บ้านประหยัดพลังงาน

เหตุการณ์ไฟไหม้ย่านบ่อนไก่กับสำเพ็งที่เกิดขึ้นติดๆ กัน ในช่วงเวลาไม่นานมานี้ สร้างความวิตกกังวลให้ใครต่อใครในสังคมอยู่ไม่น้อย เพราะสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้มาจากไฟฟ้าลัดวงจร และอุปกรณ์หม้อแปลงไฟฟ้าที่เก่าจนทำให้เกิดประกายไฟและนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

เราจะเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้ได้บ้าง? บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัทด้านพลังงานชั้นนำของประเทศไทย สานต่อภารกิจ เพื่อความยั่งยืนของประเทศใน 3 มิติ ทั้งมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ชวนคุณสำรวจและตรวจสอบบ้านของเราเองในหลายๆ มิติ เพื่อปรับปรุง แก้ไขให้บ้านของเราปลอดภัยจริงๆ และที่สำคัญ ใช้โอกาสนี้ทำบ้านของเราให้เป็นบ้านประหยัดพลังงานไปเลยทีเดียว

แล้วจะเริ่มต้นอย่างไรดี ?

สำหรับบ้านหรือที่พักอาศัยที่สร้างใหม่ กระบวนการทำบ้านหรือที่พักอาศัยเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้พลังงานสูงสุด สามารถทำได้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การเลือกวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการสร้างบ้าน ไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เราสามารถเลือกแบบประหยัดพลังงานได้ทันที และในยุคสมัยนี้มีให้เลือกจำนวนมาก ทั้งราคายังไม่แพงด้วย ในกรณีที่คุณกำลังจะวางแผนสร้างบ้านใหม่ที่เป็นบ้านเดี่ยว อย่าคุยกับสถาปนิกแค่เรื่องดีไซน์ว่าอยากได้แบบนั้นแบบนี้เท่านั้น นี่คือกระบวนการที่สวนทางกับคอนเซ็ปต์บ้านประหยัดพลังงานอย่างชัดเจน

เพราะ 1. คุณไม่ได้พิจารณาถึงทำเลที่ตั้งของตัวบ้าน และสถานที่ตั้งของบ้านเรือนใกล้เคียงว่ามีลักษณะอย่างไร เป็นตึกบังลมบังแสงหรือไม่  2. คุณไม่ได้ดูลักษณะของทิศทาง ‘ลม’ และ ‘แสง’ ณ จุดที่คุณกำลังจะสร้างบ้าน ว่าแต่ละฤดูกาลเป็นอย่างไร การพิจารณาองค์ประกอบเหล่านี้สถาปนิกช่วยคุณได้มาก แค่ต้องเสียเวลาลงไปสำรวจพื้นที่จริงบ้าง เพื่อใช้ประกอบการออกแบบ และ 3. คุณกำลังเพิกเฉยเรื่องการประหยัดพลังงาน เพราะเพียงแค่คุณ ‘ใส่ใจ’ รายละเอียดอื่นๆ ที่เป็นองค์ประกอบในการออกแบบ การเลือกวัสดุอุปกรณ์ หรือแม้กระทั่ง การกันพื้นที่บางส่วนบริเวณหลังคาบ้านเพื่อติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ก็สามารถทำให้บ้านประหยัดพลังงานเกิดขึ้นได้  

สำหรับบ้านหรือที่พักอาศัยที่มีอยู่แล้ว เริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่ตัวเราเอง เพียงสำรวจว่าเรามีพฤติกรรมใดที่ใช้พลังงานสิ้นเปลื้องบ้าง เช่น ชอบเปิดแอร์พร่ำเพรื่อโดยไม่จำเป็นหรือไม่ อุณหภูมิต้องต่ำ ความเย็นต้องระดับน้อยๆ ระดับขั้วโลกเหนือ ชอบเปิดไฟนอน และเปิดไฟห้องน้ำทิ้งไว้ทั้งวัน ติดการอาบน้ำอุ่นแม้จะเป็นหน้าร้อนก็ตาม ฯลฯ พฤติกรรมเหล่านี้ แค่ปรับตัวหรือเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย ก็ช่วยประหยัดพลังงานได้มากทีเดียว

เมื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนตัวของคุณได้บ้างแล้ว ลองหากระดาษและปากกาแล้วเดินสำรวจอุปกรณ์ภายในบ้านดูว่า มีอุปกรณ์ใดบ้างที่เก่าและกินไฟมาก เรียงลำดับความสำคัญในการเปลี่ยน เพื่อไม่ให้กระทบกับสถานะทางการเงินจนเกินตัวไป ใช้วิธีทยอยเปลี่ยนเป็นจุดๆ หรือเปลี่ยนทีละประเภทของอุปกรณ์ก็ได้ เช่น เปลี่ยนปลั๊กไฟก่อน แล้วค่อยขยับไปเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น สิ่งง่ายๆ เหล่านี้ นอกจากจะทำให้บ้านคุณเริ่มต้นประหยัดพลังงานได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังป้องกันเหตุเพลิงไหม้ได้ด้วย เพราะจากกรณีที่เกิดขึ้นจริง ส่วนใหญ่เกิดจากอุปกรณ์ที่เก่ามากและชำรุด สุดท้ายก็นำไปสู่วังวนไฟฟ้าลัดวงจรในที่สุด ซึ่งเรื่องนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับบ้านของตัวเองอย่างแน่นอน

สิ่งที่สำคัญในการสำรวจภายในบ้านที่หลายคนเมินเฉยหรือคิดไม่ถึง ก็คือ การจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ให้อากาศไหลเวียนได้ดี สำรวจดูว่าคุณตั้งเฟอร์นิเจอร์บังทิศทางลม ทิศทางแอร์หรือไม่ ถ้าพบว่าการถ่ายเทของอากาศภายในบ้านไม่ดี ลองขยับจัดบ้านใหม่ดู ง่ายนิดเดียวเอง

เมื่อสำรวจภายในตัวบ้านเรียบร้อยแล้ว ลองมาสำรวจรอบตัวบ้านดูบ้าง โดยเฉพาะท่านที่อยู่บ้านเดี่ยว หรือทาวน์เฮาส์ การสำรวจรอบๆ บ้านอาจจะต้องใช้การสังเกตร่วมด้วยและใช้เวลาหลายๆ วัน เพราะบ่อยครั้งเรามักจะลืมบางเรื่องไปอย่างน่าเสียดาย เช่น ตัวบ้านอยู่ในจุดที่มีแดดส่องเข้ามาที่ตัวบ้านตลอดเวลา หรือบางจุดของบ้านโดนแดดส่องอย่างชัดเจนทั้งปี เรื่องเล็กๆ เหล่านี้ นำไปสู่คำตอบที่ว่าทำไมอากาศในบ้านร้อน จนแม้กระทั่งการเปิดแอร์แรงๆ ก็เอาไม่อยู่ สิ่งละอันพันละน้อยนี้มีวิธีแก้ได้ อย่างหาต้นไม้ใหญ่มาปลูก เพื่อใช้ต้นไม้ช่วยบังแสงหนึ่งขั้น หรือลองหาผ้าม่านแบบทึบแสง (Blackout) ที่สะท้อนความร้อนและแสง UV มาช่วย โดยผ้าม่านทึบแสงที่ดี ต้องไม่มีแสงลอดผ่านได้ นอกจากเรื่องแสงแล้ว เรื่องลมก็จำเป็นเช่นกัน เช่น ถ้าบ้านของคุณไปอยู่ในจุดที่มีตึกสูงบังทิศทางลม ถึงไม่ได้โดนแดดมากแต่บ้านก็จะร้อนอยู่ดี การแก้ปัญหาเหล่านี้ อาจจะต้องพึ่งสถาปนิกที่เชี่ยวชาญใช้เทคนิคการออกแบบตกแต่งภายในต่างๆ เข้าช่วย

นอกจากตัวบ้านรอบๆ แล้ว อย่าละเลยหลังคาบ้าน บ่อยครั้งเราเพิกเฉยหรือมองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น หลังคามีรอยรั่ว ทำให้แสงแดดทะลุลงมาได้ในปริมาณมากจนทำให้บ้านร้อน ยิ่งถ้าคุณไม่เคยติดฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดานเลย ขอให้ลองปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญดู เพราะการที่บ้านมีความร้อนมากขึ้น เครื่องปรับอากาศ พัดลม จะทำงานหนักมากกว่าเดิม นั่นหมายถึงค่าไฟฟ้าที่คุณต้องจ่ายมากขึ้นกว่าเดิม ลองเอาส่วนต่างค่าไฟฟ้ามาคำนวณแล้วเปรียบเทียบกับการจ่ายเงินเพื่อซ่อมแซมแก้ไขสิ่งที่เกี่ยวข้อง บางทีการยอมจ่ายเงินจำนวนหนึ่งจะส่งผลที่คุ้มค่าในระยะยาวมากกว่าการจ่ายค่าไฟแพงๆ ไปอีกหลายปี เพียงแค่นี้ คุณก็จะได้บ้านประหยัดพลังงานแบบง่ายๆ แล้ว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ร่วมด้วยช่วยกันประหยัดพลังงานสู้วิกฤต

ปัญหาความผันผวนของราคาพลังงาน อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยังไม่มีบทสรุป สถานการณ์ความตึงเครียดในเวทีโลกระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนที่พร้อมปะทุทุกเมื่อ

มอบเครื่องการันตีสู่ ‘สังคมรักษ์สิ่งแวดล้อม’ จากหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน รุ่นที่ 8

แน่นอนว่าการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเป็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่ภายในชุมชนด้วยแล้วยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องมีการจัดการที่ดีพอสมควร เนื่องจากต้องมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน