ครม.ไฟเขียว ปรับโครงสร้างหนี้ 4 แบงก์รัฐ ให้สมาชิก กฟก. 50,621 ราย มูลหนี้รวมกว่า 9.2 พันล้าน

วันอังคารที่ 22 มีนาคม 2565 เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงาน กฟก. เปิดเผยว่า วันนี้ รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอ ครม. เพื่อขอความเห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิก กฟก. ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง จำนวน 50,621 ราย งบประมาณ 9,282,916,882.25 บาท โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและรับทราบ ดังนี้

1.เห็นชอบในหลักการการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

โดยให้เกษตรกรฯ ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้เดิมโดยพักชำระเงินต้นครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) และดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน และให้เกษตรกรทำสัญญาผ่อนชำระหนี้เงินต้นครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) ตามระยะเวลาที่ตกลงกันแต่ไม่เกิน 15 ปี สำหรับการชดเชยเงินต้นร้อยละ 50 ในส่วนที่เกษตรกรไม่ต้องรับภาระ กลุ่มเป้าหมายจำนวน 50,621 ราย รัฐจะรับภาระในการจัดสรรเมื่อเกษตรกรได้ชำระหนี้คืนงวดสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดรายละเอียดและแนวทางดำเนินการให้สอดคล้องกับหลักการข้างต้น

ในส่วนของการขอยกเว้นดอกเบี้ยค้างชำระของธนาคารรัฐ 4 แห่ง ให้ กษ. ร่วมกับกระทรวงการคลัง (กค.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางการดำเนินการให้ได้ข้อยุติที่เหมาะสมแล้วเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

2.รับทราบการยกเลิกหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กำหนดในโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรอย่างยั่งยืน

3.ให้ กษ. ประสานกระทรวงมหาดไทย (มท.) คณะกรรมการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (คจพ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้เกษตรกร จำนวน 50,621 ราย ได้รับการแก้ปัญหาหนี้สินของตนในกรอบการแก้ปัญหาความยากจนแบบมุ่งเป้าแต่ละครัวเรือนของ คจพ. ด้วย

สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะประธานกรรมการ กฟก. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานกรรมการ กฟก. นายไชยยศ จิรเมธากร เลขานุการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูฯ คณะกรรมการจัดการหนี้ ผู้แทนเกษตรกรทั้ง 4 ภูมิภาค องค์กรเกษตรกรทุกกลุ่มที่ช่วยผลักดันให้โครงการนี้ได้รับความเห็นชอบ นับเป็นภารกิจที่ กฟก. ได้รับมอบหมายในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้สมาชิกทั่วประเทศซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เป้าหมายหลักของโครงการนี้คือ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตามนโยบายของรัฐบาล รักษาที่ดินทำกิน เกษตรกรได้พักฟื้นเรื่องหนี้ ฟื้นฟูอาชีพเพื่อสร้างรายได้ และมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปิยะรัฐชย์ รมช.เกษตรฯ พท.ใกล้ชิดเกษตรกร-ใกล้ชิดประชาชน เราไม่ได้มาสั่งขรก.ให้ทำตามอำเภอใจ

"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์"ยุคปัจจุบัน ที่พรรคเพื่อไทย ส่งสามรัฐมนตรีมาบริหารงานกระทรวงคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ - ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรฯ และสส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยและวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ

รมช.โฮม ตั้งเป้าผลักดันเชียงรายสู่ “มหานครเกษตรแห่งภาคเหนือ“ ชูสหกรณ์เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและปฏิรูปภาคการเกษตร

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “รวมพลคนสหกรณ์ในจังหวัดเชียงราย” ซึ่งเป็นงานที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงรายจัดขึ้น

กรมหม่อนไหม จัดใหญ่ ครั้งที่ 4 มหกรรมหม่อนไหมดี 4 ภาค ยกทัพสินค้าผ้าไหม...พรีเมียมทั่วไทยกว่า 35 ร้านค้า บุกเซ็นทรัล ชลบุรี

กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับผ้าไหมไทยสู่สากล จัดงานใหญ่เอาใจคนรัก 

สศก. ร่วมเวทีนโยบายเกษตรภายใต้กรอบ OECD ณ อินโดนีเซีย นำเสนอแนวทางรับมือ Climate Change หนุนไทยเดินหน้าสู่ Technical Review ปี 2569

สศก. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักของคณะกรรมการด้านการเกษตร (Committee for Agriculture: COAG) ภายใต้ OECD ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร