แห่สมัคร ‘รถพุ่มพวงไทยช่วยไทย’ ทะลุหมื่นราย ลุยส่งของถูกถึงชุมชน

โครงการ “รถพุ่มพวงไทยช่วยไทย” ปิดรับสมัครคึกคัก มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 10,397 รายทั่วประเทศ รัฐบาลเดินหน้าดันเป็นเครือข่ายค้าขายเคลื่อนที่ กระจายสินค้าราคาประหยัดถึงมือประชาชน ช่วยลดค่าครองชีพ พร้อมสร้างรายได้ให้ผู้ค้ารายย่อยและกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน

9 พฤษภาคม 2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” ซึ่งกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ดำเนินการ ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการทั่วประเทศอย่างมาก หลังปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 10,397 ราย

แบ่งเป็นรถสามล้อพ่วงข้าง 4,535 ราย คิดเป็นร้อยละ 43.62 รถยนต์ 3,539 ราย คิดเป็นร้อยละ 34.04 และรถจักรยานยนต์ 2,323 ราย คิดเป็นร้อยละ 22.34 สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ที่พร้อมเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการกระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ชุมชน

นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลตั้งเป้ายกระดับ “รถพุ่มพวง” ให้เป็นเครือข่ายเศรษฐกิจเคลื่อนที่ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการฐานราก รวมถึงเป็นช่องทางกระจายสินค้าไทย สินค้าชุมชน และสินค้าจำเป็นให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง

สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ ภาครัฐจะสนับสนุนทั้งค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ชุดสินค้าเริ่มต้น และระบบช่วยกระจายสินค้า โดยรถยนต์จะได้รับค่าน้ำมัน 750 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 3,000 บาทต่อเดือน รถสามล้อพ่วงข้างได้รับ 375 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 1,500 บาทต่อเดือน ส่วนรถจักรยานยนต์ได้รับ 250 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 1,000 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้รับชุดสินค้าเริ่มต้นเพื่อนำไปจำหน่ายในชุมชน โดยคาดว่ารถยนต์จะมีกำไรเฉลี่ยราว 400 บาท รถสามล้อพ่วงข้าง 224 บาท และรถจักรยานยนต์ 113 บาท พร้อมสามารถรับคำสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าผ่านเครือข่ายไลน์ของไปรษณีย์อำเภอ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการส่งต่อสินค้าให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการคัดกรองจากคณะกรรมการจังหวัด และติดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยสามารถนำสินค้าตามโครงการไปจำหน่ายร่วมกับสินค้าที่ขายอยู่เดิมได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกและขยายรายได้ให้ผู้ประกอบการในระดับชุมชนต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

ร้องหมดไม่มีเว้น! 'ศรีสุวรรณ' จี้รัฐบาลจัดระเบียบ 'รถพุ่มพวง-ซาเล้ง' ดัดแปลงสภาพผิดกฎหมาย

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางมายื่นคำร้องถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

'ศุภจี' ลุย 'ไทยช่วยไทย Plus' ส่งรถพุ่มพวงกว่าหมื่นคันกระจายสินค้าลดค่าครองชีพทั่วประเทศ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการลดภาระค่าค

รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทย' วันแรกเงินสะพัด 33.7 ล้านบาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” ซึ่งดำเนินการผ่านที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่วันแรก โดยมีประชาชนเข้าร่วมแล้วกว่า 283,894 คน ครอบคลุม 878 อำเภอ ใน 76 จังหวัด (ไม่รวมกรุงเทพมหานคร)

เปิดโครงการหนุนรถพุ่มพวงทั่วประเทศ รับสมัครถึง 7 พ.ค.นี้

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทย เชิญชวนผู้ประกอบการรถพุ่มพวงทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง เพื่อเสริมบทบาทของผู้ค้ารายย่อยในการกระจายสินค้าราคาประหยัด ตรงถึงมือประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ