กรมชลฯกางมาสเตอร์แพลนพัฒนาลุ่มน้ำน้ำหมัน จ.เลย เปิดรับฟังความเห็นแผนพัฒนา20ปีแก้ภัยแล้ง-อุทกภัย

กรมชลประทาน นำคณะลงพื้นที่ จ.เลย กางแผนความคืบหน้าผลการศึกษาโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน้ำหมัน แจงรายละเอียดมาสเตอร์แพลนต่อหน่วยงานราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บริหารระดับสูง มุ่งแก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยต่อเนื่องในพื้นที่ลุ่มน้ำน้ำหมัน ผ่านการเปิดเวทีระดมความคิดเห็น เดินหน้าพัฒนา 90 โครงการที่เหมาะสม ภายใต้แผน 20 ปี สู่เป้าหมายการกักเก็บน้ำ 145.805 ล้านลบ.ม. พร้อมดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม สร้างความเข้าใจ และความเชื่อมั่นในการพัฒนาโครงการ สร้างประโยชน์สูงสุดให้คนในพื้นที่ และไม่ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้มีการจัดกิจกรรมสื่อสัญจร และการประชุมปัจฉิมนิเทศในขั้นการจัดทำแผนหลัก โครงการจัดทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำ โครงการศึกษาความเหมาะสมการพัฒนาแหล่งน้ำลำน้ำน้ำหมัน จ.เลย ระหว่างวันที่ 17-18 พฤษภาคม 2565 เพื่อนำเสนอความคืบหน้าผลการศึกษาและข้อสรุปการจัดทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำหมันของบริษัทที่ปรึกษา ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเลยและคณะผู้บริหาร จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการ ในขั้นตอนการดำเนินงานจัดทำแผนหลักการพัฒนาแหล่งน้ำ (Master Plan) รวมทั้งการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการพัฒนาโครงการมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับภาคเกษตร และบรรเทาอุทกภัย เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำให้มีเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม อีกทั้งได้ตระหนักถึงความสำคัญในการฟื้นฟู รักษาระบบนิเวศ คุณภาพสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และมวลชนสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการที่จะสร้างความเข้าใจและเชื่อมั่นในแผนการพัฒนาลุ่มน้ำ ซึ่งคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้จากผลการศึกษาความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำน้ำหมัน มีพื้นที่ครอบคลุม 64 หมู่บ้าน ใน 11 ตำบล 4 อำเภอ ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ อ.ด่านซ้าย และอ.นาแห้ว จ.เลย รวมถึง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก จำนวนประชากร 38,248 คน คิดเป็น 13,861 หลังคาเรือน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีความต้องการใช้น้ำรวม 93.72 ล้านลบ.ม./ปี แบ่งเป็น เขตลุ่มน้ำน้ำหมันตอนบน 36.40 ล้านลบ.ม./ปี และเขตลุ่มน้ำน้ำหมันตอนล่าง 57.32 ล้านลบ.ม./ปี มีสัดส่วนใช้น้ำที่แบ่งเป็น ภาคการเกษตร 92.46 ล้านลบ.ม./ปี, ภาคการอุปโภค-บริโภค 0.89 ล้านลบ.ม./ปี ภาคอุตสาหกรรม 0.046 ล้านลบ.ม./ปี ภาคการท่องเที่ยว 0.07 ล้านลบ.ม./ปี และภาคปศุสัตว์ 0.25 ล้านลบ.ม./ปี


ด้วยสภาพพื้นที่ลุ่มน้ำน้ำหมันเป็นแนวเขาสูงเกือบตลอดพื้นที่ลุ่มน้ำ และมีพื้นที่ราบเป็นส่วนน้อย ซึ่งอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ลุ่มน้ำ ในช่วงมรสุมที่มีปริมาณฝนเป็นจำนวนมาก จะก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากสร้างความเสียหายให้กับชุมชน ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะพื้นที่อ.ด่านซ้าย ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ฤดูแล้ง มักเกิดปัญหาภัยแล้งต่อเนื่องในทุกๆปี เนื่องจากไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ที่สนับสนุนการทำการเกษตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณปีละ 800,000 บาท” นายเฉลิมเกียรติ กล่าว

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้มีการรวบรวมผลความเสียหายที่เกิดขึ้น ของประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2560-2562 พบว่า ในปี 2561 อ.ด่านซ้ายได้รับผลกระทบด้านพืชผลทางการเกษตรเสียหายสูงสุด มีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนถึง 924 ราย เป็นพื้นที่พืชไร่ จำนวนทั้งสิ้น 390.50 ไร่ พื้นที่นาข้าวเสียหาย 2,358 ไร่ และพืชส่วนเสียหาย 21.25 ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท ในปี 2562 เกษตรกรที่เลี้ยงปศุสัตว์ได้รับความเสียหาย 15 ราย ประมงเสียหาย 57 ราย

ดังนั้นจากการศึกษาและความเป็นไปได้ ในการพัฒนาโครงการลุ่มน้ำน้ำหมัน จ.เลย เป็นผลมาจากความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องการให้เกิดการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ และป้องกันความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยมีเป้าหมายต้องพัฒนาแหล่งน้ำรวมทั้งสิ้น 90 โครงการ มีขีดความสามารถกักเก็บน้ำทั้งสิ้น 145.805 ล้านลบ.ม. ภายใต้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 9,554.640 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินงาน 20 ปี แบ่งเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง จำนวน 39 โครงการ และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก 51 โครงการสำหรับแผนการพัฒนาโครงการแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้ แผนระยะสั้น ปีที่ 1-5 เป็นโครงการที่มีความสำคัญสูงสุดและต้องพัฒนาเร่งด่วน จำนวน 5 โครงการ ภายใต้งบประมาณ 1,150 ล้านบาท เก็บกักน้ำได้ 1.10 ล้านลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 7,485 ไร่ คิดเป็น 3.92% ของพื้นที่ทำการเกษตรในลุ่มน้ำน้ำหมันแผนระยะกลาง ปีที่ 6-10 เป็นระยะที่เริ่มดำเนินการโครงการเต็มศักยภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่ จำนวน 10 โครงการ ภายใต้งบประมาณ 4,306.080 ล้านบาท เก็บกักน้ำได้ 86.495 ล้านลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ขึ้นอีก 49,607 ไร่ รวมเป็น 57,092 คิดเป็น 29.90% ของพื้นที่ทำการเกษตรในลุ่มน้ำน้ำหมันแผนระยะยาว ปีที่ 11-20 เป็นระยะเวลาที่ดำเนินการพัฒนาโครงการที่มีลำดับความสำคัญรองลงมา จำนวน 24 โครงการ ภายใต้งบประมาณ 3,525.26 ล้านบาท เก็บกักน้ำได้ 55.53 ล้านลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 38,080 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 49.85% ของพื้นที่ทำการเกษตรในลุ่มน้ำหมันเมื่อพัฒนาโครงการตามแผนพัฒนาลุ่มน้ำน้ำหมัน อีก 20 ปี ข้างหน้า จะสามารถลดความเสี่ยงของปัญหาการขาดแคลนน้ำและปัญหาอุทกภัย สามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของลุ่มน้ำ โดยการเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่สภาพเศรษฐกิจของชุมชนที่ดีขึ้น และมีแหล่งอาหารที่สามารถส่งออกสู่ตลาดภูมิภาคได้มากขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือน 7 จังหวัดริมแม่น้ำโขงระวังน้ำเพิ่มฉับพลัน!

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติแจ้งเตือน 7 จังหวัดติดแม่น้ำโขง เฝ้าระวังผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระดับแม่น้ำโขงฉับพลัน หนองคายวันเดียวน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นครึ่งเมตร

ผนึกกำลังค้าน 'ผันน้ำยวม' จ่อฟ้องศาลปกครอง ชี้ข้อชำรุดอีไอเอ เร่งทำวิจัยเทียบ

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-นายก อบต.อำเภอฮอด-อมก๋อย-สบเมย ฮือค้านโครงการยักษ์ผันน้ำยวม เตรียมรวมพลังฟ้องศาลปกครอง นักวิชาการ มช.ชี้ข้อชำรุดอีไอเอฉบับกรมชล -เร่งทำวิจัยเปรียบเทียบ

กรมชลฯ เร่งระบายน้ำท่วมขังภาคใต้ตอนล่าง หลังมีฝนตกหนัก

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงพื้นที่ภาคใต้ประสบอุทกภัย 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส และนครศรีธรรมราชว่า กรมชลประทาน ได้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หลังเกิดน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่

ชาวบ้านติดป้ายค้าน 'ผันน้ำยวม' คว่ำบาตรหน่วยงาน หวั่นถูกแอบอ้างเดินหน้าโครงการยักษ์

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านนาคอเรือคว่ำบาตร กรมชลฯ-กฟผ.-ม.นเรศวร ไม่ร่วมประชุมด้วย-ห้ามเข้าพื้นที่หมู่บ้านหวั่นถูกนำไปแอบอ้างเดินหน้าโครงการผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล ชาวบ้านร่วมกันติดป้าย-แสดงสัญลักษณ์คัดค้าน

หวั่นเวทีแอบแฝง! กรมชลฯจ้าง ม.นเรศวร ประชุมชาวแม่ฮ่องสอน อ้างให้มีส่วนร่วม 'ผันน้ำยวม'

หวั่นเวทีแอบแฝง กรมชลฯจ้าง ม.นเรศวร ประชุมชาวแม่ฮ่องสอน อ้างกระบวนการมีส่วนร่วมจัดการน้ำ ชาวบ้านห่วงเดินหน้าโครงการผันน้ำยวม-อีไอเอ “ฉบับร้านลาบ” พ่นพิษอีก “ครู” เดือดร้อนเหตุถูกอ้างชื่อจนทะเลาะผู้นำชุมชน