ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นจุดหมายใหม่ของความมั่งคั่งระดับโลก จากรายงานของ Asia News Network ที่อ้างอิงข้อมูลความมั่งคั่งระดับโลกล่าสุด ระบุว่าจำนวนผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง (Ultra-High-Net-Worth Individuals) ของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึง 26% ในช่วงปี 2569-2574 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตสูงที่สุดอันดับต้นๆ ของเอเชีย ขณะเดียวกันดัชนีราคาที่อยู่อาศัยระดับไพรม์ของไทยก็ขยายตัวถึง 6.3% สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่งทั้งจากผู้ซื้อในประเทศและต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มซูเปอร์ไพรม์และโครงการหรูที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต
เมื่อเม็ดเงินและความต้องการในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนเติบโตขึ้นเช่นนี้ บทบาทของที่ปรึกษาอสังหาจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อและนักลงทุนมองข้ามไม่ได้อีกต่อไป
ที่ปรึกษาอสังหา ต่างจากนายหน้าทั่วไปอย่างไร
หลายคนยังเข้าใจว่าที่ปรึกษอสังหาริมทรัพย์กับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์คือบทบาทเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงทั้งสองมีจุดเน้นที่ต่างกันชัดเจน นายหน้าทั่วไปมักทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ซื้อกับทรัพย์ที่มีอยู่ในตลาดและได้รับค่าตอบแทนจากการปิดการขาย ขณะที่ที่ปรึกษาอสังหาจะเข้ามาทำงานตั้งแต่ขั้นตอนวางกลยุทธ์ วิเคราะห์เป้าหมายการลงทุนหรือการอยู่อาศัยของลูกค้าเป็นรายบุคคล ก่อนจะคัดกรองทรัพย์ที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งบางครั้งอาจรวมถึงทรัพย์ที่ยังไม่เปิดขายสู่สาธารณะ (off-market) หรือโครงการก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ (pre-launch)
ความแตกต่างนี้สำคัญมากในตลาดระดับบน เพราะธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงมักมาพร้อมความซับซ้อนด้านกฎหมาย ภาษี และความเป็นส่วนตัวของผู้ซื้อ ที่ปรึกษาอสังหาที่ดีจึงต้องมองภาพรวมของพอร์ตการลงทุนลูกค้า ไม่ใช่มองเพียงธุรกรรมเดียวที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทำไมตลาดไทยกำลังต้องการที่ปรึกษาอสังหามากขึ้น
การเติบโตของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนหรือย้ายถิ่นฐาน ทำให้ดีมานด์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับไพรม์ของไทยขยายตัวต่อเนื่อง แต่ในทางกลับกัน ทรัพย์คุณภาพสูงในทำเลศักยภาพมักมีจำนวนจำกัดและบางส่วนไม่เคยเปิดขายผ่านช่องทางทั่วไป การเข้าถึงข้อมูลและเครือข่ายที่เหมาะสมจึงกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าผู้ซื้อจะได้ทรัพย์ที่ตรงความต้องการจริงหรือไม่ นี่คือช่องว่างที่ที่ปรึกษาอสังหาแบบมืออาชีพเข้ามาเติมเต็ม โดยเฉพาะในทำเลที่มีความต้องการสูงอย่างกรุงเทพฯ และภูเก็ต
คุณสมบัติของที่ปรึกษาอสังหาที่ควรมองหา
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาใช้บริการที่ปรึกษาอสังหา มีปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนเลือกใช้บริการ ได้แก่
● ความเป็นอิสระจากผลประโยชน์ทับซ้อน ที่ปรึกษาที่ดีควรให้คำแนะนำโดยยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก ไม่ใช่เอนเอียงไปทางโครงการใดโครงการหนึ่งเพียงเพราะค่าคอมมิชชัน
● เครือข่ายเข้าถึงทรัพย์นอกตลาดทั่วไป ทั้งทรัพย์ off-market และโครงการ pre-launch ซึ่งมักมีราคาที่ได้เปรียบกว่าช่วงเปิดขายเต็มรูปแบบ
● มุมมองแบบพอร์ตการลงทุน ไม่ใช่การขายทรัพย์ทีละชิ้น แต่วิเคราะห์ว่าทรัพย์แต่ละชิ้นเหมาะสมกับเป้าหมายระยะยาวของลูกค้าอย่างไร
● ความเข้าใจตลาดหลายทำเล โดยเฉพาะลูกค้าที่มองหาทั้งบ้านพักตากอากาศและทรัพย์เพื่อการลงทุนในหลายจังหวัด
TYT Asset กับบทบาทของที่ปรึกษาในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลง
ด้วยแนวโน้มความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นในไทยและภูมิภาคเอเชียโดยรวม ความต้องการที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าใจทั้งตลาดในประเทศและพฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติจะยิ่งมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพที่มีอุปทานจำกัดแต่ดีมานด์สูงอย่างต่อเนื่อง
TYT Asset คือหนึ่งในผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนแบบส่วนตัวในประเทศไทย เน้นการให้คำแนะนำแบบ advisory-first ควบคู่กับการเข้าถึงทรัพย์ off-market และโครงการ pre-launch สำหรับลูกค้ากลุ่มความมั่งคั่งสูง ครอบคลุมทำเลศักยภาพหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เขาใหญ่ และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC).

