
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ จ.อุบลราชธานี เทศบาลนครอุบลราชธานี ภาคีด้านสุขภาพ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ชุมชน และเครือข่ายกว่า 10 องค์กร จัดเทศกาลวิ่ง กิน เที่ยวเพื่อสุขภาพ Iconic RUN Fest 2026 : Run Ubon ปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “อุบล อยู่ดี” ต้นแบบการพัฒนาเมืองสุขภาวะอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ค. 2569

ร้อยตรีสรมงคล มงคละสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า จ.อุบลราชธานีมีต้นทุนสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร การท่องเที่ยว และความเข้มแข็งของชุมชน การขับเคลื่อน “อุบล อยู่ดี” จึงเป็นการนำศักยภาพของจังหวัดมาเชื่อมโยงกับการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อพัฒนาเมืองเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการฟื้นชีวิตย่านเมืองเก่าและริมแม่น้ำมูลให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถใช้ทำกิจกรรม เรียนรู้ ออกกำลังกาย และสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน จ.อุบลราชธานีไม่ได้มุ่งเพียงเป็นเมืองที่น่าเที่ยว แต่ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนอยู่แล้วมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย มีพื้นที่ทำกิจกรรมทางกาย เข้าถึงอาหารสุขภาพ และมีความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเอง โครงการ “อุบล อยู่ดี” จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการรวมพลังทุกภาคส่วนให้ร่วมกันพัฒนาเมืองไปในทิศทางเดียวกัน
“จ.อุบลราชธานี พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับ สสส. เทศบาลนครอุบลราชธานี หน่วยงานด้านสาธารณสุข สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อขยายผลกิจกรรมจากเทศกาลไปสู่การดำเนินงานต่อเนื่องในระดับพื้นที่ โดยมุ่งให้เกิดพื้นที่ต้นแบบที่เอื้อต่อการเดินและการมีกิจกรรมทางกาย การพัฒนาอาหารท้องถิ่นให้ดีต่อสุขภาพ และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลเมือง ทั้งนี้ ความสำเร็จของเมืองสุขภาวะจะเกิดขึ้นได้เมื่อคนในพื้นที่รู้สึกเป็นเจ้าของ ร่วมคิด ร่วมออกแบบ และร่วมใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง” ร้อยตรีสรมงคล กล่าว

นางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุน สสส. และประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 5 สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะดี โดยใช้พื้นที่จริงเป็นฐานในการเชื่อมโยงการทำงานด้านกิจกรรมทางกาย อาหารสุขภาวะ พื้นที่สาธารณะ และการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “อุบล อยู่ดี” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนอุบลทุกช่วงวัย สร้างความร่วมมือระดับจังหวัดและพื้นที่ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs ผ่านการนำทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต อัตลักษณ์ชุมชน และศักยภาพของย่านเมืองเก่า ต่อยอดเป็นกลไกสร้างเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งป็นเปัญหาสุขภาพสำคัญที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ทั้งการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ภาวะเนือยนิ่ง การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเคลื่อนไหว โดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น ภาคธุรกิจ ชุมชน และประชาชนในพื้นที่
“การสร้างเมืองสุขภาวะไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมออกกำลังกายเป็นครั้งคราว แต่ต้องทำให้การเคลื่อนไหว การเดิน การวิ่ง การกินอาหารที่ดี และการใช้พื้นที่สาธารณะ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน สสส. จึงสนับสนุนให้เมืองนำทุนที่มีอยู่ ทั้งวัฒนธรรม อาหาร ผู้คน และพื้นที่เมืองเก่า มาร่วมออกแบบเป็นพื้นที่แห่งสุขภาวะ เพื่อให้คนทุกวัยเข้าถึงโอกาสในการมีสุขภาพที่ดีได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน” นางประภาศรี กล่าว

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า แนวทางการขับเคลื่อน “อุบล อยู่ดี” เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกาย อาหารสุขภาวะ และพื้นที่สุขภาวะ โดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้การมีส่วนร่วมเป็นกลไกหลักในการออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทจริงของเมือง การจัด Iconic RUN Fest 2026 จึงไม่ใช่เพียงงานวิ่ง แต่เป็นพื้นที่ทดลองทางสังคมที่นำกิจกรรมสุขภาพ วัฒนธรรม อาหาร และการท่องเที่ยวมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าการสร้างสุขภาพสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกมิติของชีวิตประจำวัน มีการออกแบบกิจกรรมร่วมกับภาคีเครือข่าย ให้ครอบคลุมประชาชนทุกช่วงวัย ตลอดจน นักวิ่ง นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการร้านอาหาร และชุมชนเมืองเก่า อาทิ กิจกรรมส่งเสริมการขยับกาย เพื่อลดภาวะเนือยนิ่งและออฟฟิศซินโดรม การแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องประโยชน์ของกิจกรรมทางกายต่อการมีชีวิตยืนยาว การพัฒนาเมนูต้นแบบลดโซเดียม การตรวจวัดความเค็มด้วยเครื่อง Salt Meter และการสร้างพื้นที่เมืองที่เอื้อต่อการเดิน วิ่ง และพบปะของประชาชน
“หัวใจสำคัญของอุบล อยู่ดี คือการทำให้เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัวและเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตเดิมของคนในพื้นที่ เราไม่จำเป็นต้องสร้างกิจกรรมใหม่ทั้งหมด แต่สามารถนำอาหารท้องถิ่น ย่านเมืองเก่า งานประเพณี ถนนคนเดิน และพื้นที่ริมแม่น้ำมูล มาปรับให้เอื้อต่อสุขภาพมากขึ้น เมื่อประชาชนได้ร่วมลงมือทำ เห็นประโยชน์ และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนแปลงก็จะมีโอกาสเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องสร้างระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ประชาชนตัดสินใจเลือกวิถีชีวิตสุขภาวะได้ง่ายขึ้น” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"LEARN ไม่นิ่ง" เมื่อชุมชนกลายเป็นห้องเรียน เปลี่ยนการศึกษาจากการท่องจำสู่การเรียนรู้
เสียงจั๊กจั่นดังแว่วมาจากแนวป่าชายเลน ลมทะเลพัดผ่านต้นโกงกางและแสมทะเล เด็กนักเรียนกลุ่มเล็กๆ กำลังจดบันทึกสิ่งที่พบตรงหน้า บางคนก้มสังเกตรากค้ำยันของต้นโกงกาง
'ระยอง เมืองแห่งการเรียนรู้สู่เมืองสุขภาวะ' สสส. สานพลัง จ.ระยอง-RILA-อาศรมศิลป์ สร้างพื้นที่สุขภาวะต้นแบบเด็ก สร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย จ.ระยอง (RILA) สถาบันอาศรมศิลป์ และภาคีเครือข่าย นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "ต้นแบบการขับเคลื่อนนโยบายสู่การพัฒนาพื้นที่สุขภาวะและสร้างชีวิตวิถีใหม่ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs" เพื่อติดตามผลการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ จ.ระยอง
สสส. สานพลัง มรภ.อุบลฯ-อบจ.อุบลฯ พัฒนา Community Guideline-SMART-NF เชื่อม อสม.-รพ.สต.-โรงพยาบาล สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ ลดความล่าช้าเพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี (อบจ.อุบลราชธานี) และภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพระบบบริการปฐมภูมิเพื่อการคัดกรองและดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าในชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า จ.อุบลราชธานี พร้อมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานจริงของเครือข่ายบริการสุขภาพ เพื่อถอดบทเรียนการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ
วิถีธรรม วิถีไทย วิถีใหม่ยกระดับสุขภาพคนไทย
สสส. สานพลัง สธ.-มูลนิธิอุทัยสุดสุข-ภาคีเครือข่าย ยกระดับกลไก-ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยง NCDs ขยายต้นแบบ 13 จังหวัด 17 อำเภอ เตรียมต่อยอดนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ระดับชาติ
ผลวิจัยชัด โรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ช่วยเซฟเด็กไทย ลดโอกาสการสูบได้จริงถึง 45%
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดงานเวทีเชิดชูเกียรติและแลกเปลี่ยนเรียนรู้

