“60 วัน ท้าขยับปรับหวาน” ภารกิจสุขภาพที่ “ลงมือทำ” ได้ผลจริง

ถึงเวลาแล้วที่คนรักสุขภาพต้องร่วมมือกันทำภารกิจ “60 วัน ท้าขยับปรับหวาน” ภารกิจที่มีเข็มทิศชัดเจน ดูแลตัวเอง คนรอบข้าง และสังคม กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อสุขภาพที่ดีกว่าเดิม การสร้างวินัยในการเลือกรับประทานอาหาร อดใจไม่กินหวาน โดยเฉพาะชาเย็นและชาไข่มุก เพื่อลดคอเลสเตอรอล เชิญชวนให้ออกกำลังกาย ลดความเครียดสะสม เพื่อหุ่นดีลดพุง และมีสุขภาวะที่ดี เป้าหมายสำคัญคือกระตุ้นให้ลดการบริโภคน้ำตาลและอาหารรสหวานมัน พร้อมเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน โดยมีนวัตกรรม Persona Health Application “สื่อเฉพาะคุณ” จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ช่วยคัดกรองและประเมินพฤติกรรมสุขภาพ ให้คำแนะนำตรงกับตัวบุคคล เป็นเครื่องมือช่วยบันทึก ติดตาม และปรับพฤติกรรมสุขภาพด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องภายใน 60 วัน ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมลดระดับน้ำตาลในเลือด มวลไขมัน และดัชนีมวลกาย (BMI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ และสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) ร่วมกับโรงพยาบาลภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ได้แก่ โรงพยาบาลหันคา ตำบลเด่นใหญ่ โรงพยาบาลสรรพยา ตำบลโพนางดำตก และโรงพยาบาลสรรคบุรี ตำบลแพรกศรีราชา จัดกิจกรรมสรุปผลโครงการ “พัฒนากิจกรรมปรับพฤติกรรมเพื่อลดเสี่ยงโรค NCDs ด้วย APP Persona Health จังหวัดชัยนาท” ภายใต้ภารกิจ “60 วัน ท้าขยับปรับหวาน” เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนและบุคลากรในพื้นที่ พร้อมพัฒนาต้นแบบการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs

จังหวัดชัยนาทถูกเลือกเป็นพื้นที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญนี้ด้วยเหตุผลที่ลึกซึ้งในเชิงประวัติศาสตร์ ชัยนาทเป็นเมืองโบราณตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ปากคลองแพรกศรีราชา ใต้ปากน้ำเก่า สร้างขึ้นสมัยพระยาเลอไทยแห่งกรุงสุโขทัย จึงได้ชื่อว่าเมืองแพรกหรือเมืองสรรค์ เคยมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านทางใต้ของกรุงศรีอยุธยา และเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้เป็นที่ตั้งทัพรับศึกพม่าหลายครั้ง โดยมีชัยชนะทุกครั้ง จึงเป็นที่มาของชื่อ “ชัยนาท” ซึ่งหมายถึงเสียงบันลือแห่งชัยชนะ การเลือกพื้นที่นี้จึงไม่ใช่เพียงการทดลองเครื่องมือสุขภาพ แต่เป็นการนำภารกิจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปสู่เมืองที่มีประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะ เพื่อสร้างชัยชนะใหม่ให้กับสุขภาพของคนในพื้นที่

การดำเนินกิจกรรมใช้ Persona Health Application เป็นระบบข้อมูลสารสนเทศและแอปพลิเคชันดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ติดตาม และกระตุ้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยออกแบบกิจกรรมต่อเนื่องตลอด 8 สัปดาห์ ครอบคลุมทั้งด้านโภชนาการและกิจกรรมทางกาย มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับบุคคล รวมถึงพัฒนาต้นแบบการทำงานที่สามารถนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นได้ ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถติดตามภารกิจและข้อมูลสุขภาพของตนเองผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้เห็นพัฒนาการของตนเองอย่างต่อเนื่อง แอปฯ ช่วยคัดกรองพฤติกรรม ให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล บันทึกการกิน การขยับกาย และติดตามผลลัพธ์ด้านสุขภาพแบบเรียลไทม์

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง พบการเปลี่ยนแปลงสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม จากการเปรียบเทียบข้อมูลสุขภาพก่อนและหลังของผู้เข้าร่วม พบว่าผู้เข้าร่วมร้อยละ 73.9 มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ลดลง ร้อยละ 47.6 มีค่าน้ำตาลในเลือดลดลง ร้อยละ 69.6 มีมวลไขมันลดลง และร้อยละ 34.8 มีมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความสำเร็จในการใช้แอปพลิเคชัน Persona Health ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้จริง ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใช้งานฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ Google Play สำหรับระบบ Android และ App Store สำหรับระบบ iOS ผลการติดตามดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบร่างกายของผู้เข้าร่วมในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

ในงานสรุปผล นพ.ณิปไทย ศีลาเจริญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ได้ร่วมมอบรางวัลแก่บุคคลต้นแบบ และสะท้อนบทบาทของกลไกระดับจังหวัดในการสนับสนุนและเชื่อมโยงการทำงานของหน่วยบริการสุขภาพกับภาคีเครือข่าย เพื่อให้การส่งเสริมสุขภาพและการลดปัจจัยเสี่ยง NCDs สามารถขยายผลได้ในระดับพื้นที่

นพ.ปฐมพงษ์ ภักดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหันคา ในฐานะพื้นที่ต้นแบบ มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้เกิดการทดลองและขับเคลื่อนกิจกรรมในบริบทจริงของโรงพยาบาล พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรและภาคีในพื้นที่ เพื่อให้การปรับพฤติกรรมสุขภาพเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับบริบทของคนในพื้นที่

นายนครินทร์ ภระมรทัต รักษาการผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กล่าวว่า “การสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพไม่ควรหยุดอยู่เพียงการให้ความรู้ แต่ต้องสร้างโอกาสให้คนได้ทดลองลงมือทำ เห็นผลลัพธ์ของตนเอง และได้รับแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยการใช้ Persona Health เป็นเครื่องมือช่วยเชื่อมโยงการเรียนรู้กับการปฏิบัติจริง และทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถติดตามพัฒนาการด้านสุขภาพของตนเองได้”

ดร.สิริพันธุ์ กระแสร์แสน ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) กล่าวเสริมว่า “การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการส่งต่อองค์ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพมาทดลองใช้ร่วมกับเครื่องมือดิจิทัลในบริบทพื้นที่จริง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพควบคู่กับการพัฒนาระบบ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมไม่ได้เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง แต่สามารถพัฒนาต่อไปเป็นกำลังสำคัญในการชวนคนรอบข้างและองค์กรให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ”

การดำเนินงานของจังหวัดชัยนาทครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงผลลัพธ์ของผู้เข้าร่วม แต่เป็นการพัฒนาต้นแบบการใช้เครื่องมือ Persona Health เพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดปัจจัยเสี่ยง NCDs โดยอาศัยความร่วมมือหลายภาคส่วนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ “60 วัน ท้าทำ ขยับ ปรับ หวาน” จึงเป็นทั้งจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในระดับบุคคล และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการพัฒนากลไกสร้างเสริมสุขภาพในระดับองค์กรและพื้นที่

ในระยะต่อไป ทีมงานจะนำบทเรียนจากการดำเนินงานไปพัฒนารูปแบบและขยายผลการใช้ Persona Health ไปยังพื้นที่อื่น เพื่อสร้างระบบสนับสนุนการปรับพฤติกรรมสุขภาพที่สามารถดำเนินต่อเนื่องและขยายผลได้อย่างยั่งยืน สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นภารกิจดูแลสุขภาพของตัวเองวันนี้ เพียงดาวน์โหลดแอป Persona Health ฟรี แล้วเริ่มต้น 60 วันแห่งการขยับและปรับหวาน ด้วยกัน เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการรู้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการกล้าลงมือทำ และทำอย่างต่อเนื่อง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผนึกพลังผลักดันข้อเสนอมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น CDoH เพื่อคนไทยมีสุขภาพดีในระยะยาว

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่าย ร่วมพิจารณาร่างมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น CDoH

สสส. ชูแนวคิดใหม่ ดึง “ภาคธุรกิจ” ร่วมสู้ NCDs ดันวัยทำงานสุขภาพดี

สสส. เปิดแนวคิดดึงภาคธุรกิจและกลไกการตลาดเข้ามามีส่วนร่วมสู้โรค NCDs พร้อมจับมือสถานประกอบการเร่งสร้างสุขภาพดีให้กลุ่มวัยทำงานตั้งแต่ก่อนป่วย

ปลุกพลัง Gen-H เยาวชนสร้างสุขภาพ เมื่อเด็กไม่ใช่แค่ “ผู้รับสาร” แต่เป็น “ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง”

ปัญหาสุขภาพของเด็กและเยาวชนในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโรคติดเชื้อหรือปัญหาสุขภาพตามวัย แต่กำลังเผชิญปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อสุขภาพตั้งแต่วันนี้และอาจสะสมไปจนถึงวัยผู้ใหญ่

ปชช. เกิน 95% ค้าน 'ภท.' รื้อกม. ริบภาษีบาป 'สสส.-TPBS-กองทุนผู้สูงอายุ-กีฬา'

ปชช. เกิน 90% ไม่เห็นด้วย 'ภท.' ชงแก้กฎหมาย 4 ฉบับ ริบภาษีบาปอุดหนุน 'ไทยพีบีเอส-สสส.-กองทุนพัฒนากีฬา-ผู้สูงอายุ' สภาฯ เปิดรับฟังอีก 2 วัน ก่อนส่งให้นายกฯ รับรอง

เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ แถลงจุดยืนให้รัฐบาลยุติแก้ไขพ.ร.บ.สสส.

เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ประกาศจุดยืนเรียกร้องรัฐบาลอนุทิน ยุติกระบวนการแก้ พ.ร.บ. สสส. ชี้ภาษีบาปคือฟันเฟืองสำคัญในการสร้างสุขภาวะรากหญ้า พร้อมเผยประโยชน์คุ้มค่าคืนสู่สังคมสูงถึง 7.53 เท่า

โฆษก สสส. แจง แต่งตั้ง กก.บริหารแผน ถูกต้องตามข้อบังคับ ยันไม่ใช่ชงเองตั้งเอง

โฆษก สสส. แจง แต่งตั้ง กก.บริหารแผน ถูกต้องตามข้อบังคับ ยันไม่ใช่ชงเองตั้งเอง เหตุข้อบังคับกำหนดชัดให้บอร์ด สสส. ต้องเป็นกรรมการบริหารแผน เพื่อนำนโยบายจากบอร์ด สสส. ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลจริง ย้ำมีการประเมินประสิทธิภาพทุก 5 ปี และประเมินยุทธศาสตร์รอบด้านทุก 10 ปี ย้ำ สสส. เป็นองค์กรนวัตกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพ ทำงานได้กับทุกภาคส่วน