'อดีตผูัพิพากษา' เปิด 2 เคสกฎหมาย เมื่อรถไฟกับรถยนต์ชนกัน ใครประมาท

22 พ.ค. 2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อรถไฟกับรถยนต์ชนกัน: ใครประมาท? เปิด 2 เคสกฎหมายที่คนขับรถและผู้โดยสารต้องรู้! มีเนื้อหาดังนี้

อุบัติเหตุบริเวณทางตัดรถไฟมักนำมาซึ่งความสูญเสียที่รุนแรง และบ่อยครั้งก็นำไปสู่การฟ้องร้องเป็นคดีความเพื่อพิสูจน์ว่า "ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อ?" รวมถึงศาลจะมีวิธีการคำนวณและสั่งให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนกันอย่างไร วันนี้เราจะพาทุกคนไปส่อง 2 คำพิพากษาศาลฎีกาในอดีต พร้อมกางตัวเลขค่าเสียหายให้เห็นกันเคลียร์ชัดครับ!

เคสที่ 1: ไม้กั้นไม่ลง...สิทธิ์ของรถยนต์ หรือหน้าที่ของรถไฟ?
(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2810 - 2811/2545)
คดีนี้เกิดขึ้นในคืนหนึ่ง เมื่อรถยนต์กระบะขับไปตามถนนตัดผ่านทางรถไฟชนกับรถไฟขบวนที่ 5 สายกรุงเทพมหานคร - เชียงใหม่ แล้วถูกขบวนรถไฟชนอย่างจัง ทำให้คนขับเสียชีวิตและรถพังยับเยิน ฝ่ายญาติผู้ตายฟ้องการรถไฟฯ ส่วนการรถไฟฯ ก็ฟ้องกลับเรียกค่าเสียหายชิ้นส่วนรถจักร!

ข้อเท็จจริง (What happened?)
• เหตุการณ์: ในเวลากลางคืน ผู้ตายขับรถยนต์กระบะข้ามทางตัดรถไฟและถูกรถไฟชนเสียชีวิต คดีมีประเด็นขัดแย้งว่าพนักงานได้เอาแผงกั้นลงแล้วหรือไม่
• หลักฐานมัดตัว : ชาวบ้านแถวนั้นวิ่งมาดูพบว่า "แผงกั้นยังค้างอยู่ตำแหน่งสูงสุด" และไม่มีสัญญาณไฟเตือน พนักงานคุมแผงกั้นยังนอนซ่อนอยู่ในป้อมด้วยอาการตกใจ แถมสภาพแผงกั้นและหน้ารถกระบะก็ไม่มีร่องรอยการชนครูด
• ทัศนวิสัย : จุดเกิดเหตุมีต้นไม้และป้อมบดบัง ประกอบกับมีแสงไฟสว่างข้างทางรบกวนสายตา ทำให้ผู้ตายมองไม่เห็นรถไฟที่กำลังแล่นมา

ข้อกฎหมายและคำวินิจฉัย (Legal Ruling)
• ใครประมาท?: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 (พนักงานคุมแผงกั้น) ประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เพราะละเลยไม่ยอมเอาไม้กั้นลงตามหน้าที่ ส่วนผู้ตายขับรถผ่านไปตามปกติวิญญูชนเมื่อเห็นว่าไม่มีเครื่องกั้น จึงไม่มีส่วนประมาท
• ความรับผิดชอบ : การรถไฟแห่งประเทศไทย (จำเลยที่ 2) ในฐานะนายจ้าง ต้องร่วมรับผิดชอบในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง และเนื่องจากผู้ตายไม่ได้ประมาท ศาลจึงยกฟ้องในส่วนที่การรถไฟฯ ฟ้องเรียกค่าเสียหายของรถจักร (จำนวน 43,360.63 บาท) จากฝ่ายผู้ตาย

รายละเอียดและจำนวนค่าเสียหายที่ศาลสั่งจ่าย
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่าง ให้การรถไฟฯ และพนักงาน ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ดังนี้:
• ชดใช้ให้แก่โจทก์ที่ 1 (ภริยาผู้ตาย) เป็นเงินรวม 586,200 บาท ประกอบด้วย:
-ค่าเสียหายของรถยนต์กระบะ: 220,000 บาท (ศาลมองว่าเหมาะสม แม้ซื้อมา 310,000 บาท แต่ใช้งานมาแล้ว 2 ปี)
-ค่าขาดไร้อุปการะของภริยา: 331,200 บาท (คำนวณจากอัตราเดือนละ 1,200 บาท เป็นเวลา 23 ปี โดยอิงจากฐานเงินเดือนผู้ตายที่เป็นข้าราชการและมีโอกาสเติบโต)
-ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายจำเป็น: 35,000 บาท
• ชดใช้ให้แก่โจทก์ที่ 2 (บุตรผู้เยาว์) เป็นเงินรวม 570,000 บาท ประกอบด้วย:
-ค่าขาดไร้อุปการะของบุตร: 570,000 บาท (คำนวณจากอัตราเดือนละ 2,500 บาท จนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ โดยศาลคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการศึกษาของเด็กด้วย)

เคสที่ 2: นั่งห้อยขาบนรถไฟจนขาหัก...จะเรียกค่าเสียหายได้เต็มไหม?
(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 959/2540)
เปลี่ยนมุมมองมาฝั่ง "ผู้โดยสารรถไฟ" กันบ้าง คดีนี้รถยนต์เก๋งขับฝ่าเครื่องกั้นขึ้นมาชนรถไฟ แต่ความซวยตกไปอยู่กับผู้โดยสารคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงประตูตู้สินค้าจนขาหักทั้งสองข้างและพิการ!

ข้อเท็จจริง (What happened?)
เหตุการณ์ : จำเลยขับรถยนต์เก๋งประมาทเลินเล่อ ฝ่าเครื่องกั้นและสัญญาณไฟไปเฉี่ยวชนกับขบวนรถไฟ
• พฤติการณ์ของผู้เสียหาย : โจทก์เป็นผู้โดยสารรถไฟ วันนั้นคนแน่นขบวนมากจนไม่มีที่นั่ง โจทก์กับผู้โดยสารคนอื่นๆ จึงต้องไปนั่งห้อยเท้าอยู่ตรงริมประตูตู้ขนสัมภาระ (ซึ่งเป็นช่องว่าง ไม่มีบานประตู) เมื่อรถเก๋งพุ่งมาชนรถไฟ หน้ารถเก๋งจึงกระแทกเข้าที่หน้าแข้งของโจทก์อย่างจังจนขาหักสาหัสทั้งสองข้าง
• ข้อต่อสู้ของคนขับรถเก๋ง : จำเลยอ้างว่า โจทก์มีส่วนประมาทจากการนั่งห้อยขานอกตู้โดยสาร หากนั่งข้างในคงไม่บาดเจ็บ จึงขอให้ศาลยกฟ้องหรือให้ค่าเสียหายเป็นพับไป

ข้อกฎหมายและคำวินิจฉัย (Legal Ruling)
• หลักกฎหมาย "ผู้เสียหายมีส่วนผิด" (ป.พ.พ. มาตรา 223 และ 442): ศาลวินิจฉัยว่า ต้นเหตุหลักคือคนขับรถเก๋งที่ขับฝ่าเครื่องกั้นเข้ามา ส่วนโจทก์ทำไปเพราะความจำเป็นเรื่องที่นั่งเต็ม อย่างไรก็ดี การนั่งห้อยขาก็ถือว่ามีส่วนประมาทอยู่บ้าง ศาลจึงนำมาเป็นเกณฑ์ในการ "หักทอนลดหย่อนค่าเสียหายลงตามส่วน" แต่ไม่ถึงขั้นประมาทไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน จำเลยจึงยังต้องชดใช้ค่าเสียหายอยู่

รายละเอียดและจำนวนค่าเสียหายที่ศาลสั่งจ่าย
เดิมโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายรวม 265,917.37 บาท และศาลชั้นต้นสั่งให้จ่าย 203,951 บาท แต่เมื่อเข้าสู่การพิจารณาเรื่องส่วนผิดของโจทก์ ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจึงได้ปรับลดตัวเลขลงมา โดยพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน รวมทั้งสิ้น 196,951 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิด โดยมีรายละเอียดส่วนที่ถูกปรับลดลง คือ:
• ค่าเสียความสามารถในการประกอบการงาน (ทั้งปัจจุบันและอนาคตจากเหตุขาพิการ): โจทก์เรียกมา 100,000 บาท ศาลชั้นต้นให้ 80,000 บาท แต่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาเห็นควร ลดลงเหลือ 73,000 บาท เพื่อหักทอนส่วนที่โจทก์มีส่วนประมาทจากการนั่งห้อยขา
• ค่าเสียหายรายการอื่นๆ (เช่น ค่ารักษาพยาบาล): คงไว้ตามเดิมรวม 123,951 บาท (เนื่องจากจำเลยไม่ได้อุทธรณ์โต้แย้งในรายการเหล่านี้)

สรุปข้อคิดจากสนามกฎหมาย
1.การคำนวณค่าขาดไร้อุปการะ: ศาลจะไม่ได้มองแค่รายได้ ณ วันที่ตาย แต่จะมองไปถึงอนาคตว่าผู้ตายมีโอกาสก้าวหน้าเท่าใด และในส่วนของบุตรผู้เยาว์ ศาลจะบวก "ค่าเล่าเรียนและค่าศึกษา" เข้าไปด้วยเพื่อให้ครอบคลุมการเจริญเติบโต
2. อย่าหาทำ...พฤติกรรมเสี่ยงทำเงินหาย: ย้ำเตือนผู้ใช้ทางสาธารณะ หากเราเอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เสี่ยงอันตราย (เช่น การนั่งห้อยขา นั่งบนหลังคา หรือยืนยื่นแขนออกนอกรถ) แม้เราจะเป็นฝ่ายถูกชน แต่ในทางกฎหมาย ศาลมีอำนาจสั่ง "หักลดเงินค่าสินไหมทดแทน" ลงได้ทันทีตามส่วนแห่งความประมาทของเราครับ!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้การนิติเวช เผยพิสูจน์ร่างเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ได้แล้ว 7 ราย ส่วนศพที่ 8 ยังมีปัญหา

ผู้การฯ นิติเวช เผยพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 7 ราย ส่งคืนให้ครอบครัวแล้ว 5 ราย ส่วนศพที่ 8 ยันเป็นเพศชายหลังผลตรวจไม่มีมดลูก เบื้องต้นมีเพื่อนของผู้สูญหาย ติดต่อเข้ามาแล้วสงสัยเพื่อนหายไปในช่วงเวลาเกิดเหตุ

'สิริพงศ์' ตอบกระทู้รถไฟชนรถเมล์ ชี้แก้ระยะยาวให้รถไฟวิ่งรางลอยฟ้า

“สิริพงศ์” ตอบกระทู้สดเหตุรถไฟชนรถเมล์ ยอมรับคนขับรถไฟประมาทขณะเกิดเหตุ สั่งเข้มงวดตรวจปูพรมตรวจสารเสพติดพนักงานระบบขนส่งทุกคน โต้ไม่ได้วัวหายล้อมคอก แต่ใช้วิธีสุ่มตรวจตลอด ส่วนมาตรการห้ามรถไฟวิ่งเข้ากทม.ชั้นใน พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน อาจให้รถไฟวิ่งรางลอยฟ้าทั้งหมด

หน่วยงานรถไฟชนรถเมล์ แจงยิบ กมธ. โดนโต้กลับ ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ

หน่วยงานเกี่ยวข้อง 'รถไฟชนรถเมล์' ตบเท้าแจงยิบ กมธ.คมนาคม อธิบดีขนส่งทางราง โต้โซเชียลฯ ไล่ไปถาม Chat GPT หรือเด็กมัธยมดู ที่บอกว่าเบรกได้ใน 100-200 เมตร ทำได้จริงหรือไม่ ยกน้ำหนักหัวจักรหลายตัน ขนาดรถยนต์ก็ทำไม่ได้ ขณะที่ 'ตำรวจ' ยอมรับ เป็นข้อปฏิบัติแต่ไม่ได้มีมาตรฐาน การประสานระหว่าง 'จราจร-คนคุมไม้กั้น' ให้การบ้าน เพิ่มมาตรการจัด-จับ-ปรับ ผู้ฝ่าฝืน ด้าน 'นิกร' เดือด รับไม่ได้ชี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นปัญหาเชิงระบบเรื่องบุคคล ทวง สภา-รัฐบาลเคยให้ออเดอร์ไปแล้ว ติดกล้อง CCTV จี้ ติดไปแล้วกี่ตัว ถามมาตรฐานคัดกรองพนักงานขับรถ ซัด ถ้าตรวจฉี่ปีละครั้ง ไม่ต้องมีก็ได้

'วิรุตม์' ยกหลักกฎหมาย ไขปม รถเมล์-รถไฟ ใครผิด การจราจรกทม.วิปริต ไร้คนรับผิดชอบ

พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ได้เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารที่หยุดคร่อมรางบริเวณทางตัดใกล้แยกอโศก ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 คนและบาดเจ็บอีก 30 ชีวิต

'สสรท.' ชี้อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ แค่ไฟไหม้ฟาง จี้ปฏิรูประบบการขนส่งทางรางให้เป็นระบบ

สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ออกแถลงการณ์เรื่อง อุบัติเหตุแยกอโศกอย่าเป็นแค่ไฟไหม้ฟาง จงไปให้ถึงการปฏิรูประบบการขนส่งทางรางให้เป็นระบบหลักการขนส่งของประเทศและปลอดภัย มีใจความว่า

กมธ.คมนาคมกลัวตกขบวน! ร่วมวงคุ้ยปมรถไฟชนรถเมล์

'กมธ.คมนาคม' เรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องสอบเข้มสาเหตุรถไฟชนรถเมล์ 'ศุภณัฐ' บอกต้องหาข้อเท็จจริงร่วมกัน เนื่องจากข้อมูลยังกลับไปกลับมา