เพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น กับ “โครงการลมหายใจเพื่อเมือง”

ในปัจจุบัน ป่าไม้ ถูกทำลายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว รู้หรือไม่ ? ต้นไม้ที่ถูกโค่นทำลายไปนั้น มีประโยชน์ต่อเรามากมาย ทั้งการเป็นแหล่งผลิตอากาศชั้นดี หรือ ออกซิเจน ที่จำเป็นในการหายใจของมนุษย์และสัตว์ ต้นไม้ยังเป็นร่มเงาที่บดบังความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้ดีอีกด้วย และที่ขาดไม่ได้ ต้นไม้ยังสร้างความสวยงาม สร้างความสุขให้รู้สึกสบายเหมือนเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ

ล่าสุด ปตท. เดินหน้า “โครงการลมหายใจเพื่อเมือง” ปลูกต้นไม้ 1 แสนต้น สร้างพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ น่าอยู่ยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจาก “โครงการลมหายใจเดียวกัน - โครงการลมหายใจเพื่อน้อง” โดย โครงการลมหายใจเดียวกัน เป็นโครงการที่ ปตท. ร่วมจัดหาเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นมอบให้แก่โรงพยาบาลหลายแห่ง รวมถึงพัฒนานวัตกรรมสนับสนุนการดำเนินการของโรงพยาบาลสนาม ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่วนโครงการลมหายใจเพื่อน้อง เป็นโครงการที่ ปตท. ร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา มอบโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้กลับมาเรียนอีกครั้ง นำไปสู่การจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง PTT Virtual Run ช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน ที่ผ่านมา และสามารถระดมทุนได้ถึง 171 ล้านบาท

ในวันนี้ ปตท. เริ่มดำเนิน โครงการลมหายใจเพื่อเมือง สนับสนุนเป้าหมายของกรุงเทพมหานครในการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น ร่วมปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น ในพื้นที่ของ ปตท. และพื้นที่ของ กทม. เป็นไม้ยืนต้น ไม้พุ่มอายุยาว และไม้เถาที่มีเนื้อไม้ เป็นพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่กรุงเทพฯ เช่น ต้นประดู่ป่า ต้นรวงผึ้ง ต้นไทรย้อยใบแหลม นำร่องพัฒนาพื้นที่บริเวณถนนกำแพงเพชร 6 ซึ่งเป็นพื้นที่ของ ปตท. ที่จะพัฒนาใช้ประโยชน์และมุ่งให้เกิดพื้นที่สีเขียวควบคู่กันต่อไปในอนาคต สอดคล้องกับนโยบายการเชื่อมโยงกับพื้นที่สีเขียวของ กทม.

นอกจากจะปลูกต้นไม้ในพื้นที่ของ ปตท. แล้ว ยังจับมือร่วมกับ กทม. ปลูกในพื้นที่สวนสาธารณะ เช่น  สวนจตุจักร สวนรถไฟ และอีกหลายพื้นที่ที่สำคัญทั่วกรุงเทพฯ เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ กักฝุ่นและมลพิษ รวมทั้งยังเป็นการช่วยลดอุณหภูมิรอบพื้นที่ปลูก ให้ร่มเงา เพิ่มความน่าอยู่ให้กับสังคมเมือง

โดยที่ผ่านมาในปี 2537 กับโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ 1 ล้านไร่ จนกระทั่งปัจจุบัน ป่าที่ปลูก สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สะสมเฉลี่ย 2.14 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ส่งเสริมให้เกิดคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจที่ดีแก่ชุมชน อีกทั้ง ปตท. ได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์จากการปลูกและฟื้นฟูป่ากว่า 25 ปี ได้จัดตั้งสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ เผยแพร่ความรู้และสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้ 3 แห่ง ในภูมิภาคต่างๆ และรวมถึงกรุงเทพมหานคร อีกด้วย

ทั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การปลูก ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตดีขึ้น และเพิ่มพื้นที่สีเขียว เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ “3P” ของ ปตท. ประกอบด้วย 1.Pursuit of Lower Emissions ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการ 2.Portfolio Transformation ปรับพอร์ตการดำเนินธุรกิจสู่ธุรกิจสีเขียว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 3.Partnership with Nature and Society ดำเนินการปลูกและบำรุงรักษาป่า ร่วมกับภาครัฐและชุมชน มุ่งสู่การเพิ่มการดูดซับก๊าซเรือนกระจกจากชั้นบรรยากาศ ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดจะร่วมผลักดันองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero Emission ต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มอบรางวัล PTT Station Privilege Card

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2022 เป็นประธานมอบ รางวัลที่ 1 บัตรเติมน้ำมัน

“ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง ปตท.” คว้ารางวัลเกียรติยศ จากเวที Thailand Green Design Awards 2022 (TGDA)

ถึงแม้ว่าจะอยู่ในกรุงเทพมหานครก็สามารถดื่มด่ำธรรมชาติ สูดออกซิเจนจากป่าให้เต็มปอดได้โดยไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล เพียงแค่ไปที่ “ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง” ถนนสุขาภิบาล 2

ร่วมด้วยช่วยกันประหยัดพลังงานสู้วิกฤต

ปัญหาความผันผวนของราคาพลังงาน อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยังไม่มีบทสรุป สถานการณ์ความตึงเครียดในเวทีโลกระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนที่พร้อมปะทุทุกเมื่อ

มอบเครื่องการันตีสู่ ‘สังคมรักษ์สิ่งแวดล้อม’ จากหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน รุ่นที่ 8

แน่นอนว่าการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเป็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่ภายในชุมชนด้วยแล้วยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องมีการจัดการที่ดีพอสมควร เนื่องจากต้องมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน