เซเว่น อีเลฟเว่น เดินหน้าลดโลกรวน เพิ่มพื้นที่สีเขียว นำร่อง จ.สุรินทร์ ขับเคลื่อนภาคีเครือข่าย ชุมชน โรงเรียน มหาวิทยาลัย วัด มีส่วนร่วมรักษ์โลก

ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมกำลังรุนแรงขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก มาพร้อมกับการขยายตัวของเมือง โดยการกินพื้นที่ป่าไม้มากขึ้น พื้นที่สีเขียวมีจำนวนลดน้อยลงในหลายพื้นที่ โดยจะสังเกตุได้จากสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ภัยแล้ง และภัยพิบัติ อันเกิดจากภาวะโลกรวน ทำให้เกิดการตื่นตัวขององค์กรณ์ต่างๆ ที่เห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมในการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว และเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่สำคัญของหลายประเทศในการเพิ่มการปล่อยออกซิเจนสู่บรรยากาศ

ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของโครงการผ่านกระบวนการจัดการแบบห่วงโซ่คุณค่า (Supply chain values) ตามหลัก 3 ประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เน้นสร้างอาชีพ สร้างการหมุนเวียนรายได้ สร้างองค์ความรู้ ปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ทั้งกับเด็กนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ผ่านการสร้างพื้นที่สีเขียวจากคนภายในชุมชนเพื่อชุมชนของตนเอง โดยได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตสุรินทร์ กลุ่มเกษตรกรชุมชนโนนนารายณ์ โรงเรียนมหิธรวิทยา พร้อมด้วยวัดป่าบวรสังฆาราม (วัดต้นแบบโครงการป่าล้อมวัด)

โดยให้การสนับสนุนตั้งแต่กระบวนการ "ต้นน้ำ" หรือแหล่งเพาะกล้าไม้ ด้วยการสนับสนุนงบประมาณสร้างโรงเรือนเพาะพันธุ์ โรงเรือนอนุบาลกล้าไม้ งบเพาะกล้าไม้ดูแลรักษา ซึ่งมีทั้งชุมชนโนนนารายณ์ และมทร.สุรินทร์ ร่วมเป็นแกนนำเครือข่ายขับเคลื่อน และโรงเรียนมหิธรวิทยา ในโครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ภายใต้การดูแลของ ซีพี ออลล์ ร่วมนำร่องพัฒนาโครงการ "โรงเรียนป่าไม้" ที่มุ่งเน้นบูรณาการองค์ความรู้กระบวนการปลูกต้นไม้สู่ 8 กลุ่มสาระวิชาตามหลักสูตรแกนกลาง กระทรวงศึกษาธิการ ผ่านกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) และสามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียนได้อีกด้วย ทั้งนี้กล้าไม้จาก 3 แหล่ง จะถูกส่งไปปลูกที่บ้าน วัด โรงเรียน ชุมชน ผ่านโครงการป่าล้อมวัด, โคก หนอง นา และการส่งเสริมพนักงานปลูก (We Grow for ALL) ในช่วงไตรมาสที่ 3

นายตรีเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ CP ALL Planting Model จาก บมจ.ซีพี ออลล์ มีเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายของ ESG ซึ่งในโครงการนี้จะอยู่ในส่วนของ E-Environment โดยในปีนี้มีเป้าหมายคือปลูกพืชไม้ยืนต้นในวัดภาคอีสานกว่า 200 วัด (โครงการป่าล้อมวัด) ตั้งเป้าปลูกต้นไม้ให้ได้ 160,000 ต้น ในรูปแบบการปลูกป่าของ ซีพี ออลล์ เราจะดำเนินการในรูปแบบของ ซีพี ออลล์ โมเดล คือการดำเนินการตั้งแต่ ต้นน้ำ นั่นก็คือการเพาะกล้าไม้ การอนุบาลกล้าไม้ โดยสนับสนุนงบประมาณในการเพาะกล้าไม้ รวมถึงสร้างโรงเรือนต่างๆ ระบบน้ำในการดูแลรักษา ซึ่งการสนับสนุนงบเราหวังว่าจะเป็นการมอบโอกาสในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ในอนาคตให้กับชุมชนต่อไป ผลผลิตที่ได้จากการเพาะกล้าไม้ก็จะนำไปใช้ในการปลูกป่าตามโครงการของเราตลอดทั้งปี ซึ่งเป้าหมายถัดไปจะเป็นส่วนกิจกรรมกลางน้ำ ซึ่งเราจะมีการจัดกิจกรรมส่งมอบกล้าไม้ และปลูกป่าประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน ช่วงฤดูฝน และปลายน้ำจะเป็นกิจกรรมในการเก็บข้อมูลในการปลูกป่าและติดตาม ดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ให้เติบโตเพื่อใช้ประโยชน์ในการช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้

นายวิรัตน์ เลื่องลือ ผู้นำชุมชนโนนนารายณ์ กล่าวว่า ทางซีพี ออลล์ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน ในการรองรับต้นไม้ที่เราเพาะขึ้นมา มีการสนับสนุนวัสดุปลูก รับซื้อกลับคืนไป ก็ทำให้มีคนที่อยากจะร่วมในโครงการเพิ่มขึ้น มีเครือข่ายชุมชนอื่นๆที่เห็นด้วย ซึ่งชุมชนและชาวบ้านที่ว่างเว้นจากฤดูทำนา ระหว่างรอฤดูกาลถัดไปสามารถเข้าร่วมโครงการเพื่อหารายได้เสริมและเรียนรู้เพื่อสืบสานวิชาเพาะกล้าไม้อย่างถูกต้องไปยังลูกหลานต่อได้ หรือจะเอาไปขยายเป็นสายอาชีพในอนาคตได้ด้วย โดยจะมีวิทยากรที่มีความรู้มาคอยสอนและกระจายรายได้ให้กับชุมชน ผลพลอยได้คือการสร้างความภูมิใจในการรักต้นไม้ และเมื่อชาวบ้านรู้ว่ากล้าไม้ที่เขาทำจะถูกส่งไปที่ วัด โรงเรียน ชุมชน หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆในจังหวัด เขาก็เริ่มภูมิใจ และคิดว่ามันเป็นความภูมิใจที่อยู่ในจิตสำนึก การที่เขาได้สร้างต้นไม้ให้กับชุมชนกับโลกใบนี้

โครงการ CP All Planting Model เป็นโครงการปลูกป่าไปพร้อมกับการช่วยเหลือชุมชนให้มีรายได้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างออกซิเจนสู่โลกมากขึ้น โดยจำนวนการอนุบาลกล้าไม้ในแต่ละพื้นที่แบ่งออกเป็นที่จ.สุรินทร์ 1.ชุมชนโนนนารายณ์ 70,000 ต้น 2.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตสุรินทร์ 20,000 ต้น 3.โรงเรียน มหิธรวิทยา จ.สุรินทร์ 20,000 ต้น โรงเรียนบ้านโคกค่าย จ.สงขลา 10,000 ต้น และสั่งซื้อจาก CPS เพื่อกระจายไปยังภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนืออีก 40,000 ต้น เพื่อนำร่องขยายโครงการสู่ภูมิภาคอื่นๆ และเราก็จะได้เครือข่ายที่เข้มแข็งในการมีส่วนร่วมระหว่างภาคประชาชนกับเอกชนในการสร้างโลกที่ดี สร้างโลกสีเขียวที่เป็นมิตรต่อประชากรโลก ด้วยปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์ และแบ่งปันโอกาสต่อกัน”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รื้อแล้วป้ายภาษาเขมร รพ.สุรินทร์! สื่อกัมพูชาตีข่าว ชาวบ้านลั่นไม่ต้องง้อ

รพ.สุรินทร์ทำป้ายใหม่ รื้ออักษรภาษาเขมรออก เหลือชื่อโรงพยาบาลไม่มีภาษาเพื่อนบ้าน สื่อกัมพูชาหยิบไปตีข่าว ตั้งคำถามเกี่ยวข้อ

ส่อซ้ำรอยคดีดัง! ชาวบ้านลุกฮือปกป้องวัดเขาโต๊ะ หลังทายาทนำรถแบ็กโฮปรับพื้นที่ทวงคืนที่ดิน

ที่วัดเขาโต๊ะ อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เกิดข้อพิพาทกรณีขอคืนที่ดินวัด โดยข้อมูลระบุว่า ผู้เป็นพ่อ(ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว) เคยขายที่ดินให้กับคนรู้จัก ก่อนที่คนรู้จักจะขายต่อให้กับวัดเมื่อปี 2541 รวมระยะเวลา 28 ปี ล่าสุดลูกได้ทักท้วงกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นที่ ส.ป.ก. ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจและรวมตัวกันออกมาทักท้วง เพื่อปกป้องสิทธิ์ในที่ดินของวัด

โจรควงมีดบุกชิงเงิน 7-Eleven กลางดึก ตร.สุรินทร์เร่งล่าตัว

2 คนร้ายสวมหมวกกันน็อกอำพรางใบหน้า บุกใช้มีดจี้พนักงานร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven สาขาสะรันปาร์ค อ.เมืองสุรินทร์ ช่วงกลางดึก กวาดเงินสดกว่า 2,100 บาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

ระเบิดในเขมร ‘ทัพภาค2’เผย ห่างไทย15กม.

ทภ.2 แจงเสียงคล้ายระเบิดดังจากฝั่งกัมพูชา ห่างชายแดน 10-15 กม. ยืนยันไทยไร้ความเสียหาย ขณะที่ กมธ.ความมั่นคงฯ ยกชุดลุยชายแดนช่องสายตะกู "มณเฑียร-รังษี" สั่งเช็กความพร้อมรบ สแตนด์บายโรงพยาบาลรับคนเจ็บ ย้ำแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เซฟชีวิตชาวบ้าน-หนุนกำลังส่วนหน้าเต็มพิกัด

เสียงดังสนั่นชายแดนสุรินทร์! ทภ.2 เร่งตรวจสอบ พบต้นเสียงจากฝั่งกัมพูชา

ประชาชนพื้นที่ช่องกร่าง จ.สุรินทร์ ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดช่วงค่ำ กองทัพภาคที่ 2 ตรวจสอบเบื้องต้นพบต้นเสียงมาจากพื้นที่ตอนในของกัมพูชา ห่า

แม่เด็ก ม.2 รับไม่ได้เห็นคลิปลูกรุมทำร้าย ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด

แม่เด็ก ม.2 ที่ถูกเพื่อนรุมทำร้ายในโรงเรียน จ.สุรินทร์ รับไม่ได้หลังเห็นคลิปเหตุการณ์ เผยลูกยังผวาไม่อยากไปโรงเรียน พร้อมเดินหน้าดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขณะที่ต้นสังกัดลงพื้นที่ติดตามและให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด