วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. มหาวิทยาลัยมหิดล-สสส. ปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า

.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สนับสนุนโดย กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า ประเทศไทยสามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ได้ครึ่งหนึ่งจากร้อยละ 32 เป็น 16.7 จากปี 2532-2567 อย่างไรก็ตาม อัตราการลดนี้ชะลอลงตั้งแต่ปี 2557 ที่มีบุหรี่ไฟฟ้าลักลอบเข้ามาขายอย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งกลยุทธการพัฒนาบุหรี่ไฟฟ้าให้ทันสมัย สวยงาม กระทัดรัด สะดวกสบาย ปรุงแต่งกลิ่นและรส โดยเฉพาะรุ่นตุ๊กตาหรือ toy pod ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะวัยรุ่นหญิง ซึ่งอันตรายของบุหรี่ในเด็กและผู้ใหญ่ต่อทุกอวัยวะเหมือนกัน ต่างกันที่ในเด็กนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดจะมีผลต่อสมองที่กำลังเจริญเติบโต ดังนั้น “นโยบายป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์นิโคตินตั้งแต่ยังไม่สูบ เป็นมาตรการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ที่ได้ผลสูงสุด” สอดคล้องกับนโยบาย Nicotine-Free Generation ที่รัฐมนตรีสาธารณสุขท่านพัฒนา พร้อมพัฒน์ แจ้งว่าเป็นแนวทางที่รัฐบาลให้ความสนใจ กำลังศึกษา เมื่อ 8 พฤษภาคม 2569 ซึ่งนโยบาย Smoke-Free หรือ Nicotine-Free Generation (NFG) นี้ เป็นแนวโน้มใหม่ของโลก คือ “นโยบายสาธารณสุขที่มุ่งสร้างสังคมปลอดบุหรี่ถาวรอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคตินให้กับผู้ที่เกิดตั้งแต่วันที่กำหนด เช่น  ที่อังกฤษกำหนดวันที่ 1 มกราคม 2009 มัลดีฟส์ 1 มกราคม 2007 ทำให้คนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังจากนั้นไม่สามารถเข้าถึงบุหรี่ได้ตามกฎหมายตลอดไป” ซึ่งเป็นนโยบายที่ยั่งยืนกว่าการกำหนดอายุขั้นต่ำที่จะเข้าถึงยาสูบ (Minimal Age Law) ได้ เช่น ขณะนี้ประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 20 ปี หมายความว่า เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีไม่สามารถซื้อยาสูบได้ แต่พออายุ 21 ปี กฎหมายก็จะอนุญาตให้สามารถเข้าถึงยาสูบและเสพติดได้ นอกจากนี้ นโยบาย NFG นี้ยังมีความเป็นธรรมเพราะปกป้องผู้ไม่สูบบุหรี่ และไม่ใช่การรอนสิทธิเสรีภาพ แต่เป็นการคืนสิทธิให้มีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่จะให้เด็กและเยาวชนเติบใหญ่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ตามพรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มากกว่านั้นยังเป็นนโยบายที่ประนีประนอมปกป้องคนไม่สูบบุหรี่อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ได้ห้ามผู้สูบบุหรี่ซึ่งจะมีมาตรการบำบัดรองรับอยู่แล้ว มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า บุหรี่ไฟฟ้าที่เด็กและเยาวชนนิยมสูบนั้นเป็นนิโคตินสังเคราะห์ ไม่ใช่นิโคตินธรรมชาติจากใบยาสูบ นโยบายนี้จึงไม่กระทบกับชาวไร่ยาสูบ

ในประเทศไทยเริ่มมีแนวคิดนี้เกิดขึ้น นำโดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ซึ่งมีสมาชิกเป็นคณะแพทย์ทั้งหมดของประเทศไทย 28 คณะ นำร่องโดยทำข้อตกลงร่วมกันที่จะมุ่งพัฒนาให้นักศึกษาแพทย์ทั้งหมดเป็น Nicotine-Free Generation Medical Students เมื่อวันครู 16 มกราคม 2569 และได้เริ่มมีการพัฒนานศพ.แกนนำร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.) ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนจากตัวนศพ.เอง

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวคือ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้พัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ตั้งแต่ปี 2552 จากมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ มหิดลต่อยอดสู่ชุมชนศาลายาปลอดนิโคดิน  สำหรับพื้นที่ต้นแบบ Salaya Sandbox อธิการบดี

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา ได้มอบหมายให้ รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพันธกิจสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า “มหิดลและชาวศาลายาจะร่วมกันปกป้องเยาวชนชาวศาลายาให้เป็น Salaya Nicotine-Free Generation หรือ NoNicGen” โดยเป้าหมายของการทำ Sandbox คือการทำให้พื้นที่ศาลายารอบตัวเยาวชนปลอดภัยจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน มหาวิทยาลัย ชุมชน ร้านค้า หอพัก หรือพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้การป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่จำกัดอยู่เพียงกิจกรรมรณรงค์ในระยะสั้น โดยใช้แนวคิดการเปลี่ยนจาก “กฎหมายสู่วัฒนธรรม” ไม่ใช่เพียงการออกกฎห้ามสูบ แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมชุมชนร่วมกัน ผ่านการขับเคลื่อนด้วยนโยบายที่ชัดเจน การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบการมีส่วนร่วมของชุมชน และการสร้างวัฒนธรรมที่ไม่สนับสนุนการสูบบุหรี่ในเยาวชนที่เกิดตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 อายุ 9 ปี หรือ ชั้นป.4 นั่นเอง เหตุผลที่เริ่มที่อายุ 9-10 ปี เพราะสมองส่วนหน้า (prefrontal cortex) เริ่มมีการพัฒนา EF (Executive Function) แล้ว แต่ยังไม่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงที่อยากรู้อยากลอง  เลียนแบบเพื่อน และชอบความท้าทายจึงเป็นการป้องกันก่อนเข้าไปลอง และเสพติด เพราะนิโคตินเป็นสารเสพติด ๆ ได้ง่าย และเลิกยากมาก ๆ มหาวิทยาลัยจึงเสริมโครงการ Salaya NoNicGen ด้วยระบบคัดกรอง นำผู้สูบที่ต้องการบำบัดเข้าสู่ Ex(it)Program โดยมีคลินิกฟ้าใส ช่วยเลิกบุหรี่ครบวงจรพร้อมที่รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกศาลายา

ส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุดคือ ในงานนิทรรศการศิลปะ "(สุข)ชั่วครู่ สู่(ทุกข์)ชั่วชีวิต! Are you sure?" เมื่อ 27 พฤษภาคม 2569 นิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ 18 สถาบันออกแถลงการณ์หนุนรัฐบาลออกนโยบาย 'Nicotine-Free Generation' เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ไม่ให้ทุกข์ชั่วชีวิต เสริมมาตรการห้ามนำเข้า/ห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และเร่งปราบปรามอย่างเข้มงวดจริงจัง เพื่ออนาคตของเด็กไทยซึ่งขณะนี้ก็เผชิญวิกฤตจำนวนเกิดน้อย ต้องมาถูกซ้ำกระหน่ำจากภัยบุหรี่ไฟฟ้าอีก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ระยอง เมืองแห่งการเรียนรู้สู่เมืองสุขภาวะ' สสส. สานพลัง จ.ระยอง-RILA-อาศรมศิลป์ สร้างพื้นที่สุขภาวะต้นแบบเด็ก สร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย จ.ระยอง (RILA) สถาบันอาศรมศิลป์ และภาคีเครือข่าย นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "ต้นแบบการขับเคลื่อนนโยบายสู่การพัฒนาพื้นที่สุขภาวะและสร้างชีวิตวิถีใหม่ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs" เพื่อติดตามผลการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ จ.ระยอง

สสส. สานพลัง มรภ.อุบลฯ-อบจ.อุบลฯ พัฒนา Community Guideline-SMART-NF เชื่อม อสม.-รพ.สต.-โรงพยาบาล สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ ลดความล่าช้าเพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วย

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี (อบจ.อุบลราชธานี) และภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพระบบบริการปฐมภูมิเพื่อการคัดกรองและดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าในชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า จ.อุบลราชธานี พร้อมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานจริงของเครือข่ายบริการสุขภาพ เพื่อถอดบทเรียนการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

วิถีธรรม วิถีไทย วิถีใหม่ยกระดับสุขภาพคนไทย

สสส. สานพลัง สธ.-มูลนิธิอุทัยสุดสุข-ภาคีเครือข่าย ยกระดับกลไก-ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยง NCDs ขยายต้นแบบ 13 จังหวัด 17 อำเภอ เตรียมต่อยอดนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ระดับชาติ

ผลวิจัยชัด โรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ช่วยเซฟเด็กไทย ลดโอกาสการสูบได้จริงถึง 45%

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดงานเวทีเชิดชูเกียรติและแลกเปลี่ยนเรียนรู้

“ตำบลจัดการสุขภาวะ” สสส.จับมือ 3,690 อปท. ยกระดับสุขภาวะแบบเข้าถึงพื้นที่

สสส. มุ่งสร้างสุขภาวะระดับตำบล สนับสนุนชุมชนพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพตามบริบทตน ประกอบฐานข้อมูลสุขภาพท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด Health in All Policies

สุขภาวะมุสลิมไทย วิถีวะสะฏียะฮ์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทุกช่วงวัย

ประชากรมุสลิมทั่วโลกปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 1.6 พันล้านคน คิดเป็น 23% ของประชากรโลก และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 พันล้านคน ภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.2030) ในประเทศไทย