
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา PDPA Going Forward โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งนักวิชาการเข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมบอลรูม ชั้น 4 โรงแรมอัศวิน ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานสัมมนา PDPA Going Forward ครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีเป้าหมายให้ทุกภาคส่วนตระหนักรู้ถึงความสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่สำคัญในการขับเคลื่อนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศให้มีความก้าวหน้าตามมาตรฐานสากล โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 มีผลบังคับใช้สมบูรณ์ทั้งฉบับเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ซึ่งเกือบครบ 1 ปีแล้วที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้สมบูรณ์ โดยได้มีการขับเคลื่อนการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรองภายใต้พระราชบัญญัติฯ นี้ ไปแล้ว 21 ฉบับ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้ประชาชนทุกคนในสังคมไทย รวมถึงนานาอารยประเทศเกิดความเชื่อมั่นและยอมรับในมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ด้าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ดำเนินการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศให้มีความก้าวหน้าเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยได้มีการขับเคลื่อนการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นศูนย์กลางที่สามารถให้ความรู้ ช่วยเหลือด้านข้อมูลส่วนบุคคลแบบครบวงจรอย่างมีประสิทธิภาพให้กับภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป และการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรองภายใต้พระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 21 ฉบับ เช่น ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565 รวมทั้งประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 เป็นต้น
“นับตั้งแต่ พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้สมบูรณ์ทั้งฉบับเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้ให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในรูปแบบ InfoGraphic คลิปวิดีโอ รวมถึงการจัดทำแนวปฏิบัติสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กรณีศึกษาจากข้อหารือเกี่ยวกับการบังคับใช้ เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีความเกี่ยวข้องกับองค์กรในทุกภาคส่วน รวมทั้งเผยแพร่แผนการดำเนินงานและสร้างเครือข่ายความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระยะเริ่มแรก เพื่อสร้างการตระหนักรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและองค์ความรู้ในการยกระดับองค์กรให้สอดคล้องกับกฎหมายให้แก่องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาข้อมูลในด้านต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมทั้งส่งเสริมให้มีแนวทางในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีมาตรฐานสากล เพื่อให้มีมาตรการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องตามหลักการสากลที่ประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญ รวมทั้งมีการพัฒนาก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าว

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวตราสัญลักษณ์ของ สคส. พร้อมกับมอบโล่ให้ผู้ออกแบบตราสัญลักษณ์และมอบประกาศเกียรติคุณให้หน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กับ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยการแถลงความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สมาคมเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทย สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
นอกจากนี้ยังมีปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ทำไม กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ” โดย นายเธียรชัย ณ นคร ประธานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเสวนาพิเศษ เรื่อง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีอี เตือนข่าวปลอม 'ปปง. เปิดบัญชีไลน์ใหม่ ชื่อ ปราบปรามการฟอกเงิน' ระวังมิจฉาชีพหลอกสูญเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
รมช.ดีอี ลุยสร้างเครือข่ายต้าน 'เฟกนิวส์' ภาคอีสาน ยกระดับสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันภัย 'สแกมเมอร์'
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) จังหวัดอุบลราชธานีจัดการตนเองขององค์กรชุมชนทั่วประเทศเพื่อความยั่งยืนจากฐานราก
อดีตผู้สมัครสส.ปชน. งัด TOR โต้ ปลัดดีอี อ้างยกเลิก TH-AI Passport ไม่ได้
นายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และคณะทำงานผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้ตั้งคำถามถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของโครงการ ได้โพสต์ TOR โครงการ TH-AI Passport พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก
'ไอซ์ รักชนก' เปิด TOR โครงการแจก AI ฟรี ถามทำไมต้องเน้นประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัล บริษัทใครชนะประมูล
รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ประธาน กมธ.ติดตามงบฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ทำไมเราต้องยุติ ยกเลิก โครงการ TH-AI passport 1,621ล้าน ?
ไม่เกินคาด! เด็กส้มซัด TH-AI กลโกงดิจิทัลหาเงินให้ระบอบสีน้ำเงิน
'สส.ปชน.' อัดยับ 'TH-AI Passport' ส่อฮั้วครั้งใหญ่ แฉกลโกงดิจิทัลโมเดลใหม่ ขนเงินอุ้ม 'ระบอบสีน้ำเงิน' ฉะ เปิดฟังความเห็นแค่ฟอกขาว หวังชะลอเฟส 2 มูลค่า 900 ล้าน จ่อถล่มในงบปี 2570
ดีอี แจงข่าวจริง 'ETDA ออกกฎใหม่ ยิงโฆษณาในสื่อโซเชียล ต้องสแกนหน้า-ยืนยันตัวตนก่อน' ช่วยตัดช่องทาง 'สแกมเมอร์' หลอกลวง ปชช.
AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,496 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,716 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด

