"ศักดิ์สยาม" สั่งเคลียร์ปัญหา ระบบ M-Flow ของกรมทางหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เน้นการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนผู้ใช้รถ ให้สมัครสมาชิก

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม ติดตามและเร่งรัดการพัฒนาและการเปิดให้บริการ ระบบ M-Flow ของกรมทางหลวงและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เมื่อวันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2564 ผ่านแอปพลิเคชั่น Zoom โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคมหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม 

การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อติดตามการดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง (ทล.) ได้ดำเนินการพัฒนาระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติ แบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๙ (ด่านทับช้าง 1,2 และด่านธัญบุรี 1,2) เพื่อแก้ไขปัญหารถติดขัดหน้าด่าน โดยวางระบบให้สามารถบูรณาการกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ในการพัฒนาระบบ M-Flow ให้เป็นรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน (Single Platform System)

ซึ่ง ณ วันที่ 15 มี.ค. 2565 มีผู้สมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น (https://mflowthai.com) จำนวน ๑๖๐,๕๗๗ ราย ผู้สมัครสมาชิกผ่าน Line Official Account (Line OA: @mflowthai) จำนวน 24,185 ราย โดยมีจำนวนรายการที่ใช้บริการ M-Flow ทั้งหมด 1,607,074 ราย จำแนกเป็น สมาชิกผ่านระบบและเว็บไซต์ จำนวน 630,998 ราย สมาชิกผ่าน Line OA จำนวน 111,802 ราย ยังไม่ได้เป็นสมาชิก จำนวน 814,749 ราย รถที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมผ่านทาง (รถดับเพลิง รถพยาบาล เป็นต้น) จำนวน 7,360 ราย และรอการตรวจสอบยืนยัน จำนวน 42,165 ราย โดย ทล. ได้มีการส่งเสริมการสมัครสมาชิกอย่างต่อเนื่อง เช่น จัดโปรโมชั่นรับ E-Coupon ๖๐ บาท เพื่อใช้ซื้อสินค้าใน 7-Eleven สำหรับผู้สมัครผ่าน Line OA (ได้รับสิทธิ์แล้ว จำนวน 3,๙๐๔ สิทธิ์ คงเหลือ ๔๖,๐๙๖ สิทธิ์) เพิ่มโปรโมชั่นวิ่งฟรี ๒ เที่ยว จาก 100,000 สิทธิ์ เป็น 200,000 สิทธิ์ (100,000 สิทธิ์แรกได้รับครบแล้ว ส่วนเพิ่มเติมอีก 100,000 สิทธิ์ ได้รับสิทธิ์แล้ว จำนวน ๔๘,๘๗๑ สิทธิ์ คงเหลือ 51,129 สิทธิ์) และจัดโปรโมชั่นลดร้อยละ 20 ทุกเที่ยว ตลอด 3 เดือน (มีผู้ได้รับส่วนลดแล้ว 152,215 ราย คิดเป็นมูลค่า 921,222 บาท)

สำหรับการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดหน้าด่าน ทล. ได้ดำเนินการเร่งประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจ และเชิญชวนให้ประชาชนผู้ใช้ทางมาลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก ดำเนินการติดตั้งแบริเออร์ กรวยยาง และแบ่งช่องจราจรให้ชัดเจนเป็นระยะทางล่วงหน้า 1 กม. รวมทั้งปรับจำนวนช่องเก็บเงินสด และช่องอัตโนมัติ M Pass และ Easy Pass ให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับปริมาณรถผู้ใช้ทางของแต่ละด่าน และได้ระดมเจ้าหน้าที่ช่วยบริการอำนวยความสะดวกในการเก็บเงินช่องทางเงินสด เพื่อให้สามารถผ่านด่านฯ ได้รวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการคืนเงินค่าปรับ พร้อมขยายระยะเวลาชำระ ซึ่ง ทล. จะคืนค่าปรับให้ทุกราย รวมทั้งชะลอเรียกค่าปรับสำหรับผู้ใช้ช่องทางผิด จนไปถึง 31 มี.ค. ๒๕65 (ปัจจุบันคืนเงินแล้วร้อยละ 95)

 

สำหรับการพัฒนาระบบ M-Flow ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย บนทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 3 ด่าน (จตุโชติ, สุขาภิบาล 5-1 และสุขาภิบาล 5-2) ปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ 90 โดยได้ดำเนินการติดตั้งโครงสร้างคร่อมช่องจราจร (Overhead Gantry) งานติดตั้งอุปกรณ์โครงสร้างคอมพิวเตอร์และเครือข่าย และดำเนินงานทดสอบการทำงานต่อเนื่องของอุปกรณ์ (Burn-In Test) เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเตรียมงานจัดจ้างพัฒนาระบบ ซึ่งจะติดตั้งและทดสอบระบบ (Soft Opening) ได้ในเดือน มิถุนายน 2565 โดย กทพ. ได้จัดทำแผนการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ Infographic Social Media รวมทั้งมีแผนจะจัด Promotion ส่งเสริมการสมัครและใช้งานระบบ M-Flow ช่วงระหว่างเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน 2565 โดยผู้ใช้บริการที่จะ Update Easy Pass เพื่อสมัครระบบ M-Flow จะได้รับเงินเติมลงในบัตร Easy Pass จำนวน 50 บาท (เฉพาะ 10,000 บัตรแรก) ส่วนผู้ใช้บริการที่เป็นสมาชิก M-Flow แล้ว หากมาใช้บริการจะได้รับเงินเติมลงในบัตร 100 บาท (เฉพาะ 20,000 บัตรแรก) ช่วงเดือน กรกฎาคม 2565 เป็นต้น

ทั้งนี้ นายศักดิ์สยามฯ ได้มีข้อสั่งการให้ ทล. และ กทพ. ดำเนินการ ดังนี้ 1)   ให้ ทล. และ กทพ. เน้นการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ราคาเป็นธรรม การแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง เป็นต้น

2)  ให้ ทล. ประเมินช่องทางการรับสมัครสมาชิก โดยให้ยกเลิกช่องทางการสมัครที่มีความยุ่งยากด้วย

3) ให้ กทพ. ประชาสัมพันธ์การใช้บริการระบบ M-Flow ล่วงหน้า ก่อนการเปิดให้บริการ โดยยึดต้นแบบการประชาสัมพันธ์ของ ทล.

4) ให้ ทล. คืนค่าปรับส่วนที่เหลือร้อยละ 5 ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕

5) ให้ ทล. ตั้งเป้าหมายจำนวนการสมัครสมาชิกผู้ใช้บริการ M-Flow จากผู้จดทะเบียนรถประมาณ ๖ ล้านคัน และจัดทำแผนการสมัครสมาชิก M-Flow เป็นรายเดือน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว นอกจากนี้ ให้เชิญชวนผู้ประกอบการรถบรรทุก รถตู้โดยสาร รถโดยสารของ บขส. เป็นต้น ให้มาสมัครสมาชิกระบบ M-Flow ด้วย

6) ให้ ขบ. ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนที่มาต่อทะเบียนรถยนต์/ขอใบอนุญาตต่างๆ

ให้สมัครสมาชิก M-Flow และให้รายงานผลการสมัครสมาชิกในส่วนที่ผ่านช่องทางของ ขบ. ให้ คค. ทราบ

7) ให้ ทล. และ กทพ. ประสานหน่วยงานในสังกัดของ คค. ให้บุคลากรของหน่วยงานช่วยประชาสัมพันธ์การใช้บริการ/สมัครสมาชิกระบบ M-Flow ด้วย

8) ให้ ทล. และ กทพ. พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา กรณีรถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนการขับขี่รถขึ้นมาบนทางพิเศษด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบรัฐฉ้อโกงประชาชน ผ่านบิลค่าไฟส่องสว่าง/ค่าไฟแผง

นายศรีสุวรรณณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการ กบง. คณะกรรมการร กกพ. การไฟฟ้า กฟภ. กฟน. กรมทางหลวง ฯลฯ

'พี่ศรี' ร้องสอบการเวนคืนที่ดินมาสร้างศูนย์การค้าริมอเตอร์เวย์!

ศรีสุวรรณร้องผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกรมทางหลวงเวนคืนที่ดินมาสร้างศูนย์การค้าริมอเตอร์เวย์ สาย 7 ศรีราชา ชอบหรือไม่ ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายฮั้วประมูลหรือไม่

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ