กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ ประกาศความพร้อมจัดงาน “THAIFEX - ANUGA ASIA” อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง เปิดเวทีเจรจาธุรกิจสินค้าอาหารและเครี่องดื่มระดับโลกแบบ On Ground และ Virtual 24-28 พ.ค.นี้

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์  หอการค้าไทย (TCC)  และโคโลญเมสเซ่ (KM) ประเทศเยอรมนี ประกาศจัดงาน THAIFEX - ANUGA ASIA อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ THAIFEX-ANUGA ASIA 2022 “The Hybrid Edition” ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งเอเชีย เปิดเวทีการค้าระดับโลกให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้เจรจาธุรกิจ สร้างโอกาสใหม่ทางการตลาด ค้นหานวัตกรรม เทคโนโลยี และแรงบันดาลใจใหม่ เชื่อมต่อธุรกิจทั้ง On Ground Trade Show และ Virtual Trade Show ระหว่างวันที่ 24-28 พฤษภาคม 2565 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ทั้งนี้ ตั้งเป้าเงินสะพัดนำรายได้เข้าประเทศ 10,000 ล้านบาท

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX-ANUGA ASIA ได้เคยจัดขึ้นในรูปแบบ On Ground อย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี แต่เนื่องจากปีที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงและกระจายวงกว้าง จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานเป็นงานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริง THAIFEX - Virtual Trade Show (VTS) โดยจัดเจรจาธุรกิจออนไลน์หรือ Virtual - Online Business Matching (V-OBM) ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com สำหรับปีนี้ สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยเริ่มผ่อนคลายมาตรการและเดินทางระหว่างประเทศได้แล้ว ผู้จัดงานทั้ง 3 ฝ่าย จึงเห็นพ้องต้องกันที่จะจัด THAIFEX-ANUGA ASIA ให้ยิ่งใหญ่ในรูปแบบ On Ground Trade Show เช่นเดิม แต่ยังคงการจัดงานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริงควบคู่กัน เพื่อรองรับผู้ที่ยังไม่สะดวกเดินทาง โดยใช้ชื่องานปีนี้ว่า THAIFEX-ANUGA ASIA 2022 “The Hybrid Edition” จัดภายใต้คอนเซ็ปต์ Re-imagine the Future of Food & Beverage Industry

“งานนี้จะเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งเอเชีย เป็นเวทีการค้าระดับโลกที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจากประเทศต่าง ๆ จะมาเจรจาธุรกิจทั้งแบบ On Ground Trade Show และ Virtual Trade Show กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 - 28 พฤษภาคมนี้ ในส่วนของ On Ground จัดบนพื้นที่จริงที่  Challenger Hall 1-3  และ IEC Hall 5-10  อิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นวันเจรจาการค้าทั้ง 5 วัน และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม และซื้อสินค้าได้ในวันสุดท้าย ซึ่งยังคงมาตรการป้องกันโควิด-19 และดูแลสุขอนามัยของผู้เข้าร่วมงานอย่างเคร่งครัด” นายภูสิต กล่าว

นายภูสิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติเมื่อทราบว่างาน THAIFEX-ANUGA ASIA ในปีนี้จะกลับมาจัดในรูปแบบ On Ground อีกครั้ง ต่างก็ให้การตอบรับเข้าร่วมงานเป็นอย่างดี โดยในฝั่งผู้นำเข้าที่ทางทูตพาณิชย์ทั้ง  58 แห่งทั่วโลก ได้เชิญเข้ามาร่วมงานนั้น ก็ได้แจ้งยืนยันการเดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง ขณะเดียวกัน ก็จะมีผู้ซื้อจากทางโคโลญเมสเซ่ ผู้จัดงานร่วมของเราที่ได้เชิญให้เดินทางมาเยี่ยมชมงานอีกจำนวนมาก ทำให้เรามั่นใจว่างานนี้จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และผลักดันอาหารไทยสู่เวทีโลก ตามนโยบาย “อาหารไทย อาหารโลก” ของท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยังได้คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้เข้าชมงานในรูปแบบ On Ground รวม 75,000 ราย ผู้เยี่ยมชมผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com  มากกว่า 3,500 ราย และได้ตั้งเป้าว่างานนี้จะเกิดยอดเจรจาสั่งซื้อประมาณ 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดสั่งซื้อจากการจัดงาน On Ground 9,550 ล้านบาท และยอดสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com เป็นมูลค่าสูงถึง 450 ล้านบาท  

สำหรับรูปแบบการจัดงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2022 “The Hybrid Edition” ในส่วนของ On Ground Trade Show จะมีสินค้ามาจัดแสดง 11 โซนสินค้า ประกอบด้วย สินค้าอาหารทุกประเภท อาหารทะเล อาหารแช่แข็ง เนื้อสัตว์ ข้าวและธัญพืช ผักและผลไม้ สินค้าอาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม ชาและกาแฟ เครื่องมือ/เครื่องใช้/อุปกรณ์ รวมถึงบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากนี้ ยังมีโซนพิเศษสำหรับจัดแสดงสินค้าในกลุ่มฮาลาลและออแกนิกส์ อาหารนวัตกรรม รวมถึงสินค้าอาหารจากส่วนภูมิภาคที่จังหวัดต่าง ๆ เลือกสรรมาเข้าร่วมงานตามนโยบายของท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการเชื่อมโยงความร่วมมือของพาณิชย์จังหวัดในฐานะ Salesman จังหวัด สู่ทูตพาณิชย์ในนาม Salesman ประเทศ ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ นิทรรศการประชาสัมพันธ์สินค้าผลไม้ภาคตะวันออกของไทย และกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าผลไม้ศักยภาพของไทย อาทิ ทุเรียน มังคุด โดยจัดให้มีบริการสั่งซื้อล่วงหน้า (Pre-order) กับเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง รวมทั้งกิจกรรมจัดแสดงสินค้าแห่งอนาคต (Future Food) ของผู้ประกอบการไทยที่เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจมากขึ้นในตลาดโลก

ในส่วนของ Virtual Trade Show เป็นการจัดงานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริงที่เรียกว่า THAIFEX - Virtual Trade Show (VTS) ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com โดยผสานการจัด Virtual Trade Fair และ Virtual - Online Business Matching (V-OBM) เข้าด้วยกัน รองรับการเจรจาการค้าเสมือนจริงจากผู้ซื้อทั่วทุกมุมโลกรวมถึงประเทศจีนแบบตามเวลาจริง (Real time) ซึ่งผู้ชมงานสามารถเลือกประเภทสินค้าที่สนใจชมคูหา วิดีโอ และแคตตาล็อกสินค้าได้แบบ 3 มิติ และชมสินค้าในรูปแบบ 2 มิติ และ 360 องศา ที่สามารถหมุนและซูมดูรายละเอียดฉลาก รวมทั้งเข้าไปเจรจาการค้าได้ทั้งในรูปแบบการพิมพ์ข้อความสนทนา (Chat) การสนทนาด้วยเสียง (Voice Call) การสนทนาด้วยภาพพร้อมเสียง (Video Call) และยังมีกิจกรรม Live Streaming นำเสนอเสมือนจริงสำหรับผู้แสดงสินค้าต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์นวัตกรรม รวมถึงสตาร์ตอัปต่าง ๆ

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยมีมูลค่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ คิดเป็นสัดส่วน GDP อาหารต่อ GDP ประเทศอยู่ที่ 5.5% โดยประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 13 ของโลก มีส่วนแบ่งในตลาดโลกอยู่ที่ 2.3% และเป็นอันดับ 4 ของเอเชียรองจากจีน อินโดนีเซีย และอินเดีย การจัดงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX-ANUGA ASIA จะทำให้ผู้ประกอบการไทยทั้ง SMEs รายใหญ่ รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ ได้นำสินค้าและบริการเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและสากล ได้พบปะกับผู้ซื้อที่มีศักยภาพทั้ง On Ground และ Virtual รวมทั้งได้นำเสนอสินค้าที่มีนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ตามเทรนด์ความต้องการของโลก และเทรนด์อาหารยุคใหม่ ซึ่งงาน THAIFEX–ANUGA ASIA พร้อมที่จะส่งเสริมผู้ประกอบการให้ประสบความสำเร็จและเติบโต

“เราได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ ผู้ประกอบการต่างมีความพร้อมในการนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพและนวัตกรรมใหม่ออกไปสู่สายตานานาประเทศ อีกทั้งได้มีการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ตามเทรนด์ยุคใหม่ มีการปรับตัวให้สอดคล้องกับตลาดและความต้องการของผู้บริโภค อาทิ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาคุณภาพสินค้า รักษาสิ่งแวดล้อม สะดวกต่อการขนส่ง มีความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจเรื่องของการปลอดเชื้อให้แก่ผู้บริโภค โดยขณะนี้ มีผู้ส่งออกไทยยืนยันเข้าร่วมงานแล้วกว่า 722 ราย 2,085 คูหา โดยเป็น SMEs กว่า 400 ราย สำหรับผู้เข้าชมงาน ได้รับการติดต่อที่จะเข้าเยี่ยมชมงานทั้งจากในและต่างประเทศผ่านช่องทางต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เนื่องจากงานนี้มีความหลากหลายของสินค้ามีตั้งแต่ระดับ Niche Market จนถึง Commodity และมีผู้เล่นในตลาดทุกระดับ” นายวิศิษฐ์ กล่าว

ทางด้าน นายแมธเธียส คูเปอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคโลญเมสเซ่ จำกัด กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้มีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าจากต่างประเทศและผู้นำเข้าสินค้า 815 ราย บนพื้นที่ 11,592 ตร.. ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับงานล่าสุดในปี 2563 และแม้จะมีกฎระเบียบด้านการเดินทางที่เข้มงวดสำหรับบางประเทศ    แต่จำนวนผู้ร่วมแสดงสินค้าจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น  ก็เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของงานนี้ที่ช่วยผลักดันการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอาหารในภูมิภาค โดยผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศและผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าวมาจาก 35 ประเทศ กลุ่มใหญ่ที่สุดมาจากเกาหลีใต้ รองลงมา ได้แก่ เวียดนาม อิตาลี มาเลเซีย และตุรกี และขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโปรแกรม Hosted Buyers อย่างคับคั่ง โดยบริษัทรายใหญ่ของโลก อาทิ Dole Asia และ NTUC  ก็ได้ยืนยันที่จะเข้าร่วมงานนี้  แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการจัดงานในรูปแบบปกติยังคงมีความสำคัญต่อธุรกิจ ในขณะที่ผู้แสดงสินค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมงานในพื้นที่จริงเช่น จีน ก็ได้เข้าร่วมงานแบบเสมือนจริง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าธุรกิจต่างต้องการเข้าร่วมงานนี้ และพวกเขาได้ทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะข้อจำกัดด้านการเดินทาง

“ในงานนี้มีเทรนด์ใหม่ที่โดดเด่น คือ ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ตอบรับกระแสความยั่งยืน รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากพืช และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากอาหารสะอาด (Clean label) ซึ่งในปีนี้เราได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์เหล่านี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 20% ของพื้นที่ทั้งหมด และเพื่อตอบสนองเทรนด์ด้านอาหารที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เราจึงร่วมกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (Scholars of Sustenance :SOS) ซึ่งเป็นมูลนิธิกู้ชีพอาหาร ให้มาทำหน้าที่จัดการอาหารส่วนเกิน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีเศษอาหารเหลือทิ้งจากการจัดงานครั้งนี้ โดยในช่วงท้ายของงาน มูลนิธิฯ จะรวบรวมอาหารส่วนเกินทั้งหมดจากผู้แสดงสินค้านำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนที่มีรายได้น้อย สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และที่พักอาศัยต่าง ๆ ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางในสังคม” นายแมธเธียส กล่าว

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2022 “The Hybrid Edition ได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โทร.1169 หรือ www.ditp.go.th และลงทะเบียนเข้าชมงานแบบ On Ground ได้ที่ www.thaifex-anuga.com ลงทะเบียนเข้าชมงาน THAIFEX - Virtual Trade Show ได้ที่ www.thaifex-vts.com

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จุรินทร์' ยัวะจัดเต็ม 'กรณ์' กล้าในสิ่งที่ควรรู้ไม่จริงอย่าพูด หาเสียงต้องมีความรับผิดชอบ

ภายหลังการประชุม JETCO ซึ่งเป็นการประชุมร่วมทางการค้าระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร เป็นครั้งแรก โดยมีอังกฤษเป็นเจ้าภาพที่กรุงลอนดอน

‘สินิตย์’ เผย อเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย รุมจีบกาแฟไทย หลังกรมเจรจาฯ พาร่วมงาน THAIFEX 2022 เชียร์ใช้ FTA สร้างแต้มต่อ เพิ่มโอกาสส่งออก

‘สินิตย์’ ปลื้ม กาแฟไทยผลตอบรับดี หลังพาร่วมบูธ FTA Cafe ในงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2022 “The Hybrid Edition” เผย นักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติ อาทิ อเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย

พาณิชย์ หนุน sacit กระตุ้นยอดขายงานศิลปหัตถกรรมไทย ต้อนรับมาตรการผ่อนปรนเข้าประเทศ

กระทรวงพาณิชย์ มอบ sacit กระตุ้นยอดขายงานศิลปหัตถกรรมไทย ต้อนรับนักท่องเที่ยว โชว์งานฝีมือคนไทย สร้างสรรค์

'เพื่อไทย' ห่วงกัญชายัดไส้กระทบสินค้าส่งออก ซัดรัฐบาลเพิกเฉยคุมกัญชาเสรี

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้าอาหารสำเร็จรูปของประเทศไทยฝากข้อความไปยังกระทรวงพาณิชย์และนายกรัฐมนตรี หลังเปิดเสรีกัญชา ว่า คู่แข่งของต่างประเทศไม่ต้อนรับกัญชาในรูปแบบของสารผสมในอาหาร