คปท.บุกกระทรวงยุติธรรม ยื่นหนังสือระงับพักโทษ 'ทักษิณ' แฉกรมราชทัณฑ์อ้างกฎหมายผิดฝาผิดตัว บิดเบือนคำสั่งศาลฎีกาฯ 3 ประเด็น จับตาหลังพ้นโทษแทรกแซงการเมืองทำไทยมีนายกฯ อีก 2 คน
07 พ.ค.2569 - ที่กระทรวงยุติธรรม กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่ม คปท ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมี นายกิตติวิทย์ คงบุญรักษ์ หัวหน้าศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับมอบเรื่องแทน เพื่อขอให้ยับยั้งคณะกรรมการพิจารณาพักการลงโทษ 3 คณะ ในประเด็นการพิจารณาการกระทำผิดวินัยหรือผิดอาญาระหว่างถูกกุมขังของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
โดยนายพิชิต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ คปท. เคยมายื่นหนังสือทักท้วงไปแล้วเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ค.69 กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารชี้แจงเกี่ยวกับการพักโทษนายทักษิณ โดยอ้างว่าไม่ได้กระทำความผิดซ้ำในเวลา 5 ปี ตามเงื่อนไขกฎหมายอาญามาตรา 92 และ 93 ซึ่งทาง คปท. มองว่ากรมราชทัณฑ์อ้างข้อกฎหมายผิด เหมือนการนำคดีแพ่งมาอธิบายคดีอาญา ทั้งที่ควรศึกษาว่าระหว่างที่นายทักษิณโดนหมายขังสั่งจำคุกตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. 2567 นั้นว่ามีพฤติการณ์อย่างไร
ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษระดับเรือนจำกลางคลองเปรม ระดับกรม และระดับกระทรวง มีมติให้พักโทษนายทักษิณโดยติดกำไล EM นั้น ต่อมากรมราชทัณฑ์ยืนยันว่ากระบวนการเป็นไปตามกรอบกฎหมาย โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยเฉพาะคำชี้แจงข้อ 3 ที่ระบุว่านายทักษิณต้องโทษ 3 คดี ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือ 1 ปี และศาลฎีกาฯ วินิจฉัยว่าไม่อาจนำช่วงเวลาที่อยู่โรงพยาบาลตำรวจมาหักเป็นวันคุมขังได้ การบังคับโทษ 1 ปี จึงมิใช่การกระทำผิดซ้ำ ตามมาตรา 92 หรือ 93 และไม่ใช่กรณีนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษแล้วกลับมากระทำผิดอีกภายใน 5 ปี ทำให้นายทักษิณมีคุณสมบัติครบตาม พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องในฐานะนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง
อย่างไรก็ตาม ทาง คปท. เห็นว่าการพิจารณาตามคำชี้แจงข้อ 3 ของกรมราชทัณฑ์ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และอ้างระเบียบกฎหมายไม่ถูกต้อง โดยขาดการนำเอาคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แต่กลับนำมาอ้างบิดเบือนทำลายข้อเท็จจริง ทั้งที่ประเด็นสำคัญที่ศาลฎีกาออกคำสั่งคือ 1. การส่งตัวจำเลยไปรักษาตัวนอกเรือนจำไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ มาตรา 55 และกฎกระทรวงฯ 2. การบังคับโทษไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยทราบดีว่าตนไม่ได้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน และ 3. จำเลยมีส่วนตัดสินใจปฎิเสธการผ่าตัดโรคหัวใจและกระดูกคอ แต่เลือกผ่าตัดนิ้วล็อคและเอ็นไหล่ขวาซึ่งไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เป็นผลให้การรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจขยายเวลาออกไป
นายพิชิต กล่าวว่า คำสั่งศาลฎีกาทั้ง 3 ประ เด็นชัดเจนว่านายทักษิณรับรู้และอยู่ในขบวนการบังคับโทษมิชอบ ซึ่งอาจมีโทษอาญาตามมาและเป็นการกระทำผิดวินัยระหว่างต้องขัง ซึ่งผู้ผิดวินัยจะไม่ได้รับการพักโทษตามลักษณะต้องห้ามในการนำตัวออกไปกักขังนอกเรือนจำ ตามประกาศกรมราชทัณฑ์ ข้อ 3 (2) (ข) และ (ค) คือมีประวัติกระทำผิดวินัย หรือเคยกระทำผิดเงื่อนไขหรือผิดอาญาระหว่างถูกกุมขังในสถานที่อื่น ดังนั้น คณะกรรมการพักโทษทั้ง 3 คณะต้องนำประเด็นนี้มาพิจารณา ไม่ใช่ไปอ้างเรื่องการไม่กระทำความผิดซ้ำตามมาตรา 92 และ 93 ซึ่งการกระทำของกรมราชทัณฑ์อาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157
สำหรับการมายื่นหนังสือในช่วงเวลาที่ใกล้จะมีการปล่อยตัวนายทักษิณนั้น นายพิชิตระบุว่าไม่กังวล เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสามารถใช้อำนาจพิจารณาและสั่งประชุมใหม่ได้ ส่วนความกังวลหากนายทักษิณออกมาแล้วจะมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกหรือไม่นั้น นายพิชิตมองว่าแม้เจ้าตัวจะเคยบอกว่าจะออกมาเลี้ยงหลาน แต่สิ่งที่ทำกลับตรงกันข้ามมาโดยตลอด เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยที่มีนายทักษิณเป็นแรงบันดาลใจจะถูกแทรกแซงและมีบทบาทมากขึ้นภายใต้การควบคุมของนายทักษิณ จนอาจทำให้เมืองไทยมีนายกฯสองคน โดยอีกคนอยู่บุรีรัมย์และอีกคนอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งจะทำให้บารมีของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยลดลงจนคล้ายกับมีตำแหน่งแต่ไม่มีอำนาจจัดการจริง และต้องรอดูว่านายทักษิณจะทำให้พรรคโตแบบเดิมหรือโตในแบบที่หัวหน้าพรรคพยายามผลักดัน ดังนั้น คปท.จึงขอให้รัฐมนตรีพิจารณาทบทวนยับยั้งมติดังกล่าวอย่างรอบด้านต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รุทธพล' เปิดแผนยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน ตั้งวอร์รูมสกัดคดีออนไลน์-นอมินีข้ามชาติ
“รุทธพล” เปิดแผนยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน ลั่นไม่ปล่อยคดีประชาชนค้างนาน ย้ำ “ความยุติธรรมล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม” เร่งปราบอาชญากรรมออนไลน์-ยาเสพติด ไล่เส้นทางเงินคืนเหยื่อกว่า 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ช่วยลดภาระประชาชนกว่า 5 พันล้านบาท
ขยายผล 'นายกเฮง' ซัดทอด 2 ดีเอสไอ รับเงิน 55 ล้าน ส่ง 'บอส' โยงผู้มีอำนาจจัดสอบท้องถิ่น
ตำรวจ บก.ปปป.-ป.ป.ช.-ป.ป.ท. สนธิกำลังบุกจับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวขบวนการโกงสอบท้องถิ่น หลังขยายผลจับกุม "นายกเฮง" อดีตนายก อบต.-อดีตผู้สมัคร สส.เพื่อไทย อ้าง "บอส" สามารถช่วยบรรจุราชการได้ นัดหมายส่งมอบเงินผู้สมัครสอบ 107 ราย มูลค่า 55 ล้าน เป็นค่ามัดจำ แจ้งข้อหาหนัก
ให้ออกจากราชการไว้ก่อน! ยธ. สั่งเชือด 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตัวกลางรับ-ส่งเงินโกงสอบท้องถิ่น
กระทรวงยุติธรรม ออกเอกสารแถลงการณ์จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวความคืบหน้าการติดตามผู้กระทำผิดและผู้ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยปรากฏข้อมูลและพยานหลักฐานที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 2 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะเป็น
'เดอะตั้ม' ตอบคำถามในสนามนักสู้ ตราบใดที่มั่นคงในหลักคิด เราก็เดินอย่างมั่นคง
นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กภายหลังร่วมกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ให้พลเมืองอิสราเอลเคารพกฎหมายไทย ต่อต้านทุนเทาครอบครองแผ่นดิน ว่า
ล้มช้าง!!! “ไอติม” “พนิดา” “วาโย” ปชน. กมธ.กิจการศาล เหมาเข่ง พ่วง “อภิสิทธิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี –อัยการเสื้อส้ม“วีรยุทธ” อธิบดีอัยการยาเสพติด พ่วงคดีวินัยร้ายแรง ปมแต่งตั้ง “สมชัย” อดีต กกต.ไม่ชอบ ส่วน “สมชัย”อ่วม!!!โดนคดีอาญาเพิ่ม 2 คดีรวด
วันที่ 10 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ที่ สน.บางโพ ได้รายงานคดีสำคัญและเป็นที่สนใจของประชาชนต่อ ผบ.ตร.ตามลำดับชั้น มีผู้กล่าวโทษเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 และพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีมีมูลจริงจึงได้เรียกให้ผู้กล่าวโทษมาสอบสวนและยืนยันการกระทำความผิด เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ทำให้อุณภูมิการเมืองเดือดทันที
เปิดโผ 12 แคนดิเดต ชิง 'รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ' จับตาเต็งหนึ่งคว้าเก้าอี้
เปิดโผ 12 แคนดิเดต ชิงดำเก้าอี้ "รองอธิบดีดีเอสไอ" พบ 4 รายถอยทัพ เตรียมเกษียณ เหลือ 8 ราย ผอ.กองคดีกัดฟันสู้

