกสมัย แต่ไม่มีใครจริงใจในการแก้ไขปัญหา”นพ.วรค์ กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า แนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนคือการเสนอพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การแบ่งบันผลประโยชน์ข้าว ที่มีการกำหนดไว้ชัดเจนในการแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับเกษตรกร โรงสีข้าว ผู้จัดจำหน่วยข้าวสาร และให้ความคุ้มครองกำไรกับชาวนาไม่น้อยกว่า 50 % ที่เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ เมื่อปี 2562 ดังนั้นถ้ารัฐบาลเอาสิ่งนี้ไปทำ ตนพร้อมสนับสนุนเต็มที่เพื่อให้ พ.ร.บ.นี้เกิดขึ้นมาให้ได้ ทำให้พี่น้องชาวนาลืมตาอ้าปากแบบยั่งยืน ไม่ต้องจำนำ ไม่ต้องประกัน ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น เพราะทุกคนจะได้รับความเป็นธรรม

หลังผู้เสนอญัตติเสร็จสิ้นแล้ว เปิดให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น โดยมีสส.แสดงความจำนงที่จะอภิปรายจำนวน 60 คน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ท่านประธานโสภณ ไอเดียฟุ้ง ดันรัฐสภาเป็นปอดแห่งใหม่คนกรุง ให้ประชาชนเข้าถึงใช้สอยคุ้มค่า

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา พร้อมด้วย ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคณะทำงาน ลงสำรวจบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่7) และศาลาแก้ว เพื่อหารือแนวทางปรับปรุงภูมิทัศน์และการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ลุ้น! 'ศาลรธน.' รับ-ไม่รับคำร้อง คดีเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ฝ่ายค้านดีเดย์ยื่นเที่ยง 11 พ.ค.นี้

ลุ้นศาลรธน.รับ-ไม่รับคำร้อง คดีเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ฝ่ายค้านดีเดย์ เที่ยงพรุ่งนี้ ยื่นสกัด ปชป.มั่นใจมีหมัดน็อค โวยอย่าเอาประชาชนรอคนละครึ่งมาเป็นตัวประกัน

‘โสภณ’ ปรับโฉมสื่อรัฐสภา เปิดพื้นที่เยาวชน สร้างความเข้าใจประชาธิปไตย

ประธานรัฐสภาเดินหน้าวางทิศทางสื่อในเครือรัฐสภาให้ทันยุค ผสานวิทยุ โทรทัศน์ และออนไลน์เข้าด้วยกัน ชูจุดแข็งข้อมูลถูกต้อง โปร่งใส เข้าถึงประชาชน พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมสภาจำลองและรายการสร้างสรรค์ หวังปลูกฝังค่านิยมประชาธิปไตยตั้งแต่รุ่นใหม่

นักเขียนซีไรต์ ทนไม่ไหว! ไล่ สส.บุรีรัมย์ ลาออกไปเลย โวย 'หมอวรงค์' ชงตัดบำนาญ สส.

นายวิมล ไทรนิ่มนวล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดูและอ่านถ้อยความของ "สนอง เทพอักษรณรงค์" ของสส.บุรีรัมย์ แล้วอยากบอกว่า คนที่จะต้องลาออกจากการเป็นสส.ไม่ใช่คุณหมอวรงค์ แต่คือคุณสนองเอง เพราะสส.คือคนที่อาสาทำงานให้ประชาชน ไม่มีใครบังคับข่มขู่หรืออ้อนวอนขอร้องให้เป็น

'หมอวรงค์' รับหนังสือภาคประชาชน ดันยกเลิกเอกสิทธิ์คุ้มครอง-เงินบำนาญ ลดผู้ช่วย สส. สว.

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี รับยื่นหนังสือ จากภาคประชาชนเรื่องยกเลิกสิทธิประโยชน์เรือนจำเป็นของ สส.สว. เรื่องขอให้ผลักดัน 3 เรื่อง คือ 1.ยกเลิกเอกสิทธิคุ้มครอง สส.และ สว. เพราะเป็นเหมือนที่หลบซ่อนจากการถูกดำเนินคดี 2.การยกเลิกบำนาญสส.และ สว. และ 3.การลดจำนวนผู้ช่วยสส. จาก 8 คน เหลือ 3 คน เพื่อนำเงินที่ต้องจ่ายในส่วนนี้ไปใช้ในโครงการที่เกิดประโยชย์กับประเทศชาติ และประชาชนมาก

'กรวีร์' บอกฝ่ายค้านลดประเด็นการเมือง หลังจี้นายกฯตอบกระทู้ทุกสัปดาห์

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการยืนยันร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะพ.ร.บ.อากาศสะอาดว่า ทางวิปรัฐบาลได้ประสานกับทางครม.เรื่องของการยืนยันกฎหมาย เชื่อว่าครม.จะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเสนอเข้ามาให้ทันภายในกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ซึ่งเป็นเดดไลน์