ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สนับสนุนโดย กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า ประเทศไทยสามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ได้ครึ่งหนึ่งจากร้อยละ 32 เป็น 16.7 จากปี 2532-2567 อย่างไรก็ตาม อัตราการลดนี้ชะลอลงตั้งแต่ปี 2557 ที่มีบุหรี่ไฟฟ้าลักลอบเข้ามาขายอย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งกลยุทธการพัฒนาบุหรี่ไฟฟ้าให้ทันสมัย สวยงาม กระทัดรัด สะดวกสบาย ปรุงแต่งกลิ่นและรส โดยเฉพาะรุ่นตุ๊กตาหรือ toy pod ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะวัยรุ่นหญิง ซึ่งอันตรายของบุหรี่ในเด็กและผู้ใหญ่ต่อทุกอวัยวะเหมือนกัน ต่างกันที่ในเด็กนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดจะมีผลต่อสมองที่กำลังเจริญเติบโต ดังนั้น “นโยบายป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์นิโคตินตั้งแต่ยังไม่สูบ เป็นมาตรการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ที่ได้ผลสูงสุด” สอดคล้องกับนโยบาย Nicotine-Free Generation ที่รัฐมนตรีสาธารณสุขท่านพัฒนา พร้อมพัฒน์ แจ้งว่าเป็นแนวทางที่รัฐบาลให้ความสนใจ กำลังศึกษา เมื่อ 8 พฤษภาคม 2569 ซึ่งนโยบาย Smoke-Free หรือ Nicotine-Free Generation (NFG) นี้ เป็นแนวโน้มใหม่ของโลก คือ “นโยบายสาธารณสุขที่มุ่งสร้างสังคมปลอดบุหรี่ถาวรอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคตินให้กับผู้ที่เกิดตั้งแต่วันที่กำหนด เช่น ที่อังกฤษกำหนดวันที่ 1 มกราคม 2009 มัลดีฟส์ 1 มกราคม 2007 ทำให้คนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังจากนั้นไม่สามารถเข้าถึงบุหรี่ได้ตามกฎหมายตลอดไป” ซึ่งเป็นนโยบายที่ยั่งยืนกว่าการกำหนดอายุขั้นต่ำที่จะเข้าถึงยาสูบ (Minimal Age Law) ได้ เช่น ขณะนี้ประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 20 ปี หมายความว่า เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีไม่สามารถซื้อยาสูบได้ แต่พออายุ 21 ปี กฎหมายก็จะอนุญาตให้สามารถเข้าถึงยาสูบและเสพติดได้ นอกจากนี้ นโยบาย NFG นี้ยังมีความเป็นธรรมเพราะปกป้องผู้ไม่สูบบุหรี่ และไม่ใช่การรอนสิทธิเสรีภาพ แต่เป็นการคืนสิทธิให้มีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่จะให้เด็กและเยาวชนเติบใหญ่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ตามพรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มากกว่านั้นยังเป็นนโยบายที่ประนีประนอมปกป้องคนไม่สูบบุหรี่อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ได้ห้ามผู้สูบบุหรี่ซึ่งจะมีมาตรการบำบัดรองรับอยู่แล้ว มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า บุหรี่ไฟฟ้าที่เด็กและเยาวชนนิยมสูบนั้นเป็นนิโคตินสังเคราะห์ ไม่ใช่นิโคตินธรรมชาติจากใบยาสูบ นโยบายนี้จึงไม่กระทบกับชาวไร่ยาสูบ
ในประเทศไทยเริ่มมีแนวคิดนี้เกิดขึ้น นำโดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ซึ่งมีสมาชิกเป็นคณะแพทย์ทั้งหมดของประเทศไทย 28 คณะ นำร่องโดยทำข้อตกลงร่วมกันที่จะมุ่งพัฒนาให้นักศึกษาแพทย์ทั้งหมดเป็น Nicotine-Free Generation Medical Students เมื่อวันครู 16 มกราคม 2569 และได้เริ่มมีการพัฒนานศพ.แกนนำร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.) ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนจากตัวนศพ.เอง
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวคือ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้พัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ตั้งแต่ปี 2552 จากมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ มหิดลต่อยอดสู่ชุมชนศาลายาปลอดนิโคดิน สำหรับพื้นที่ต้นแบบ Salaya Sandbox อธิการบดี
ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา ได้มอบหมายให้ รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพันธกิจสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า “มหิดลและชาวศาลายาจะร่วมกันปกป้องเยาวชนชาวศาลายาให้เป็น Salaya Nicotine-Free Generation หรือ NoNicGen” โดยเป้าหมายของการทำ Sandbox คือการทำให้พื้นที่ศาลายารอบตัวเยาวชนปลอดภัยจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน มหาวิทยาลัย ชุมชน ร้านค้า หอพัก หรือพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้การป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่จำกัดอยู่เพียงกิจกรรมรณรงค์ในระยะสั้น โดยใช้แนวคิดการเปลี่ยนจาก “กฎหมายสู่วัฒนธรรม” ไม่ใช่เพียงการออกกฎห้ามสูบ แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมชุมชนร่วมกัน ผ่านการขับเคลื่อนด้วยนโยบายที่ชัดเจน การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบการมีส่วนร่วมของชุมชน และการสร้างวัฒนธรรมที่ไม่สนับสนุนการสูบบุหรี่ในเยาวชนที่เกิดตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 อายุ 9 ปี หรือ ชั้นป.4 นั่นเอง เหตุผลที่เริ่มที่อายุ 9-10 ปี เพราะสมองส่วนหน้า (prefrontal cortex) เริ่มมีการพัฒนา EF (Executive Function) แล้ว แต่ยังไม่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงที่อยากรู้อยากลอง เลียนแบบเพื่อน และชอบความท้าทายจึงเป็นการป้องกันก่อนเข้าไปลอง และเสพติด เพราะนิโคตินเป็นสารเสพติด ๆ ได้ง่าย และเลิกยากมาก ๆ มหาวิทยาลัยจึงเสริมโครงการ Salaya NoNicGen ด้วยระบบคัดกรอง นำผู้สูบที่ต้องการบำบัดเข้าสู่ Ex(it)Program โดยมีคลินิกฟ้าใส ช่วยเลิกบุหรี่ครบวงจรพร้อมที่รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกศาลายา
ส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุดคือ ในงานนิทรรศการศิลปะ "(สุข)ชั่วครู่ สู่(ทุกข์)ชั่วชีวิต! Are you sure?" เมื่อ 27 พฤษภาคม 2569 นิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ 18 สถาบันออกแถลงการณ์หนุนรัฐบาลออกนโยบาย 'Nicotine-Free Generation' เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ไม่ให้ทุกข์ชั่วชีวิต เสริมมาตรการห้ามนำเข้า/ห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และเร่งปราบปรามอย่างเข้มงวดจริงจัง เพื่ออนาคตของเด็กไทยซึ่งขณะนี้ก็เผชิญวิกฤตจำนวนเกิดน้อย ต้องมาถูกซ้ำกระหน่ำจากภัยบุหรี่ไฟฟ้าอีก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. สำนักงานเลขาธิการสภาฯ-สสส.-มูลนิธิรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ห่างไกล
วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. สำนักงานเลขาธิการสภาฯ-สสส.-มูลนิธิรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ห่างไกล ปธ.กมธ.สาธารณสุข "สกลธี" ห่วงเยาวชนไทยเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย “หมอวีระพันธ์” เผยตัวเลขผู้สูบทะลุ 1.7 ล้านคน เด็กวัย 10-19 ปี สูบกว่า 4 แสนคน เร่งเรียกรัฐเอาจริงคุมขาย-คุมนำเข้า
ธงแดงปลอดภัย...เปลี่ยนอโศก สู่ 'เมืองเดินได้ เดินดี เดินปลอดภัย'
อโศก-สุขุมวิท กลายเป็นต้นแบบเมืองเดินได้อย่างแท้จริง เมื่อกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการรณรงค์ใหญ่ “อโศกโมเดล” ด้วยการแจกและติดตั้ง “ธงแดง” ให้ประชาชนถือขณะเดินข้ามทางม้าลาย เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็ว หยุดรถ และเคารพสิทธิคนเดินเท้า เปลี่ยนวัฒนธรรมท้องถนนจาก “รถ" เป็น “คนเดินปลอดภัย” อย่างยั่งยืน
สสส. ดึงพลังคนรุ่นใหม่ประกวดสื่อโฆษณาชวนเลิกบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า
สสส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จัดประกวดสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ช่องทางเลิกบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า ชูพลังเยาวชนร่วมสร้างสื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ หลังพบการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยพุ่งอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์จีโนมฯ เตือนสติ 'อีโบลา' ไม่ใช่เรื่องไกลตัว 'ไทย' ต้องเตรียมพร้อมทันที
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
“สุขภาพดี วิถีล้านนา” สสส. สานพลัง มรอ.-ภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนสุขภาวะภาคเหนือตอนบน
รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม กรรมการกองทุน และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 7 สสส. กล่าวภายหลังลงพื้นที่ศึกษาดูงานภายใต้แผน 13 ด้านการขับเคลื่อนสุขภาวะชุมชน และ

