
ศปภ. คค. สรุปสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายถนน คค. ระหว่างวันที่ 11 – 16 เม.ย. 2565 (สะสม 6 วัน) ประมวลผลข้อมูล ณ วันที่ 17 เม.ย. 2565 เวลา 8:05 น. โดยสรุปจำนวนอุบัติเหตุและการเดินทาง ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดังนี้

เกิดอุบัติเหตุ 1,049 ครั้ง (ลดลงจากปีก่อน ร้อยละ 17.08)** มีผู้เสียชีวิต 163 คน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 3.82) และมีผู้บาดเจ็บ 1,084 คน (ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 14.38) โดยสามารถสรุปจำแนกรายมิติต่าง ๆ ได้ ดังนี้
- มูลเหตุสันนิษฐานสูงสุด คือ ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด 681 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 64.92
- ยานพาหนะสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ 509 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 48.52
- บริเวณที่เกิดเหตุสูงสุด คือ ทางตรง 726 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 69.21
- จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ นครราชสีมา (7 คน)
- จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด คือ เชียงใหม่ (53 คน)
- จังหวัดที่เกิดเหตุสูงสุด คือ ชลบุรี (57 ครั้ง)
- อุบัติเหตุบนโครงข่ายทางรถไฟ

- วันที่ 12 เม.ย. 2565
ชนคนเดินเท้า เสียชีวิต 1 คน จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ชนยานพาหนะอื่น ๆ เสียชีวิต 2 คน จังหวัดกรุงเทพมหานคร

- วันที่ 13 เม.ย. 2565
ผู้โดยสารพลัดตกรถไฟ บาดเจ็บ 1 คน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ชนคนเดินเท้า ผู้เสียชีวิต 1 คน จังหวัดสระบุรี
อื่น ๆ (คนร้ายขว้างปาขบวนรถด้วยก้อนหิน) ไม่มีผู้บาดเจ็บ ไม่มีผู้เสียชีวิต
- จำนวนรถเดินทาง เข้าออก กทม ประมาณ 12,886,448 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันเทศกาลสงกรานต์ 2564 ร้อยละ 13.66
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง
ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

