กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ - พอช. ขับเคลื่อนงานที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยกว่า 2 แสนครัวเรือน

โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของ พอช.เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน  โดยให้ชุมชนที่เดือดร้อนรวมตัวกันแก้ไขปัญหา  มีช่างชุมชนหรือช่างจิตอาสามาช่วยก่อสร้างบ้าน  ทำให้ประหยัดงบและก่อสร้างบ้านได้เร็ว      

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ - พอช.พัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศแล้วกว่า 200,000 ครัวเรือน  ใช้กระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วม  ตั้งแต่สำรวจข้อมูลปัญหา  จำนวนครัวเรือนที่เดือดร้อน  การจัดทำโครงการ  นำไปสู่การลงแรงร่วมกันซ่อมสร้างบ้าน  ตั้งเป้าปี 2566 ดำเนินการอีก 29,850 ครัวเรือน 

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2543  มีภารกิจที่สำคัญด้านหนึ่ง  คือ  การพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย  เริ่มดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงในปี 2546 เพื่อสนับสนุนให้ชาวชุมชนที่เดือดร้อนลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหา  โดยมีหลักการที่สำคัญ  คือ  “ชุมชนที่เดือดร้อนเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา  พอช.และภาคีที่เกี่ยวข้องเป็นฝ่ายสนับสนุน”

บ้านมั่นคงสวยงามที่ชุมชนหินเหล็กไฟ  อ.หัวหิน  จ.ประจวบคีรีขันธ์  เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน  รวมทั้งหมด 70 หลังชาวบ้านรวมตัวกันแก้ไขปัญหาใช้เวลาเกือบ  4 ปี

19 ปี พอช. ดำเนินการแล้วกว่า 2 แสนครัวเรือน

นายกฤษดา  สมประสงค์  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  หรือ พอช. กล่าวว่า  พอช.ภายใต้การสนับสนุนและผลักดันนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ ดำเนินงานพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยสะสมรวมกันมากกว่า  200,000 ครัวเรือน

โดยในปีงบประมาณ 2565 ดำเนินการจำนวน 29,441 ครัวเรือน และจะดำเนินงานในปี 2566 จำนวน 29,850 ครัวเรือน   นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยจำนวน 500 ตำบล/เมือง  รวมทั้งสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนไม่น้อยกว่า 6000,000 คน  ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวจะทำให้ผู้มีรายได้น้อยและประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายกฤษดากล่าวถึงผลการดำเนินงานด้านที่อยู่อาศัยในช่วงที่มา  โดยแยกเป็น  1.โครงการบ้านมั่นคง  เป็นโครงการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด  และชุมชนบุกรุก  ทั้งในเมืองและชนบท  ดำเนินการแล้ว  รวม 127,709 ครัวเรือน   2.โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  ดำเนินการในคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร  เพื่อแก้ปัญหาสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลอง  ป้องกันน้ำท่วม  ดำเนินรวม 7,809 ครัวเรือน

3.โครงการบ้านพอเพียง  เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงซ่อมสร้างบ้านเรือนในชนบทที่ชำรุดทรุดโทรม  มีฐานะยากจน  ให้มีสภาพเหมาะสมกับการอยู่อาศัย  ดำเนินการรวม 103,779  ครัวเรือน  4.ที่อยู่อาศัยชั่วคราว  สำหรับประชาชนที่เดือดร้อนเฉพาะหน้า  เช่น  ถูกไฟไหม้  โดนไล่รื้อ  ดำเนินรวม 5,819 ครัวเรือน  และ 5.คนไร้บ้าน  จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านที่เชียงใหม่  ขอนแก่น  ปทุมธานี  และกรุงเทพฯ  รวม  698 ครัวเรือน

นายกฤษดา ผอ.พอช. มอบงบประมาณช่วยเหลือกรณีที่อยู่อาศัยชั่วคราวให้ชาวชุมชนบ่อนไก่  กรุงเทพฯ ที่โดนไฟไหม้เมื่อเร็วนี้ๆ  รวม 84 ครอบครัว  เป็นเงินกว่า 1.5 ล้านบาท

นายกฤษดา กล่าวต่อไปว่า  การพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยของ พอช. สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล  โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จัดทำ ‘แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี’ พ.ศ.2560-2579  มีเป้าหมายครัวเรือนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศประมาณ 3 ล้านครัวเรือน  โดยการเคหะแห่งชาติรับดำเนินการ 2 ล้านครัวเรือน  และ พอช.ประมาณ 1 ล้านครัวเรือน  โดยมีวิสัยทัศน์คือ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579”

“บ้านมั่นคง  บ้านที่ทุกคนมีส่วนร่วม”

นายกฤษดา   กล่าวว่า  โครงการบ้านมั่นคง  รวมทั้งการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ ของพอช.และกระทรวง พม. จะเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน  โดยยึดหลักการ “ชุมชนที่เดือดร้อนเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา  พอช.และภาคีที่เกี่ยวข้องเป็นฝ่ายสนับสนุน”

มีกระบวนการดำเนินการที่สำคัญ  คือ  1.การชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน  เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน  2.จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นการรวมคน  รวมทุน  สร้างฐานการเงินของชุมชน  เรียนรู้ระบบการจัดการการเงินร่วมกัน   3.การจัดตั้งคณะกรรมการชาวบ้าน ขึ้นมาดำเนินงาน  โดยแบ่งหน้าที่  ความรับผิดชอบ

4.สำรวจข้อมูลชุมชน  ความเดือดร้อน  ความต้องการ  โดยชุมชนหรือองค์กรชุมชนที่มีอยู่  เช่น  สภาองค์กรชุมชนตำบล  กองทุนสวัสดิการชุมชน  เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนงาน  5.การจัดระบบสิทธิในที่อยู่อาศัย  เพื่อเป็นข้อตกลงของชุมชนและสร้างความเป็นธรรม  เช่น  ครอบครัวที่มีสมาชิกจำนวนมากกว่า 5 คนอาจให้สิทธิมากกว่า 1 สิทธิ  เจ้าของบ้านเช่าที่มีบ้านเช่าหลายหลังจะได้รับเพียง 1 สิทธิ

ชุมชนริมคลองลาดพร้าวสภาพก่อนการพัฒนา         

6.ร่วมกันออกแบบ  ทำผังชุมชน  แบ่งพื้นที่ใช้ประโยชน์ส่วนกลาง  ออกแบบบ้านตามความต้องการ  โดยมีสถาปนิกชุมชนจาก พอช.เป็นพี่เลี้ยง  7.เสนอโครงการ  งบประมาณ  สินเชื่อที่จะต้องใช้ในการดำเนินการกับ พอช.   8.ดำเนินการก่อสร้างบ้าน และสาธารณูปโภคตามแผนงาน  โดยการบริหารงานของชุมชนหรือสหกรณ์เคหสถานที่จัดตั้งขึ้น  เช่น  การจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้าง  หรือก่อสร้างเองบางส่วน  รวมทั้งมีช่างชุมชนหรือช่างจิตอาสามาช่วยกันลงแรงก่อสร้าง  ช่วยประหยัดงบประมาณและก่อสร้างได้เร็ว

ชุมชนริมคลองลาดพร้าวย่านเขตสายไหม  ขยับบ้านรุกล้ำคลองขึ้นมาสร้างบ้านใหม่

9.พัฒนาคุณภาพชีวิต เมื่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว  ชุมชนจะต้องมีแผนพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ  เช่น  ส่งเสริมอาชีพ  สร้างแหล่งอาหารในชุมชน  การจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อม  การจัดการขยะ  กิจกรรมเด็กและเยาวชน  จัดสวัสดิการให้สมาชิก  ผู้สูงอายุ  ฯลฯ

“กระบวนการบ้านมั่นคง  รวมทั้งการพัฒนาที่อยู่อาศัยของ พอช.  และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  เป็นกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วม  โดยการสนับสนุนให้ชุมชนผู้ที่เดือดร้อนรวมตัวกันแก้ไขปัญหา  โดย พอช.และหน่วยงานภาคีเป็นฝ่ายสนับสนุน  ถือเป็นการพัฒนาแนวใหม่  ที่ประชาชนมีส่วนร่วมคิด  ร่วมทำ  ร่วมกันบริหารโครงการ  นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ”  ผอ.พอช.กล่าวในตอนท้าย

ชาวชุมชนหลังวัดอ้อมน้อย  อ.กระทุ่มแบน  จ.สมุทรสาคร  โดนไล่ที่  รวมตัวกัน 64 ครอบครัวเตรียมสร้างบ้านสร้างชุมชนใหม่  โดยการสนับสนุนของ พอช.

                                             

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นิกร โสมกลาง ลงพื้นที่เกาะลันตา หนุนคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเล

นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ลงพื้นที่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมในงาน "Charming of the Sea - Let's see Mountain 2026" พร้อมตรวจเยี่ยมชุมชนโต๊ะบาหลิว อ.เกาะลันตา ผลักดันโครงการ "บ้านมั่นคง" โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) งบประมาณ 6.74 ล้านบาท หนุน 100 ครัวเรือนชาวเลอูรักลาโว้ย พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้สูงอายุเข้มแข็งและบุคคลต้นแบบ มุ่งเป้าสร้างความเสมอภาคและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังตามนโยบายรัฐบาล

ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)

นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน

’นิกร‘ เล็งฟื้นฟู "เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง " สร้างคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต ลดภาระคนตั้งตัว

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง

‘คลิตี้’ กะเหรี่ยงสุดขอบฟ้าที่ทองผาภูมิ

เราพาทุกคนทุกท่านเดินทางฝ่าผืนป่า ข้ามผ่านถนนลูกรังทุรกันดารและโคลนตมอันยาวนานกว่าสามชั่วโมง สู่ดินแดนที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขารอยต่อป่าใหญ่

การเคหะแห่งชาติ ร่วมทีม พม. ฟื้นฟูบ้านเรือนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอปัว คืนความมั่นคงและคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มอบหมายให้นายคมสัน พิลาสมบัติ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธีระวัฒน์ สุมังคโล ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง