
กยท.โชว์ฝีมือการทำงาน สร้างความพร้อมให้กับวงการยางพาราไทยทุกภาคส่วน เดินหน้าจัดระบบพร้อมรับมาตรการตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ยางได้ถึงแหล่งกำเนิด รับเทรนด์โลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และผลผลิตยางที่มาจากสวนยางบนที่ดินถูกกฎหมาย ไม่รุกเขตป่าสงวน

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า การตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งกำเนิด ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ยางพารา ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ กยท. กำลังมุ่งเน้นดำเนินการ เพื่อรองรับมาตรการต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น อันเป็นผลจากปัจจุบันเทรนด์โลก ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน รวมถึงประเทศผู้นำเข้ายางรายใหญ่ เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ยางต้องผลิตมาจากสวนยางที่มีเอกสารสิทธิถูกกฎหมายของประเทศผู้ผลิตต้นทาง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และผลจากที่ กยท. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้วันนี้ประเทศไทยมีความพร้อมมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
“กยท. ได้ดำเนินการในมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นระบบการดำเนินงานที่จัดให้มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนแล้วถึง 8 ล้านคน พร้อมทั้งมีการทำข้อมูลพื้นที่ปลูก ที่ตรวจสอบได้ว่าพื้นที่ปลูกยางพารานั้น เป็นเอกสารในรูปแบบโฉนด หรือ เอกสารสิทธิ์อื่น ๆ ขณะที่ด้านผลิตภัณฑ์ยางก็สามารถทราบถึงที่มา แหล่งกำเนิดของผลิตภัณฑ์ยางนั้นว่าจากสวนยางของเกษตรกรรายไหนและตั้งอยู่ในพื้นที่ใด ด้วยความพร้อมด้านข้อมูลต่าง ๆ ที่เกษตรกร และสถาบันเกษตรได้ดำเนินการร่วมกับ กยท. ทำให้ยืนยันได้ว่า เกษตรกรแต่ละคน สถาบันเกษตรกรแต่ละแห่ง ได้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการปลูกยางอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในส่วนเกี่ยวกับตลาดกลางยางพารา ที่เป็นแหล่งของการซื้อขายยางพารา แหล่งอ้างอิงถึงพื้นที่ปลูกยางพารา ซึ่งทำให้สะดวกต่อการตรวจสอบย้อนกลับ” นายณกรณ์ กล่าว
นายณกรณ์ กล่าวอีกว่า จากการดำเนินงานของ กยท. ตลอดช่วงที่ผ่านมา ต้องบอกว่า ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ทำให้เราสามารถมั่นใจได้ว่า ผลผลิตของยางตั้งแต่ต้นกำเนิด จนมาถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

“จากนโยบายที่ส่งเสริมให้มีการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งกำเนิด ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ยางพารา จะช่วยสร้างผลดี และประโยชน์อย่างมาก ทั้งต่อผู้ซื้อ ที่สามารถทราบถึงแหล่งกำเนิด ทำให้รู้ได้ว่า มาจากไหน มีกระบวนการจัดการแปลงอย่างไร นำไปสู่การสร้างผลตอบแทนที่จะได้รับมากขึ้น ส่วนด้านของผู้ผลิต ผู้ขาย ถือเป็นการช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเรื่องของการส่งออก กยท.จึงขอยืนยันว่า นโยบายนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับประเทศไทยได้เป็นอย่างดี” นายณกรณ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กยท. เตรียมเสนอโครงการปลูกยาง 1 ล้านไร่ เพิ่มศักยภาพผู้นำยางพารา/แก้ปัญหาฝุ่นPM2.5
กยท. รอไฟเขียว ก.เกษตรฯ เดินหน้าบูรณาการขับเคลื่อน โครงการปลูกสร้างสวนยางในพื้นที่แห่งใหม่ 1 ล้านไร่ เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5
กยท. เฝ้าระวังโรคใบจุดกลมระบาดในสวนยางฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือเอลนีโญ
กยท. เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบจุดกลมในสวนยางในช่วงฤดูฝน ย้ำ!! ปีนี้ราคายางดี ต้องหมั่นสำรวจดูแลรักษาสวนยาง หนุนใช้น้ำหมักปลาหมอคางดำ-น้ำนมดิบ ช่วยดินร่วนซุย ต้นยางแข็งแรงเพิ่มปริมาณน้ำยาง พร้อมแนะกักเก็บน้ำสำรองเพื่อรับมือ "เอลนีโญ" ที่ทำให้ฝนตกน้อย สวนยางอาจขาดแคลนน้ำได้
รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท
รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง
กยท.พลิกวิกฤตปุ๋ยแพงเป็นโอกาสขยายผลสวนยางอินทรีย์ เร่งส่งเสริมเพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำร่วมปุ๋ยเคมีเพิ่มผลผลิตลดต้นทุน
กยท. ผลิกวิกฤตปุ๋ยเคมีแพงเป็นโอกาส เร่งส่งเสริมและสนับสนุนสวนยางพาราใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำหมักปลาหมอคางดำและน้ำนมดิบ หลังผ่านการขึ้นทะเบียนรับรองเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ร่วมกับปุ๋ยเคมี ตามนโยบาย 70:30 ของกระทรวงเกษตรฯ หวังช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยืนยันไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง พร้อมขยายผลขับเคลื่อนสวนยางอินทรีย์รองรับเทรนด์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เดินหน้าจับมือชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำแก้ปัญหาน้ำล้นตลาดอย่างยั่งยืน
กยท.วางยุทธศาสตร์บริหารตลาดยางเชิงรุก สร้างเสถียรภาพ คาดครึ่งปีหลังทิศทางราคายังดีต่อเนื่อง
แนวโน้มสถานการณ์ราคายางครึ่งปีหลังสดใส จากความต้องการใช้ที่ยังต่อเนื่อง หนุนราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น มีความเป็นไปได้จะทะลุ 100 บาท/กิโลกรัม กยท. เดินหน้าใช้ยุทธศาสตร์บริหารจัดการตลาดเชิงรุกเสริมเสถียร ภาพและยกระดับราคายางไทยสู่จุดสูงสุด
กยท.ตอบโจทย์แก้ปัญหาปุ๋ยเคมีแพง ดัน"น้ำนมดิบ"เตรียมพัฒนาสู่"ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ"
“กยท.มีน้ำหมักชีวภาพรวมกว่า 4.62 ล้านลิตร แบ่งเป็นน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ 1.12 ล้านลิตร และน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ 3.5 ล้านลิตร ซึ่งเกิดจาก ดำเนินการของ

