รมว. พิพัฒน์ ประชุมคบต. เห็นชอบขยายเวลาให้แรงงานข้ามชาติที่ยื่นบัญชีรายชื่อแล้ว

รมว. พิพัฒน์ ประชุมคบต. เห็นชอบขยายเวลาให้แรงงานข้ามชาติที่ยื่นบัญชีรายชื่อแล้ว อยู่ต่อและทำงานได้ถึง 13 ก.พ. 68 และขยายเวลาให้แรงงาน MOU ครบ 4 ปี ทำงานได้ถึง 30 เม.ย. 67

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) ครั้งที่ 4/2566 โดยมีนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน ผู้บริหารกรมการจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีดำริให้กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างมีประสิทธิภาพคำนึงประโยชน์ของนายจ้าง สถานประกอบการ ลูกจ้างแรงงานข้ามชาติทุกกลุ่มโดยไม่แบ่งแยก รวมทั้งคำนึงถึงผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของแรงงานข้ามชาติ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม ที่ประชุม คบต. ในวันนี้จึงได้เห็นชอบ 2 ข้อพิจารณา ดังนี้

1. ผ่อนผันให้คนต่างด้าว ตามมติครม.เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 ที่ยื่นบัญชีรายชื่อแจ้งความต้องการฯ ต่อกรมการจัดหางานแล้ว อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ และทำงานได้ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568

2.ผ่อนผันให้คนต่างด้าว 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) ที่เข้ามาทำงาน ตาม MOU ซึ่งวาระการจ้างงานครบ 4 ปี (ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 - 31 ธันวาคม 2566) อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษและทำงานเป็นการชั่วคราว ถึงวันที่ 30 เมษายน 2567

“ผมได้มอบหมายให้กรมการจัดหางานประชาสัมพันธ์ความคืบหน้า และแนวทางการปฏิบัติตามมติครม.ในคราวต่างๆ ให้นายจ้าง สถานประกอบการ และแรงงานข้ามชาติทราบอย่างทั่วถึง เพื่อสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง และหลังจากนี้ขอความร่วมมือหน่วยงานด้านความมั่นคง ดำเนินการตรวจสอบ ปราบปราม จับกุม และดำเนินคดีนายจ้างที่ใช้แรงงานผิดกฎหมายและลูกจ้างที่ลักลอบทำงานอย่างเคร่งครัด พร้อมกับขอให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งมาที่กระทรวงแรงงานหากพบการใช้แรงงานผิดกฎหมาย” รมว.แรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานได้เตรียมแนวทางการดำเนินการเสนอคณะรัฐมนตรี ดังนี้
1.กลุ่มมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นายจ้างจะต้องยื่นคำขออนุญาตทำงานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมชำระค่าธรรมเนียม ภายในระยะเวลา 90 วัน นับจากวันที่ผ่อนผัน และให้ดำเนินการจัดทำหนังสือเดินทาง (Passport) หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง/CIหรือTDและตรวจลงตรา (Visa) ให้แล้วเสร็จ ภายใน 13 กุมภาพันธ์ 2568 โดยให้ผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของแรงงานข้ามชาติกลุ่มดังกล่าว ที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ และได้แจ้งรายชื่อไว้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 มีสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรตามสิทธิของบิดาหรือมารดา
2.แรงงาน MOU ที่วาระการจ้างงานครบ 4 ปี ให้นายจ้างยื่นบัญชีรายชื่อคนต่างด้าว พร้อมรูปถ่าย เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นนำแรงงานเข้ามาทำงานตาม MOU โดยให้เริ่มดำเนินการตามวัน เวลา ที่กรมการจัดหางานกำหนด ในระหว่างการผ่อนผันให้นายจ้างขออนุญาตนำแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันเข้ามาทำงานตาม MOU และให้แรงงานเดินทางกลับประเทศต้นทางและเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยในโอกาสแรกโดยไม่ต้องมีระยะเวลาพัก 30 วัน
ทั้งนี้ ขอให้นายจ้าง สถานประกอบการที่ใช้แรงงานข้ามชาติติดตามข่าวสารจากกรมการจัดหางานอย่างใกล้ชิด กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบจะเร่งยกร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและประกาศที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จเพื่อเป็นแนวทางให้นายจ้าง สถานประกอบการดำเนินการตามกฎหมาย แรงงานข้ามชาติได้รับความคุ้มครองตามสิทธิที่พึงมี ไม่เลือกปฏิบัติสอดคล้องตามหลักสิทธิมนุษยชน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภคมน' เย้ย 'พิพัฒน์' จังหวะนรกแจงเรื่องอาม่ากว้านซื้อที่ดิน

'ภคมน' ย้อนพิพัฒน์ อย่าขวัญอ่อนแจงผิดประเด็น อย่าลืมว่าเป็น รมว.คมนาคม จี้จัดการทีละ 'อาม่า' หลังพิพัฒน์รีบออกตัวบอกปัด ไม่เกี่ยวข้องกับการกว้านซื้อที่ดิน

'อ.อัจฉราวดี' ลั่น เลือก 'พรรคน้ำเงิน' ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

'อ.อัจฉราวดี' โต้ 'กรวีร' แลนด์บริดจ์กับพ.ร.บ. SEC คนละเรื่องกัน แต่ 'พิพัฒน์' บอกเป็น 'ชิ้นเดียวกัน' ชี้กฎหมายเข้าข่ายขายชาติ ซุก'กาสิโน' เอาไว้ด้วย ลั่น เลือก'พรรคน้ำเงิน'ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

สภาเดือด! เท้งฉะ 5 บังเอิญพลัสปมกักตุนน้ำมัน 'มาร์ค-ไอติม' ประสานเสียงบี้ รมต.เบี้ยวกระทู้

สภาประท้วงวุ่น 'เท้ง' แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้ 'อนุทิน-พิพัฒน์' มาตอบเอง 'น้า-หลาน' ผนึกกำลังรุม 'โสภณ' จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผล 'นายกฯ-รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้

ไม่ถอย! เผย 'พิพัฒน์' ลุยโครงการแลนด์บริดจ์เต็มที่ การันตีคนไทยได้ประโยชน์

‘สาโรจน์’ เผย ‘พิพัฒน์’ เดินหน้าแลนด์บริดจ์รองรับสู้รบตะวันออกกลาง การันตีคนไทยได้ประโยชน์ แย้มมีข่าวดีลดค่าทางด่วน

เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน