สว. รุมจวก กกต. ทำให้ปชช. เสื่อมศรัทธา ชี้การจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำประชาชนเสื่อมศรัทธา สวนทางรายงานที่อ้างโปร่งใส “หมอเปรม” ถามเลขากกต. ทำไมภูมิใจ คำว่า “อย่ามาแหวง” ทั้งที่สะท้อนความไม่น่าเชื่อถือ ขณะที่ “อังคณา“ ชี้หัวใจการเลือกตั้งอยู่ที่โปร่งใส-ตรวจสอบได้ สะท้อนเสียงประชาชนไม่ไว้วางใจ กกต. พร้อมเสนอ 4 แนวทางฟื้นศรัทธา
28 เมษายน 2569 - ที่รัฐสภา ที่ประชุมวุฒิสภา มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณารายงาน ผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567 ตามมาตรา 22 (8) แห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ 2560 โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)นำข้าราชการ 12 คนมาชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา
ทั้งนี้ การอภิปรายของสว.ส่วนใหญ่ตำหนิการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งของ กกต.ในช่วงที่ผ่านมาว่าทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาและไม่เชื่อถือ โดยเฉพาะการเลือกตั้ง สว.และสส. โดย
นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. อภิปรายวา วันนี้กกต.มีภาพลักษณ์ต่างจากสมัย นายบุญส่ง เป็นกกต.อย่างมาก คนคาดหวังว่ากก.จะมีความโปร่งใสในการเลือกตั้งทุกระดับ ถ้าจำกันได้สมัยก่อนจัดการเลือกตั้งโดยกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด มีกกต.ครั้งแรกในรัฐธรรมนูญปี 2540 กกต.ช่วงนั้นเป็นกกต.ในฝันของประชาชน ที่ตนประทับใจมีกกต.ท่านหนึ่งประกาศการรับรองสส.ว่า จะไม่ยอมให้คนชั่วเหยียบบันไดสภา การเลือกตั้งครั้งนั้นจึงบริสุทธิ์โปร่งใสเป็นที่นับถือจนเป็นตำนานของการเลือกตั้งที่เรามีกกต.ชุดแรก หลังรัฐธรรมนูญปี 2540 เราก็มีกกต.มาถึงทุกวันนี้ เพราะประชาชนอยากให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่อยากให้นักการเมืองที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นองค์กรที่คุมกรรมการการเลือกตั้ง
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อดูรายงานจากเอกสารที่กกต.เสนอต่อวุฒิสภา กกต.บอกจัดการเลือกตั้งได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม มีความเรียบร้อยโปร่งใส แต่ประชาชนกลับตั้งคำถามมากมายถึงการเลือกตั้งสส.และสว.ที่ผ่านมา รวมถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ จนมีประชาชนพูดตรงกันทั่วประเทศว่าอย่ามาแหวง แต่เลขาธิการกกต.กับบอกอย่างภูมิใจว่าท่านไม่ถือ ไม่โกรธและชอบด้วยซ้ำ
“ค้านกับความรู้สึกของประชาชนเพราะคำว่าอย่ามาแหวง เขาหมายถึงไม่เชื่อถือ แล้วจะมาภูมิใจในความไม่เชื่อถือนี้ได้อย่างไร อยากถามเลขาธิการกกต.ว่า ปากกับใจตรงกันหรือไม่ ที่พูดว่าชอบคำพูดอย่ามาแหวง ความจริงน่าจะเอาเสียงสะท้อนนี้ตรวจสอบว่าทำไมประชาชนพูดแบบนี้ ผมจำได้เลขาธิการกกต.คนแรกสมัยนายวิจิตร อยู่สุภาพ ประชาชนก็ไม่เคยบอกว่า อย่ามาวิจิตร แต่เวลานี้ทำไมประชาชนตั้งคำถามว่ากกต. อิสระจริงหรือไม่"นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในรายงานกกต.บอกว่าในปี 2569 จะเต็มไปด้วยความท้าทายอย่างยิ่ง จะมีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ จึงอยากถามว่า กกต.ได้ทำตามที่ท่านได้บอกว่า ท้าทายแล้วใช่หรือไม่ ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมามีการทำประชามติในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าประชาชนกว่า 21 ล้านคนเห็นควรให้แก้ไข แต่ในการแแถลงนโยบายรัฐบาล ไม่มีการเขียนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเลยแม้บรรทัดเดียว ถ้าตนเป็นกกต.โวยไปแล้ว และอนาคตการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรในเมื่อไม่มีในนโยบายรัฐบาล แล้วกกต.ยังนิ่งเฉยได้อย่างไร
"รายงานของกกต.ที่ส่งให้สมาชิกวุฒิสภาพิจารณาทำอย่างสละสลวย ทำให้ผมเคลิ้มแต่ขาดศรัทธา วันนี้ศรัทธาถูกบั่นทอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า องค์กรอิสระแห่งนี้จะคงอยู่ต่อไปได้อย่างไรบนศรัทธาที่เสื่อมคลอนลงมาเรื่อยๆ ผมอยากพูดคำหนึ่งให้เลขาธิการกกต.และคณะที่มาชี้แจงว่า วันนี้ท่านมีอำนาจ ท่านมีบทบาทในการจัดการเลือกตั้งที่รัฐธรรมนูญมอบหมาย แต่อำนาจที่ปราศจากความน่าเชื่อถือจะเป็นอำนาจที่ไร้ความหมาย"นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร สว. อภิปรายว่า วิสัยทัศน์ของกกต.ที่ระบุในรายงานว่าให้เป็นที่ยอมรับระดับสากลในกระบวนการเลือกตั้งอย่างมืออาชีพในระบอบประชาธิปไตย ตนคิดว่าหลักการสำคัญที่สุดในสากลที่จะได้รับการยอมรับคือ เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งความท้าทายคือทำอย่างไรประชาชนจะเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง โดยหลังการเลือกตั้งสว.ปี 67 และการเลือกตั้งสส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ภาพสะท้อนออกมาชัดเจนคือความไม่เชื่อมั่นของประชาชน ไม่ใช่ดูแค่จากผลคะแนน แต่หมายถึงกระบวนการทั้งหมดในการจัดการที่นำมาสู่ผลคะแนน ถ้าฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนจะพบปัญหาตั้งแต่การจัดการหน่วยเลือกตั้ง การนับคะแนน การรายงานผล จนถึงช่องทางที่ประชาชนร้องเรียนปัญหาเข้าถึงยาก เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่เข้าใจด้วยเหตุผลก็ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจตามมา และขยายตัวเป็นวิกฤตศรัทธาที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้ง และกกต.
นางอังคณา กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งที่ขาดความเชื่อมั่นจากประชาชนจะไม่สามารถส่งผลต่อการพัฒนาประชาธิปไตยระบบตัวแทน ไม่สะท้อนเสียงของประชาชนในการตรวจสอบอำนาจรัฐผ่านผู้แทนฯของตน ซึ่งในรายงานของกกต.ได้กล่าวถึงความท้าทายในการการเลือกตั้งสว.ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก และที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามถึงกกต.ในเรื่องความโปร่งใส ความยุติธรรม รวมถึงการจัดการกับการซื้อเสียง กติกาที่ไม่เป็นธรรม หรือการบังคับใช้กฎระเบียบที่อาจถูกมองว่าเกิดความไม่เท่าเทียมในการแข่งขัน
“คำถามจึงย้อนกลับไปที่กกต.ว่า ทำอย่างไรจะปรับปรุงกฎเกณฑ์ กติกาและกระบวนการการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปมาก ฉะนั้นความไว้วางใจแบบเดิมๆที่เคยมี ก็ทำให้ประชาชนสามารถจะเข้าถึงข้อสังเกต หรือสิ่งที่สงสัยได้ ที่ผ่านมาดิฉันได้ฟังคำชี้แจงจากกกต. ที่มักจะโน้มน้าวอธิบายด้วยวาจาให้ประชาชนเชื่อมั่นในการจัดการเลือกตั้ง แทนที่จะเป็นการแสดงเหตุผล หรือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้”นางอังคณา กล่าว
นางอังคณา กล่าว่อว่า การทำหน้าที่ของกกต.จึงควรยึดหลักความโปร่งใสและอดทนในการอธิบาย รวมถึงการเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยความไว้วางใจจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อประชาชนสามารถตรวจสอบทุกขั้นตอนสำคัญของการเลือกตั้งโดยปราศจากความกลัว ไม่ใช่แค่คำยืนยันหรือการรับรองจาก กกต. อย่างเดียว ไม่ใช่แค่เพียงว่ากกต. ทำถูกกฎหมายหรือไม่ แต่คือกกต. จะทำให้ประชาชนเห็นได้อย่างไรว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างถูกต้องและชอบธรรม เพราะนี่คือหัวใจของการสร้างความเชื่อมั่น ไม่ใช่เฉพาะแค่กกต. แต่การเลือกตั้งที่เป็นธรรมส่งผลโดยตรงให้ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งได้รับความไว้วางใจ รู้สึกว่าตัวเองมีศักดิ์ศรี และภาคภูมิใจในการเป็นผู้แทนฯของประชาชน ดังนั้นกกต. ต้องสื่อสารเชิงกระบวนการ โดยใช้เหตุผลและคำอธิบายมากกว่าสื่อสารเชิงตอบโต้หรือเลือกที่จะเงียบ หรือทำให้ประชาชนหวาดกลัว โดยการใช้กฎหมายคุกคาม ซึ่งในประเทศประชาธิปไตยตนไม่เห็นว่า มีประเทศไหนที่องค์กรอิสระฟ้องร้องประชาชนที่ใช้สิทธิโดยสุจริตและซื่อตรงในการตรวจสอบองค์กรอิสระ
นางอังคณา กล่าวว่า ตนมีข้อเสนอแนะต่อกกต. คือ 1. ต้องมีการสร้างกลไกเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการเลือกตั้งได้โดยง่าย 2.การจัดการเรื่องร้องเรียนควรมีระยะเวลาดำเนินการที่แน่นอนและในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนนั้นๆ ไม่ควรล่าช้าและควรเปิดเผยคำวินิจฉัยอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรต่อสาธารณะ 3.การสื่อสารกับประชาชน กกต. ควรลดการใช้ภาษากฎหมายที่ตีความยาก และให้คำอธิบายถึงความสำคัญ และเหตุผลเชิงประจักษ์ให้ประชาชนเข้าใจได้โดยง่าย กกต. ต้องอดทนอดกลั้นในการชี้แจง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ และ 4. กกต.ไม่ควรใช้กฎหมายในการฟ้องร้องหรือดำเนินคดีกับประชาชนที่แสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและเปิดเผย เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการคุกคามโดยการใช้กฎหมาย
“ความเชื่อมั่นศรัทธาไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้เอง แต่ต้องสร้างขึ้นด้วยการทำงานที่เปิดเผยโปร่งใสและตรวจสอบได้ ยิ่งสังคมตั้งคำถามมากเท่าไหร่ถือว่าประชาชนให้ความสำคัญกับกกต.มากขึ้นเท่านั้น เพราะการเลือกตั้งเป็นสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของประชาชน และในระบอบประชาธิปไตยความโปร่งใสเป็นธรรมและได้รับการยอมรับจากประชาชน”นางอังคณา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จันทร์นี้ระทึก! 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'ศาลรธน.' ต้องยึด 3 หลักตีความเคร่งครัด
จันทร์นี้มีระทึก 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'อดีตผู้พิพากษา' ย้ำ 9 ตุลาการศาลรธน. ต้องตีความโดยเคร่งครัด อย่าตีความขยายรัฐธรรมนูญ ชี้เสี่ยงบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ
จับตา! 3 ปรากฎการณ์ เขย่า 'ระบอบสีน้ำเงิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตาท่าทีอนุรักษ์นิยมต่อระบอบสีน้ำเงิน" โดยระบุว่า
'ศรีสุวรรณ' บุกร้อง ป.ป.ช. เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง 2 สว. กลับคำให้การคดีฮั้ว สว.
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงคณะกรรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่กลับคำให้การในคดีฮั้ว สว. อันถือได้ว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่
กกต. ผวา 'ม็อบสนธิ' สั่งสื่อลงทะเบียนล่วงหน้า ยกระดับความปลอดภัย
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รับมือกลุ่มมวลชนเตรียมเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในช่วงปลายสัปดาห์นี้
'ทนายตั้ม' โผล่ร้อง บช.ก.เอาผิด กกต.เสียงข้างมาก!
'ทนายตั้ม' ร้อง บช.ก.เอาผิด กกต.เสียงข้างมาก ปฏิบัติหน้ที่โดยมิชอบไม่สั่งฟ้องฮั้ว สว.พร้อมหอบ ภาพ-คลิปเสียงของ 'สิทธิโชติ' มอบพนักงาน อ้างในฐานะผู้สมัครและ สว.สำรองกลุ่มที่ 17 มีส่วนได้เสียโดยตรง
'ณัฐพงษ์' เคาะ 25 ก.ย.ยื่น ป.ป.ช.สอย 7 อรหันต์ กกต.
'ณัฐพงษ์' ลุยยื่น ปปช. สอบเอาผิด 7 กกต. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบในคดีฮั้ว สว. เมินหลักฐาน เอื้อประโยชน์นักการเมือง 'พริษฐ์' จับตาเข้มตั้ง 'ปิยะ' นั่งอธิบดีดีเอสไอ เป่าตกประเด็นอั่งยี่-ซ่องโจร หลังมีประวัติเป็นอนุชุด 36

