
17 พ.ค.2569-น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม(กธ.) โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “รถไฟชนรถโดยสาร” เนื้อหาระบุว่า ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ “รถไฟชนรถโดยสาร” ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
ทุกครั้งที่เกิดเหตุลักษณะนี้ เรามักได้ยินคำว่า “มันคืออุบัติเหตุ” แต่ความจริงแล้ว เกือบทุกครั้ง มันไม่ใช่เรื่องของโชคร้ายเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นผลจาก “ความบกพร่องของระบบ” ที่ถูกปล่อยปละละเลย จนประชาชนต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงอยู่ทุกวัน
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการที่จริงจังมากกว่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงความเสียใจหลังเกิดเหตุ แต่ต้องทำให้ประชาชนมั่นใจว่า “เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดซ้ำอีก” เพราะชีวิตของประชาชน…ไม่ควรต้องฝากไว้กับคำว่า “ดวง” เท่านั้น
ประเทศไทยมีจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศจำนวนมาก หลายแห่งยังไม่มีไม้กั้นอัตโนมัติ ไม่มีสัญญาณเตือนที่มีประสิทธิภาพ หรือไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเพียงพอ ขณะที่รถโดยสารสาธารณะจำนวนไม่น้อยยังต้องวิ่งแข่งกับเวลา แข่งกับต้นทุน และแข่งกับความเสี่ยงอยู่บนท้องถนน คำถามสำคัญคือ เราจะปล่อยให้ “ความเสี่ยง” แบบนี้อยู่ต่อไปอีกนานแค่ไหน!
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไม่ใช่มีแค่รถไฟความเร็วสูง สนามบินใหม่ หรือโครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่าหลายแสนล้านบาทเท่านั้น แต่ควรต้องรวมถึง “ความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน” ที่ประชาชนทั่วไปควรได้รับในชีวิตประจำวันด้วย หากรัฐบาลสามารถใช้งบประมาณมหาศาลกับโครงการต่างๆได้ ก็ต้องสามารถลงทุนเพื่อป้องกันการสูญเสียของประชาชนได้เช่นกัน
หลายประเทศลดอุบัติเหตุบริเวณทางตัดรถไฟได้อย่างจริงจัง ด้วยระบบไม้กั้นอัตโนมัติ กล้องตรวจจับ การแจ้งเตือนล่วงหน้า การควบคุมความเร็ว หรือแม้แต่การออกแบบจุดตัดใหม่ให้ปลอดภัยมากขึ้น ประเทศไทยเองก็ทำได้…หากเห็นว่า “ชีวิตประชาชนสำคัญจริง”
ผมเชื่อว่า คนไทยไม่ได้ต้องการเพียงคำปลอบใจหลังเกิดเหตุ แต่ต้องการเห็นรัฐบาลลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้พ่อแม่ต้องสูญเสียลูก ไม่ให้ลูกต้องสูญเสียพ่อแม่ และไม่ให้โศกนาฏกรรมแบบนี้กลายเป็นเพียง “ข่าวที่สังคมลืมไปในไม่กี่วัน”
เพราะทุกชีวิตที่สูญเสียไป…มีคุณค่ามากกว่าแค่คำขอโทษครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิป 3 ฝ่าย เคาะซักฟอก 7-11 ธ.ค. ฝ่ายค้านจัดหนัก 51 ชม. ครม.ได้ 17 ชม.
วิป 3 ฝ่าย เคาะแล้ว 7-11 ธ.ค. ซักฟอก 4+1 ได้เวลารวมทั้งหมด 72 ชั่วโมง ‘ฝ่ายค้าน’ ได้ 51 ชม. ‘ครม.-รบ.’ 17 ชม. ประธาน 4 ชม.
'วิปรัฐบาล' จ่อถก 3 ฝ่ายเคาะวันซักฟอก คาดอภิปราย 4 วัน ต้นธ.ค. ลงมติ 10,11 ธ.ค.
'กรวีร์' เผย 'วิปรัฐบาล' จ่อถก 3 ฝ่ายเคาะวันซักฟอก คาดอภิปราย 4 วัน ลงมติ 10–11 ธ.ค. ยืนยันนายกฯ พร้อมตอบสภา ชี้พรรคกล้าธรรมมีสิทธิ์อภิปรายในฐานะฝ่ายค้าน ท้าฝ่ายค้านใช้เวทีซักฟอกเปิดหลักฐานทุจริตให้ชัด อย่ากล่าวหาลอย ๆ ยัน ไม่มีทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี
มท. ชง ครม. หนุนติดตั้ง 'โซลาร์เซลล์' 5 หมื่นบาท 1 ล้านครัวเรือน
รัฐบาลชง ครม. 27 ต.ค. นี้ หนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท 1 ล้านสิทธิ์ 'เอกนิติ' ดันผลิตไฟฟ้าใช้เอง–ขายไฟส่วนเกินคืนการไฟฟ้า พร้อมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลดภาระค่าไฟประชาชน
'ปธ.โสภณ' ยันซักฟอกสมัยนี้แน่ ยึดกรอบ 4+1 วัน แจ้ง ครม. เคาะวันว่าง
'โสภณ' ยันได้ซักฟอกสมัยนี้แน่ พร้อมเอาตัวเองเป็นหลักประกัน ยึดกรอบ 4+1 วัน ก่อนทำหนังสือถึง ครม. เคาะวันว่าง
'เท้ง' จี้รัฐบาลเลิกยื้อ เสนอซักฟอก 4 วัน ช่วง 2 สัปดาห์หน้า ไม่เกี่ยงเสาร์-อาทิตย์
'เท้ง' ยัน 'ฝ่ายค้าน' พร้อมซักฟอกทุกเมื่อ จี้ 'รัฐบาล' เลิกยื้อ-เคลียร์ตารางเข้าสภาฯ ด้าน 'พิศาล' แนะ 'นายกฯ' ส่ง 'สีหศักดิ์' ลุยอาเซียน-เอเปกแทน ชี้ อยู่ซักฟอกเรียกความเชื่อมั่นประชาธิปไตย
รบ.เปิดฟังความเห็น 'ร่างพ.ร.ฎ.ทัศนมาตร' ดันเป็นสาขาประกอบโรคศิลปะ คุมมาตรฐานอาชีพดวงตา
รัฐบาลเปิดรับฟังความเห็น ‘ร่าง พ.ร.ฎ.ทัศนมาตร’ ดันเป็นสาขาประกอบโรคศิลปะ เพื่อคุมมาตรฐานอาชีพเกี่ยวกับดวงตา – การมองเห็น เชิญชวนร่วมแสดงความคิดเห็นได้ถึง 13 พ.ย. 69

