กมธ.คมนาคม สภาฯ เรียก หน่วยงานเกี่ยวข้องแจงเหตุรถไฟชนรถเมล์ จ่อ จี้ถามตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถบ่อยแค่ไหน-แนวทางลดรถไฟผ่านกลางเมือง ไม่ตอบโจทย์ ปชช. แนะ ปัดฝุ่นมิสซิงลิ้งค์ เชื่อมชานเมือง ชี้ โครงการรถไฟ 3 สนามบิน เอื้อนายทุน ถ่วงทำโครงการอื่นไม่คืบ ลั่น ขุดอุโมงค์ลอดทางรถไฟ ติดโครงสร้างใต้ดิน ถ้าดีจริง เขาทำไปนานแล้ว
19 พฤษภาคม 2569 - เมื่อเวลา 13.10 น. ที่พรรคประชาชน นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการนำเรื่องอุบัติเหตุรถไฟชนกับรถโดยสารประจำทางบริเวณแยกอโศก-ดินแดง เข้าสู่การพิจารณาใน กมธ.ฯ ในวันที่ 20 พฤษภาคม ว่า ตนแบ่งเป็น 3 เรื่อง โดยเรื่องแรกคือสาเหตุซึ่งไม่ใช่แค่กรณีนี้กรณีเดียว แต่ที่ผ่านมามีอุบัติเหตุในพื้นที่คาบเกี่ยวอย่างไรบ้าง และมีปัญหาการจอดคร่อมเลนจราจรอย่างไรบ้าง ซึ่งต้องดูภาพรวมของสาเหตุก่อน
นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่ 2 คือการแก้ไขปัญหาทั้งเชิงวิศวกรรมจราจร การจัดการจราจรก็ดีหรือในมิติของการรถไฟ การเชื่อมระบบต่างๆ เพื่อให้เกิดการบริหารที่ง่ายขึ้นนี่คือในส่วนของระยะสั้น และระยะกลาง แต่ระยะยาวคือเรื่องโครงการที่ต้องมีการประกันหรือไม่ เช่น โครงการมิสซิ่งลิงก์ (Missing Link) ซึ่งที่ผ่านมาเงียบไปหลายปี และเรื่องที่ 3 การติดตามเรื่องการเยียวยาให้กับประชาชนซึ่งมีหลายส่วน เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก็บอกว่ามีเงินประกันในส่วนต่างๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือวันสต็อปเซอร์วิส เพื่อรวบรวมประสานงานติดต่อ เพราะประชาชนไม่สามารถทราบได้ว่ามีเงินจากช่องทางไหนบ้าง หรือมีสิทธิประกันอะไรบ้างซึ่งหน่วยงานรัฐควรมีเจ้าภาพดำเนินการเรื่องนี้
เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีการตรวจพบยาเสพติดของคนขับรถไฟ จะนำมาพิจารณาใน กมธ.ฯ หรือไม่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า ถูกต้อง แต่เรื่องนี้หนังสือเชิญของ กมธ.ฯ ได้ออกไปก่อน ในเรื่องการตรวจสารเสพติดก็ต้องมีการตรวจสอบเช่นเดียวกัน เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการรถไฟฯ หรือหน่วยงานอื่นๆ เช่น ขสมก. มีการตรวจสอบเรื่องนี้ถี่ขนาดไหน ข้อมูลที่มีการตรวจสอบมีการบันทึกข้อมูลไว้อย่างไร แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อประชาชนว่า บุคคลนี้ที่มาขับรถไฟหลุดรอดการตรวจสอบมาได้อย่างไร หากรัฐบอกว่ามีการตรวจสอบอยู่แล้ว
นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า อีกส่วนหนึ่งคือหนังสือคำชี้แจงของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ที่ออกมาชี้แจงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระยะในการเบรก ซึ่งชี้แจงตรงข้ามกับอธิบดีฯ ก็ต้องมีการสอบถามกันตอบว่าคำนวณกันอย่างไร รวมถึงปัญหาภายในของรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนผู้ขับว่ามีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งจะเป็นคำถามเสริม
เมื่อถามถึง กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการออกใบอนุญาตให้คนขับรถไฟ แต่หลายคนไม่มีใบอนุญาต จะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร นายศุภณัฐ กล่าวว่า ต้องฟังทางการรถไฟก่อน แต่ต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ใบอนุญาตหมดอายุแล้วอยู่ระหว่างการต่ออายุ แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ หรือที่เรียกว่าผ่อนผันไปก่อน อีกส่วนคือ ที่มีการบรรจุเพิ่มเติมแต่อาจยังไม่ได้รับการบรรจุเต็มอัตรา ทำให้งานโหลดอยู่ที่เจ้าหน้าที่มากเกินไป และต้องบอกว่าทางสหภาพฯ ออกหนังสือชี้แจงมาช้าไปนิด หากออกหนังสือมาไวกว่านี้ตอนเย็นดีที่จะเชิญสหภาพฯ มาชี้แจงร่วมด้วย แต่หากประเด็นในสัปดาห์นี้ยังถกกันไม่จบ ตนก็ยินดีที่จะเชิญสหภาพฯ มาชี้แจงเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้าเพราะเราต้องฟังเสียงทั้งสองฝ่าย
เมื่อถามว่า เท่าที่ดูข้อเท็จจริงมาทางสหภาพฯ บอกว่าหากยึดตามใบอนุญาต อาจเหลือคนขับรถไฟเพียงแค่ 200-300 คน บอกว่าเป็นเช่นนี้หรือไม่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า ต้องให้ทางหน่วยงานชี้แจ้งก่อนเพราะต้องฟังทั้งสองฝ่าย แต่สไตล์การทำงานของกรรมาธิการเรา จะไม่เหมือนภาครัฐ ที่ปล่อยให้หน่วยงานชี้แจงหรือนำสิ่งที่หน่วยงานชี้แจงเท่ากับเป็นความจริง แต่ของเราจะเป็นหน่วยงานชี้แจงมาและมีหน้าที่หาข้อเท็จจริง ฉะนั้นเราจะไม่ได้ฟังแค่หน่วยงานชี้แจงแล้วจบ แต่เราจะติดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เข้ามาช่วยซักถามด้วย
เมื่อถามว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่าจะมีการลดการใช้รถไฟผ่านใจกลางเมือง แล้วให้ประชาชนที่จะเข้าเมืองใช้ขนส่งสาธารณะอื่น เห็นด้วยกับโมเดลนี้หรือไม่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า ต้องไปดูที่มาที่ไปของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงก่อน ตอนที่วางแผนไว้วางเชื่อมกันหมดทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก มารวมที่สถานีกลางบางซื่อ พอท่านไปเปลี่ยนรูปแบบแบบนี้ เท่ากับท่านบอกว่ารัฐบาลสนับสนุนการเดินทางทางถนนเป็นหลัก ไม่ใช่ทางรางหรือไม่ คำถามคือโครงการที่มีการวางแผน มีการคิดมาตั้งนานแล้วจะทำอย่างไร ตนคิดว่าแผนไม่ได้ผิด มันผิดที่เราปฏิบัติตามโครงการช้าเกินไป เราให้ความสำคัญกับรถไฟฟ้าสามสนามบิน จนทำให้โครงการนี้เกิดไม่ได้ หรือเกิดได้ช้า ซึ่งยังคาราคาซังอยู่
"ต้องกลับไปถามว่า เรื่องนี้คุณจะเคลียร์อย่างไร คุณกำลังเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนที่ไม่ดำเนินการตามสิ่งที่ตัวเองประมูล และพยายามดำเนินการแก้ไขสัญญา เพื่อผลประโยชน์ของผู้ประมูลหรือไม่ และเป็นสิ่งที่ภาครัฐควรทำหรือไม่ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาหลายปีแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังไม่ฟันธง แล้วจะมาเปลี่ยนในเวอร์ชั่นนี้แทน ตนคิดว่าไม่ตอบโจทย์ประชาชนในระยะยาว ซึ่งในระยะยาวควรจะเป็นการเชื่อมกัน ของระบบรางมากกว่าพึ่งพาระบบถนน" นายศุภณัฐ กล่าว
เมื่อถามถึง กรณีที่นายกรัฐมนตรีมีแนวคิดที่จะขุดอุโมงค์ บริเวณจุดตัดมักกะสัน นายศุภณัฐ กล่าวว่า ถ้าขุดอุโมงค์สำหรับรถผ่าน อย่าลืมว่าตรงบริเวณนั้น ก็มีโครงสร้างใต้ดินอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีเรื่องระบบประปา โครงสร้างต่างๆ อยู่ในพื้นที่นั้นเช่นกัน ต้องย้อนกลับไปว่าโครงการที่เขาคิดมาตั้งนานแล้ว ทำไมไม่นำมาดำเนินการ หรือที่ไม่กล้าดำเนินการ เพราะกลัวถูกโยงกับ โครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน ที่เป็นจุดบอดของรัฐบาล
เมื่อถามว่า นอกจากปัญหาโครงสร้างแล้ว ยังมีเรื่องวินัยจราจรที่คนวิพากษ์วิจารณ์กัน นายศุภณัฐ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนแตกออกเป็น 4 ประเด็น คือ เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย บริบทวิศวกรรมทางจราจร เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการภายในองค์กรการรถไฟ ซึ่งหากลงรายละเอียดเรื่องการจราจร ต้องไปดูที่ตนขอบันทึกสถิติว่าในพื้นที่นี้มีการทำผิดกฎหมายจราจรบ่อยแค่ไหน และที่ผ่านมา มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ มีการดำเนินการอย่างไร
นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังต้องดูว่าที่ประชาชนทำผิดกฎหมาย มีเหตุผลประกอบหรือไม่ เช่น เขาไม่สามารถไปได้ รถขวางทางอยู่ตลอด เค้าก็ไปต่อไม่ได้ เราจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร และอย่างที่บอกว่าต้องเอาโครงการ missing link นำกลับมาหรือไม่ แต่การนำไปศึกษา ตนก็คิดว่าเป็นการถ่วงเวลา 3 เดือน กระแสเงียบก็จบ ประเทศไทยเราจะอยู่แบบนี้หรือ แผนเดิมไม่ดำเนินการ พอเกิดปัญหาคุณบอกเปลี่ยนแผนใหม่ หรือเริ่มต้นใหม่เพื่อขอถ่วงเวลา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศุภณัฐ' ปูดผลสอบ 'ถนนสามเสนยุบ' ส่อเอื้อผู้รับเหมาไม่ต้องรับผิด จวกรัฐบาลปิดชื่อถือพฤติกรรมแค่ราคาคุย
"ศุภณัฐ" ปูดผลสอบถนนยุบกลางกรุง โทษทุกอย่างยกเว้นผู้รับเหมา ชี้เหตุเกิด 8 เดือน แต่คดีไม่คืบ "สิริพงศ์" แจง ก.คมนาคม ยังไม่ได้รับรายงาน
ผบ.ตร. สั่งทุกพื้นที่บูรณาการหน่วยงานอื่น ป้องกันอุบัติเหตุจุดตัดทางรถไฟ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการด่วนไปยังผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 และ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการดำเนินการและการปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดโอกาส
'อดีตผูัพิพากษา' เปิด 2 เคสกฎหมาย เมื่อรถไฟกับรถยนต์ชนกัน ใครประมาท
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อรถไฟกับรถยนต์ชนกัน: ใครประมาท? เปิด 2 เคสกฎหมายที่คนขับรถและผู้โดยสารต้องรู้! มีเนื้อหาดังนี้
ผู้การนิติเวช เผยพิสูจน์ร่างเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ได้แล้ว 7 ราย ส่วนศพที่ 8 ยังมีปัญหา
ผู้การฯ นิติเวช เผยพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 7 ราย ส่งคืนให้ครอบครัวแล้ว 5 ราย ส่วนศพที่ 8 ยันเป็นเพศชายหลังผลตรวจไม่มีมดลูก เบื้องต้นมีเพื่อนของผู้สูญหาย ติดต่อเข้ามาแล้วสงสัยเพื่อนหายไปในช่วงเวลาเกิดเหตุ
'สิริพงศ์' ตอบกระทู้รถไฟชนรถเมล์ ชี้แก้ระยะยาวให้รถไฟวิ่งรางลอยฟ้า
“สิริพงศ์” ตอบกระทู้สดเหตุรถไฟชนรถเมล์ ยอมรับคนขับรถไฟประมาทขณะเกิดเหตุ สั่งเข้มงวดตรวจปูพรมตรวจสารเสพติดพนักงานระบบขนส่งทุกคน โต้ไม่ได้วัวหายล้อมคอก แต่ใช้วิธีสุ่มตรวจตลอด ส่วนมาตรการห้ามรถไฟวิ่งเข้ากทม.ชั้นใน พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน อาจให้รถไฟวิ่งรางลอยฟ้าทั้งหมด

