
วันที่ 25 ธันวาคม 2566 เวลา 13.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ นายคิม จองมิน (Mr.Kim Jongmin) ประธานหอการค้าเกาหลี - ไทย และคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อเยี่ยมคารวะแสดงความยินดีต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหารือแนวทางการส่งเสริมขยายตลาดแรงงานไทยในสาธารณรัฐเกาหลี โดยมี นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสิบหมื่นชัย โพธิสินธุ์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วม ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในวันนี้ผมพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงานยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับท่านคิม จองมิน ประธานหอการค้าเกาหลี - ไทย และคณะ ที่ได้มาเยี่ยมแสดงความยินดีและหารือแนวทางการส่งเสริมขยายตลาดแรงงานไทยในสาธารณรัฐเกาหลี ในนามกระทรวงแรงงานต้องขอบคุณภาคเอกชนของเกาหลีที่ช่วยรับแรงงานไทยไปทำงานในเกาหลี ซึ่งต้องให้ท่านประธานหอการค้าเกาหลี – ไทยช่วยเจรจากับภาคเอกชนในเกาหลี เนื่องจากแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอลและกลับมายังประเทศไทย แรงงานเหล่านี้มีประสบการณ์ความชำนาญในภาคเกษตรอยู่แล้วจึงถือเป็นโอกาสดีที่จะให้แรงงานไทยได้ไปทำงานในภาคเกษตรกรรมในเกาหลีมากขึ้น

“ผมต้องฝากท่านประธานหอการค้าเกาหลี – ไทย ให้ช่วยแนะนำชี้ช่องทางว่าการที่แรงงานไทยต้องการจะไปทำงานในเกาหลีนั้นมีสาขาอาชีพอะไรบ้าง และในแต่ละสาขาอาชีพนั้นมีความต้องการจำนวนเท่าไหร่ เพื่อที่ว่ากรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะได้ฝึกทักษะแรงงานเหล่านั้นให้สอดคล้องตามความต้องการของนายจ้างเกาหลี ซึ่งขณะนี้ทราบว่าบางจังหวัดในเกาหลีต้องการแรงงานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง หอย ตะพาบน้ำ ปลาไหล เป็นต้น ซึ่งหากมีความชัดเจนในเรื่องสาขาอาชีพและจำนวนตามที่นายจ้างต้องการมาแล้ว เราจะได้จัดหาแรงงานและฝึกทักษะให้พร้อมก่อนที่จะจัดส่งไปทำงานโดยเร็ว รวมทั้งฝึกทักษะด้านภาษา
อย่างน้อยคนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศต้องสื่อสารภาษาเบื้องต้นของประเทศนั้นๆ ที่จะไปทำงานได้ด้วย”
นายพิพัฒน์ กล่าวในท้ายสุด
ด้าน นายคิม จองมิน (Mr.Kim Jongmin) ประธานหอการค้าเกาหลี – ไทย กล่าวว่า วันนี้ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของไทยเป็นอย่างยิ่งที่เปิดโอกาสให้เข้าพบและหารือถึงโอกาสหารือแนวทางการส่งเสริมขยายตลาดแรงงานไทยในสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งต้องขอแสดงความยินดีที่ท่านเข้ารับตำแหน่งใหม่ นี่คือก้าวสำคัญที่เราจะได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันทั้งสองประเทศ ซึ่งแรงงานไทยเป็นที่ต้องการของนายจ้างเกาหลี เนื่องจากบุคลิกของคนไทยมีความเป็นกันเองจึงเป็นที่ถูกใจของนายจ้าง ภายหลังการหารือในวันนี้จะเป็นโอกาสอันนี้ที่ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกัน โดยเฉพาะความร่วมมือในการเพิ่มโควตาการจัดส่งแรงงานในภาคเกษตร ภาคประมง และสาขาอุตสาหกรรมใหม่ก็จะเริ่มดำเนินการไปด้วยกันเพื่อให้คนไทยมีโอกาสได้ไปทำงานในเกาหลีได้รวดเร็วยิ่งขึ้นต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ.อัจฉราวดี' ลั่น เลือก 'พรรคน้ำเงิน' ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ
'อ.อัจฉราวดี' โต้ 'กรวีร' แลนด์บริดจ์กับพ.ร.บ. SEC คนละเรื่องกัน แต่ 'พิพัฒน์' บอกเป็น 'ชิ้นเดียวกัน' ชี้กฎหมายเข้าข่ายขายชาติ ซุก'กาสิโน' เอาไว้ด้วย ลั่น เลือก'พรรคน้ำเงิน'ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ
สภาเดือด! เท้งฉะ 5 บังเอิญพลัสปมกักตุนน้ำมัน 'มาร์ค-ไอติม' ประสานเสียงบี้ รมต.เบี้ยวกระทู้
สภาประท้วงวุ่น 'เท้ง' แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้ 'อนุทิน-พิพัฒน์' มาตอบเอง 'น้า-หลาน' ผนึกกำลังรุม 'โสภณ' จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผล 'นายกฯ-รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้
ไม่ถอย! เผย 'พิพัฒน์' ลุยโครงการแลนด์บริดจ์เต็มที่ การันตีคนไทยได้ประโยชน์
‘สาโรจน์’ เผย ‘พิพัฒน์’ เดินหน้าแลนด์บริดจ์รองรับสู้รบตะวันออกกลาง การันตีคนไทยได้ประโยชน์ แย้มมีข่าวดีลดค่าทางด่วน
เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน
'ดีอี'ยันข่าวจริงอนุมัติเพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 400 บาท
ดีอี ยันข่าวจริง "อนุมัติเพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 400 บาท เริ่ม 13 เม.ย.-12 พ.ค. 69" ขอเลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลทางการเท่านั้น
'โรม' แฉ 'เสี่ยตือ' เอี่ยว 'สแกมเมอร์ - กักตุนน้ำมัน' ข้องใจไม่จับกุมเหตุบริษัทในเครือโยงรัฐบาล
'โรม' แฉ 'เสี่ยตือ' เอี่ยว 'สแกมเมอร์ - กักตุนน้ำมัน' แต่รัฐบาลยังไม่ขยายผลจับกุม เพราะบริษัทในเครือข่ายเสี่ยตือเป็นลูกหนี้ของ 'พิพัฒน์' คนในครอบครัวยังบริจาคเงินให้ภท. 1 ล้านบาท ข้องใจวิกฤตมาจากการถอนทุนการเมือง บังเอิญคนที่จะติดสินบนรมว.ดีอี 40 ล้าน ก็เป็นลูกเสียตือ

