
ปล่อยไปเพียบแน่ “ สสส.จับมือสธ.” ช่วยผู้ป่วยพอต เปิดแนวรักษารวมศูนย์-เว็บ-แอปเตือนภัย แนวต้านล่อลวงเด็กประถม
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สานพลังภาคีเครือข่าย ร่วมกันประกาศ “แนวทางปฏิบัติการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วย EVALI ระดับประเทศ” พร้อมทั้งจัดเสวนา “วิกฤต EVALI ภัยเงียบจากบุหรี่ไฟฟ้า”

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้า ภัยเงียบที่พุ่งเป้าไปที่เยาวชนโดยตรง และเป็นตัวการก่อโรคปอดอักเสบรุนแรงเฉียบพลัน(EVALI) ซึ่งปัจจุบันมีคนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากเกือบ 1 ล้านคน แต่มีรายงานป่วยโรค EVALI เข้ามาในระบบน้อย เนื่องด้วยระบบรายงานโรคซับซ้อน และกระบวนการวินิจฉัยยังไม่ชัดเจน สธ.จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแนวทางปฏิบัติการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วย EVALI ระดับประเทศ รวมถึงคู่มือแนวทางปฏิบัติฯ เพื่อเป็นมาตรฐานในการดูแลรักษาโรคดังกล่าว
“ผมขอประกาศนโยบายและขอความร่วมมือไปยังสถานพยาบาลทุกระดับ ทั้งภาครัฐ เอกชน ให้มีความตื่นตัว คัดกรอง วินิจฉัยและรายงานผู้ป่วยเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังโรคของกรมควบคุมโรคอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประเทศไทยมีข้อมูลเชิงประจักษ์ในการกำหนดนโยบายปกป้องสุขภาพประชาชนจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างแม่นยำ” นายพัฒนา กล่าว

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่7 พบเด็กและเยาวชนกลุ่มอายุ 10-14 ปี เคยสูบสูงถึง 7.1% (สูบประจำ 1.6%) ส่วนกลุ่มอายุ 15-29 ปี อัตราการสูบพุ่งโต 2 เท่าใน 5 ปี จนแตะ 8.4% ส่วนวัยรุ่นหญิงมีการสูบเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 3.1 เท่า โดยพบระบาดหนักสุดในกรุงเทพฯ และภาคอีสาน และเด็กเยาวชนเกือบ 58% เสี่ยงอันตรายจากควันบุหรี่ มือสอง ซึ่งได้รับควันจากที่บ้าน ตลาด และโรงเรียน
“สสส. จึงเร่งประสานทุกหน่วยงานนำแนวทางวินิจฉัยและรักษาไปใช้ควบคู่กับการรายงานผู้ป่วย เข้าสู่ระบบ พร้อมพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเตือนภัยบุหรี่ไฟฟ้าในรูปแบบ Interactive Microsite เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่เด็กและเยาวชนอายุ 4-18 ปี และป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อบุหรี่ไฟฟ้าในอนาคต”ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา นายกสมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย กล่าวว่าแนวทางปฏิบัติการวินิจฉัยภาวะปอดอักเสบ EVALI เป็นความร่วมมือระหว่าง สสส., สมาคมเวชบำบัดวิกฤตฯ, สมาคมอุรเวชช์ฯ และกรมควบคุมโรค เพื่อให้สถานพยาบาลทุกระดับใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยมี 3 เป้าหมายหลัก คือ 1.มาตรฐานการวินิจฉัย ใช้เกณฑ์คัดกรอง ซักประวัติ และเอกซเรย์ระบบเดียวกันทั่วประเทศ 2.ระบบรายงานที่มีประสิทธิภาพ กำหนดให้ EVALI เป็นโรคที่ต้องเข้าระบบเฝ้าระวังทันที 3.ส่งต่อข้อมูลเพื่อ ขับเคลื่อนนโยบาย ใช้ข้อมูลสนับสนุนมาตรการทางกฎหมาย และผลักดันการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าอย่าง เด็ดขาด

สำหรับแนวทางปฏิบัติที่ประกาศในครั้งนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการกำกับดูแลสถานพยาบาล ทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการรักษา ดูแลปกป้องเด็กเยาวชน และผู้ป่วยทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียม เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดัน 16 องค์กรต้นแบบ ปั้น “พี่เลี้ยง HHA”ดูแลกาย-ใจ-เงิน รับมือภัยเงียบในโลกการทำงาน
คนวัยทำงานกำลังเผชิญ “ภัยเงียบ” ที่ไม่ได้กระทบเพียงสุขภาพกาย แต่ลุกลามไปถึงสุขภาพจิตและสถานะทางการเงิน ทั้งความเครียด ภาวะหมดไฟ
เตือนภัยแก๊งค้ายาออนไลน์งัดกลยุทธ์เจาะนักเสพหน้าใหม่
เปิดผลวิจัย พบแก๊งค้ายาออนไลน์ ใช้โค๊ดลับ ขาย-ส่ง ยาเสพติดผ่านอีคอมเมิร์ซ ส่งผ่านไรเดอร์ เก็บเงินปลายทาง ห่วงเด็ก เยาวชน เป็นเหยื่อนักเสพหน้าใหม่
“รมว.พัฒนา” ยัน รัฐบาลไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า 100% มอบนโยบายจัดตั้งคณะทำงานกำหนด KPI ร่วม สสส. - สธ. เห็นชอบแผนเลิกยาสูบ-นิโคติน แบบไร้รอยต่อ
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 1 เป็นประธานการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 7/2569
สสส. พร้อมร่วมงาน รพ.ชุมชน ตามนโนบาย รมว.สาธารณสุข ยึดเป้าหมายเดียวกัน สร้างเสริมสุขภาพ-ป่วย-เจ็บ น้อยลง อายุคาดเฉลี่ยเพิ่ม ลดงบรักษา
จากกรณีที่ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในงานประชุมวิชาการโรงพยาบาลชุมชน ให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลชุมชน และระบบบริการปฐมภูมินั้น นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ยินดีทำงานร่วมกับ รพ.ชุมชน ได้หารือเบื้องต้นกับ
'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ
ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ

