สภาเดือด! ประธานสภาซัด สส.ส้มพูดเอาแต่ได้

สภาเดือด สส.ปชน.ประท้วงไม่ให้หารือ 'โสภณ' สวน 'พูดเอาแต่ได้' ยันทำตามระเบียบ เผยเสนอชื่อ 'ณัฐพงษ์' เป็นผู้นำฝ่ายค้านแล้วไม่ล่าช้า แต่ต้องรอตามขั้นตอน

06 พ.ค.2569 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา เป็นประธานการประชุม หลังให้ให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่แล้ว และก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุม เริ่มเกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อ นายพงษ์สรณัฐ ทองลี สส.กทม. พรรคประชาชน พยายามจะขอหารือเรื่อการดำเนินการในสภา แต่นายโสภณ ไม่อนุญาตให้พูด และชี้แจงว่ามีเรื่องหารือเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ และในกรณีที่มีการปรึกษาหารือโดยที่ไม่อยู่ในวาระ ในที่ประชุมวิปขอให้ส่งโน้ตและส่งเรื่องมา ซึ่งเป็นการตกลงกันในที่ประชุมวิป แต่นายพงษ์สรณัฐพยายามที่จะขอพูดว่าเป็นเรื่องทวงถาม แต่นายโสภณ ไม่ยอมให้พูด พร้อมกล่าวว่า ยังไม่จบวาระเลย อยู่ดีๆท่านก็มาแทรกอย่างนี้ เรื่องที่ท่านเสนอมามันรอได้

ทำให้นายปรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอให้ประธานเปิดประชุมเข้าวาระก่อนก็ได้ แล้วค่อยหารือเรื่องนี้กันต่อ นายโสภณชี้แจงว่า ขอเรียนท่านสมาชิกว่าการควบคุมการประชุมต่อก็ต้องยึดระเบียบวาระการประชุม และข้อตกลง ซึ่งก็มีข้อตกลงในการปรึกษาหารือไม่ใช่อยู่ดีๆ ใครยกมือขึ้นพูดอะไรที่ไม่อยู่ในระเบียบวาระก็ไม่อนุญาติ ฉะนั้นเราจะทำให้บรรยากาศการประชุมไม่ราบรื่น มีเรื่องใดสำคัญอนุญาตอยู่แล้ว

นายปรกรณ์วุฒิ ลุกขึ้นกล่าวว่าเป็นการหารือความเดือดร้อนของประชาชน แต่ในสภาก็มีเรื่องหารือที่เกี่ยวข้องกับกิจการของสภา และของประธาน ที่สมาชิกมีสิทธิที่จะหารือเพื่อให้ประธานแก้ไข เวลาที่วิปสองฝ่ายตกลงกันได้ แต่ประธานยังไม่ได้ปฏิบัติตามที่วิปสองฝ่ายตกลงกันก็ต้องลุกขึ้นหารือ เพื่อทักท้วงหรือทวงถามเพื่อให้ประธานได้ดำเนินการตามนั้น แต่ถ้าประธานจะใช้มาตรฐานว่าจะไม่อนุญาตให้หารือเรื่องใดๆ นอกระเบียบวาระเลยคิดว่าเราทำงานกันลำบาก แต่ถ้าประธานจะใช้ดุลอย่าพินิจแบบนั้นไม่ว่าใครก็ตามจะเป็นพรรคไหนก็ตามลุกขึ้นหารือเรื่องอื่นตนประท้วงตลอด จะนับองค์ประชุมอะไรกันก็เอาเลย ตนไม่มีปัญหา แต่คิดว่าประธานควรที่จะรับฟังเพื่อนสมาชิกมากกว่านี้ ประธานบอกเองว่าถ้าเป็นเรื่องสำคัญจะอนุญาตแต่ประธานยังไม่ได้ฟังเพื่อนสมาชิกเลยว่าจะพูดเรื่องอะไรประธานก็ปิดไมค์แล้วบอกว่าไม่อนุญาตแล้ว

ทำให้นายโสภณ สวนกลับว่า “ท่านพูดเอาแต่ได้” ขอให้นั่งลง ทำให้นายปกรณ์วุฒิ ลุกขึ้นประท้วงว่าเป็นการเสียดสี แต่นายโสภณโต้กลับว่าไม่ได้เสียดสีและขอให้ฝั่งตนชี้แจง ที่กล่าวหาว่าไม่ให้หารือ ท่านก็อยู่ในที่ประชุมวิปท่านกล่าวหาตนหรือไม่ ดังนั้นต้องให้ตนชี้แจง ขอให้นั่งลงด้วย พร้อมชี้แจงว่าที่ไม่อนุญาตเพราะสมาชิกขึ้นมาพูดระะหว่างการหารือด้วยวาจากับลายลัษณ์อักษร ท่านทำถูกหรือไม่เป็นเรื่องสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ ตนก็บอกเลยว่าไม่ได้ปิดกั้นแล้วตนผิดตรงไหน พูดว่าท่านพูดเอาแต่ได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆแล้วตนมาพูดแบบนี้

“ในฐานะที่เป็นประธานควบคุมการประชุมให้อยู่ในความเรียบร้อยตามสมควรที่ผมจะอนุโลมได้ ฉะนั้นวันนี้ขอเรียนว่าสิ่งที่ผมทำไป ผมไม่ได้ผิดอะไร และผมก็ไม่ได้ปิดกั้นสมาชิกด้วย ยังเปิดโอกาสให้สมาชิกหารือ แต่ท่านพูดเกินเลยไปคนที่ฟังอยู่ทางบ้านก็จะเข้าใจผมผิด”นายโสภณ กล่าว

แต่นายปรณ์วุฒิยังไม่ยอม ขอให้ประธานไปย้อนดูคลิปได้เลย ว่าก่อนหน้าที่พูดกับนายพงงษ์สรณัฐว่าอะไร แต่ตนเป็นคนหาทางออกให้ท่าน และที่ท่านประธานกล่าวหาตนว่าพูดเอาแต่ได้เป็นการเสียดสีอย่างชัดเจนประธานเป็น สส.คนหนึ่ง ซึ่งก็มีสิทธิ์ที่จะประท้วง และรู้สึกว่าคำพูดนี้มันรุนแรงเกินไปกับสิ่งที่ตนพูดขอให้ประธานพิจารณา แต่จะไม่ขอให้ประธานถอนคำพูด ขอยืนยันว่าไม่ได้พูดเอาแต่ได้ พยายามหาทางออกให้สภาแห่งนี้ราบรื่นที่สุด ทำให้นายโสภณชี้แจงว่าคนที่ฟังอยู่ทางบ้านจะตัดสินเอง

ขณะที่นายพงษ์สรณัฐ ทวงถามถึงการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าการทำเรื่องดังกล่าวล่าช้า เป็นผลต่อการคัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระ ซึ่งต้องมีกรรมการที่ประกอบด้วยผู้นำฝ่ายค้านในสภา เมื่อไม่มีผู้นำฝ่ายค้านในสภา ทำให้สัดส่วนกรรมการสรรหานั้นไม่สมดุล เพราะตำแหน่งประธานสภานั้นถือว่าเป็นฝ่ายบริหาร ดังนั้นเมื่อกรรมการสรรหาไม่สมดุล ไม่มีผู้นำฝ่ายค้านจึงทำให้การพิจารณาไม่รอบคอบ เกิดความเสียหายต่อประชาชน

ทำให้นายโสภณ ชี้แจงงว่า ตนทราบดีว่าตามรัฐธรรมนูญคุณสมบัติของผู้นำฝ่ายค้านเป็นอย่างไร ซึ่งสถานการณ์ของพรรคประชาชนทราบดีว่า เพิ่งมีการประกาศชัดเจนว่าหัวหน้าพรรคประชาชนที่ชัดเจนว่าเป็นใคร ช่วงวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยจากนั้นตนไม่ได้นิ่งนอนใจ แค่สัปดาห์เดียว ก็ให้ฝ่ายเลขาธิการสภา ทำตามกระบวนการ และเมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ลงชื่อเสนอแต่งตั้งไปแล้ว ขอถามว่าล่าช้าตรงไหน ยืนยันว่ากระบวนการตั้งผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้ล่าช้า และส่งหนังสือไปแล้วตามขั้นตอน

นายโสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่อภิปรายเหมือนว่าตนไม่มีมารยาท ขอให้ไปดูระเบียบ เพราะการพูดของท่านทำให้คนฟังเข้าใจผิดไปหมด ทั้งนี้ในกระบวนการประชุมสรรหาตนไม่มีอำนาจอะไร เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

ประธานสภายังชี้แจงถึงเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญประจำสภ ว่า หลังจากที่แต่ละพรรคได้รับการจัดสรรโควตาประธานกมธ.แล้ว ขณะนี้เหลือว่าแต่ละพรรคกำหนดสส.เป็นกมธ.ตามสัดส่วน และตนยืนยันว่าจะบรรจุวาระนี้ไว้ในเรื่องอื่นๆ แต่ขอให้แต่ละพรรคแจ้งมาถึงความพร้อมต่อการเสนอชื่อ แต่ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีความพร้อม ตนจึงทำไม่ได้

ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ชี้แจงในฐานะกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคประชาชน ว่า พรรคประชาชนไม่มีปัญหาที่ถูกยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศาลรัฐธรรมนูญ หรือยุบพรรค และมีสถานะเช่นเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นจึงไม่มีประเด็นที่จะถูกยุบพรรค นอกจากนั้นตนในฐานะ กก.บห.พรรค ยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคฯ ส่วนตำแหน่งที่เปลี่ยนมีเพียงตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯและกก.บห.พรรค เท่านั้น

“สถานะของพวกผม ในกก.บห.จะเป็นครบ 4 ปี นับก่อตั้ง 2567 สิ้นสุด ปี2571 ดังนั้นหัวหน้าพรรคฯ คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไม่มีการเปลี่ยนตัว และไม่เคยประกาศต่อสาธารณะ ถึงการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่”นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายโสภณชี้แจงว่า การที่ตนปล่อยให้พูด ถ้าไม่ได้ชี้แจง ผู้ฟังจะเข้าใจผิด ไม่ว่าฝ่ายไหน ตนรับฟังข้อประท้วง แต่สถานการณ์ของท่านเป็นอย่างไรท่านรู้ดี

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นพดล เภรีฤกษ์' คะแนนท่วมท้น 436 เสียงไฟเขียวนั่ง 'เลขากฤษฎีกา'

'สภา' ไฟเขียว 'นพดล เภรีฤกษ์' นั่งเลขากฤษฎีกา ด้วยคะแนน 436 เสียง ขณะที่ 'ณัฐวุฒิ' สงสัยเลขากฤษฎีกา นั่งใน กก.หน่วยงานของรัฐได้หรือไม่ ด้าน 'ปกรณ์' แจงไปทำหน้าที่อิสระถ่วงดุลกรรมการ

'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' อโหสิให้ สส.ส้มแล้วแต่ 'รมช.มหาดไทย' ยังติดใจรอดูท่าทีต้นสังกัด

'ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ยื่นหนังสือ 'รมช.มหาดไทย-วิปรัฐบาล' แสดงจุดยืน และตอบรับคำขอโทษ 'สส.ภัณฑิล' หลังอภิปรายพาดพิง ด้าน 'มท.2' ลั่นรับไม่ได้ รอดูบทลงโทษจากต้นสังกัด คืนศักดิ์ศรีให้ 'ราชสีห์'

อคติใต้เสื้อคลุมคนรุ่นใหม่! พรรคส้มกับการมองข้าม 'เส้นเลือดฝอย' ของประเทศ

การออกมาน้อมรับคำวิจารณ์และประกาศตั้งกรรมการสอบวินัยของพรรคประชาชน ต่อกรณี "ภัณฑิล น่วมเจิม" สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงกำนันผู้ใหญ่บ้านว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาจดูเป็นเพียงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อให้เรื่องยุติลงตามระเบียบที่ควรจะเป็น

จับตากก.วินัยพรรคส้ม ถกลงดาบ ส.ส.ปากพล่อย อภิปรายเหมารวมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ค้ายา

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ออกแถลงการณ์ขอโทษกรณีที่นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.ก

สส.ภูมิใจไทย จี้พรรคส้มต้องรับผิดชอบมากกว่าคำขอโทษ พาดพิงกำนันผู้ใหญ่บ้านเอี่ยวยาเสพติด

นายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 เม.ย.69 เหมารวมเป็นพวกค้ายาเสพติดว่า