กรมส่งเสริมการเกษตรเตือนเกษตรกรระวัง5โรคพืชระบาดหน้าฝน

กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนให้ระวัง 5 โรคพืช มักเกิดในหน้าฝน หวั่นระบาดและพืชผลทางการเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง แนะหมั่นตรวจสอบแปลงปลูกสม่ำเสมอ เมื่อพบเป็นโรค ให้ถอนและนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงการแจ้งเตือนพี่น้องเกษตรกรให้เฝ้าระวังโรคพืช 5 ชนิด ที่พบบ่อยช่วงหน้าฝน ป้องกันพืชผลทางเกษตรเสียหายเป็นวงกว้างว่า ช่วงหน้าฝนสภาพอากาศมีความชื้นสูง อาจเกิดการระบาดของโรคพืชหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นจากเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรีย จึงขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงปลูกพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังการระบาด และวางแผนการจัดการโรคให้ดี เพื่อลดความเสียหายจากการเข้าทำลายของโรคพืชประกอบด้วย

1.โรคราน้ำค้าง จะทำให้ผิวใบด้านบนของพืชเป็นจุดขนาดเล็กสีซีดอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ก่อนที่ใบพืชจะแห้งลงและหลุดร่วงในที่สุด มักพบในพืชตระกูลแตง เช่น แตงกวา แตงร้าน แตงโม แตงไทย เมล่อน แคนตาลูป และฟักทอง วิธีกำจัดให้ใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา หรือแช่เมล็ดในน้ำอุ่นก่อนปลูก หากระบาดมากสามารถใช้สารเคมีไดเมโทมอร์ฟ ฉีดพ่น

2.โรคเน่าคอดิน มักพบในระยะต้นกล้าบริเวณโคนต้น เมื่ออาการรุนแรงเนื้อเยื่อจะเน่า ทำให้ต้นกล้าเหี่ยวและตาย บางครั้งเชื้อราอาจเข้าทำลายเมล็ด ทำให้เมล็ดไม่งอก หรืองอกแต่ไม่มีใบเลี้ยง มักพบในต้นกล้าของพืชผักและพืชไร่ โดยให้หมั่นสำรวจแปลงปลูกอยู่เสมอ เมื่อพบต้นกล้าที่เป็นโรค ให้ถอนและนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที และก่อนปลูกให้คลุกเมล็ดด้วยสารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา

3.โรคราสนิมขาวในผัก โดยจะมีจุดสีเหลืองซีดที่ด้านบนของใบ และตุ่มนูนสีขาวขนาดเล็ดใต้ใบ พบมากในผัก เช่น ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว และในไม้ดอก เช่น เบญจมาศ ใช้วิธีกำจัดด้วยสารสารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มาคลุกเมล็ดหรือหว่านลงแปลงก่อนปลูก หรือฉีดพ่นป้องกันโรค

4.โรคใบจุด จะเกิดจุดแผลขนาดเล็กสีน้ำตาลกับต้นกล้า และโคนต้น ส่วนในต้นที่โตแล้วใบเกิดจุดแผลวงกลมสีน้ำตาลซ้อนกันหลายชั้น เนื้อเยื่อรอบแผลเปลี่ยนเป็นสีเหลือง มักจะมีเชื้อราชั้นบางๆ เป็นผงสีดำบนแผลผักบางชนิดและบางพันธุ์มีแผลที่ก้านใบ เป็นจุดลีน้ำตาลปนดำ มักพบในพืชผักตระกูลกะหล่ำ โดยเชื้อสามารถแพร่กระจายตามน้ำ ลม แมลง สัตว์ เครื่องมือทางการเกษตรกร และเมล็ดพันธุ์ โดยวิธีกำจัดให้ฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อราไตรโดเดอร์มา หากระบาดรุนแรง ให้ฉีดพ่นสารเคมีกำจัดโรคพืช และ

5.โรคเหี่ยว เกิดจากเชื้อรา พบบริเวณด้านล่างของต้นมีสีเหลืองแล้วขยายลุกลามไปยังใบที่อยู่ด้านบน กลายเป็นสีน้ำตาลแล้วแห้งตาย พบในพืชพวกแตงชนิดต่างๆ เช่น แตงกวา แตงร้าน แตงแคนตาลูบ แตงไทย และแตงโม ส่วนวิธีกำจัดและป้องกันให้หลีกเลี่ยงการปลูกพืชในพื้นที่ที่เคยเกิดการระบาดมาก่อน ใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพดินก่อนปลูก และใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา หากระบาดรุนแรง ให้ใช้สารเคมี เช่น เมทาแลกซิล อัตราหรือส่วนผสมตามคำแนะนำในฉลาก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประธาน กมธ.พาณิชย์ ยันขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 31 ส.ค. ยึดกรอบเดิม AFTA

ประธานกมธ.พาณิชย์ หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ระบุครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านถึง 31 ส.ค. 2569 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบ AFTA มาตั้งแต่ปี 2554 ไม่ใช่การขยายเวลาเพิ่ม พร้อมย้ำปีนี้ยังต้องบริหารสมดุลระหว่างผลผลิตในประเทศกับความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้กระทบราคาและเกษตรกรในระยะยาว

บอร์ดธ.ก.ส.สั่งลุย‘สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ช่วยเกษตรกร

ข่าวดี! ‘บอร์ด ธ.ก.ส.’ สั่งลุย ‘โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เคาะปล่อยกู้เกษตรกรรายละไม่เกิน 100,000 บาท หนุนลดต้นทุน-เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

เกษตรกร-ชาวประมง 5 จังหวัดแห่นำปลาหมอคางดำส่งขายโรงงานปลาป่นสมุทรสาคร โรงงานรับซื้อทุกวัน จำนวนไม่อั้น กก.ละ 10 บาท

โรงงานปลาป่นจังหวัดสมุทรสาครเดินหน้ารับซื้อปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดรับซื้อแล้วมากกว่า 33,000 กิโลกรัม หลังกรมประมงปรับขั้นตอนให้เกษตรกรและชาวประมงสามารถนำปลามาจำหน่ายได้สะดวกขึ้น เพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชนที่จุดรับซื้อ โดยไม่ต้องขอเอกสารรับรองจากหน่วยงานในพื้นที่

สมาพันธ์ปศุสัตว์ชี้นำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ช่วยลดต้นย้ำไม่กระทบเกษตรกรไทย

สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ผนึกพันธมิตร 4 สมาคม แจงเหตุผลต้องนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ช่วยลดต้นทุนปศุสัตว์ ย้ำไม่กระทบเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ ชี้ข้าวโพดไทย 13 บาท/กิโลกรัม แพงสุดในโลก