มช. ร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย ไร้ฝุ่น PM2.5 ทั้งในรั้วไปจนถึงพื้นที่ห่างไกล พร้อมนำเอานวัตกรรมพัฒนาระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ แจ้งเตือน ป้องกันการเผาแบบ Real time

“PM 2.5” คำยอดฮิตที่หลาย ๆ คนมักได้ยินจากข่าวในช่วงต้นของปีหลังการสิ้นสุดฤดูหนาว และเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน หนึ่งในปัญหาที่พื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยประสบในทุกปี ด้วยค่าฝุ่นที่กำลังก่อตัวเป็นมลพิษ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชน สิ่งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ดำเนินการในฐานะศูนย์กลางสนับสนุนทางวิชาการเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาหมอกควัน โดยร่วมมือกับหลากหลายภาคส่วน รวมไปถึงประชาชน ก่อให้เกิดโครงการ องค์ความรู้ และผลงานทางวิชาการออกสู่สายตาสาธารณชนอย่างต่อเนื่องในทุกปี

เนื่องจาก PM 2.5 มีขนาดเล็กมาก เมื่อสูดดมเข้าไปจะสามารถผ่านลงไปได้ลึกจนถึงถุงลมซึ่งเป็นส่วนปลายสุดของปอด ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อหลอดลมฝอย ถุงลม และยังดูดซึมผ่านเส้นเลือดฝอยผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ในที่สุด ซึ่งสารเหล่านี้จะมีผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก เพื่อสร้างอากาศสะอาดในบริเวณที่อยู่อาศัยจึงสำคัญ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เดินหน้าอย่างต่อเนื่องกับโครงการสร้างอากาศสะอาด (Clean air) สำหรับห้องพักนักศึกษาในหอพักนักศึกษา จำนวน 16 หอพัก กว่า 2,773 ห้อง เพื่อสร้างห้องปลอดฝุ่นให้พื้นที่ปลอดภัย หรือ Safety Zone นำเอานวัตกรรมสร้างอากาศสะอาด (Clean air) สำหรับห้องพักนักศึกษาในหอพักนักศึกษา โดยทีมนักวิจัยจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ออกแบบห้องปลอดฝุ่นด้วยหลักการเติมอากาศสะอาดเข้าไปในห้องด้วยพัดลมที่มีเครื่องกรองอากาศผ่านทางท่อเข้าไปในห้องพัก และปิดช่องเปิดขนาดใหญ่ด้วยการติดตั้งมุ้งหรือผ้าม่านกันฝุ่นบริเวณหน้าต่างหรือบานเกร็ดภายใน เป็นการควบคุมระดับของสิ่งปนเปื้อนในอากาศ สร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการอยู่อาศัย และเสริมสร้างบรรยากาศการเรียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ไม่เพียงแต่ในพื้นที่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มีพื้นที่ปลอดฝุ่น โดยล่าสุด มหาวิทยาลัยได้จับมือกับมูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทำ “โครงการอากาศสะอาดเพื่อน้อง” ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในพื้นที่ภาคเหนือจำนวน 603 แห่ง เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากจากอนุภาค PM2.5 ที่เป็นอันตราย และส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่พวกเขาสามารถเรียนรู้และเติบโตได้อย่างปลอดภัย ผู้มีจิตศรัทธาในการสนับสนุนโครงการ โดยร่วมแสกนบริจาคได้ที่ เว็บไซต์ https://donate.cmu.ac.th/home/project-home-details/48/7

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดตั้งคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (https://acair.cmu.ac.th/) ขึ้น โดยได้ระดมพลังและองค์ความรู้จากคณะ ส่วนงานต่างๆ บูรณาการร่วมกัน เพื่อเป็นหน่วยงานหลักของมหาวิทยาลัย ร่วมแก้ปัญหาหมอกควัน PM2.5 กับหลายภาคส่วน ทั้งในส่วนที่ได้ทำงานร่วมกับภาครัฐ จังหวัด และที่มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการเอง กำเนิดเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้นักศึกษา บุคลากร รวมไปถึงประชาชนทั่วไปสามารถติดตามผลของคุณภาพอากาศได้อย่างรวดเร็ว อาทิ DUSTBOY เครื่องวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศด้วยระบบเซนเซอร์การตรวจวัดคุณภาพอากาศและการเตือนภัยมลพิษทางอากาศ รายงานสถานการณ์ฝุ่นแบบ Real Time NTAQHI (Northern Thailand Air Quality Health Index หรือ ดัชนีคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพชาวเหนือ และยังมีนวัตกรรมที่สามารถรายงานการเกิดไฟป่า หรือพื้นที่ที่มีการเผาไม้ได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่เกี่ยวข้องให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ไฟป่า อันเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหามลพิษทางอากาศภาคเหนือ) อย่าง FireD แอปพลิเคชั่นรายงานสถานการณ์ฝุ่นควัน  PM 2.5  เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล (FireD) บูรณาการทุกภาคส่วนในการป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ผ่อดีดี แอปพลิเคชั่นช่วยดับไฟป่า เพื่อควบคุมปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ให้กับประชาชนทั่วไปในจังหวัดเชียงใหม่ สามารถช่วยกันเฝ้าระวัง รายงานแจ้งเหตุไฟป่า/เผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถตรวจจับและแจ้งให้กับผู้ที่ปฏิบัติงาน สามารถมาระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว โดยจะได้รับการติดตามเหตุโดยอัตโนมัติจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอ

ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นปัญหาระดับประเทศที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง จากการดำเนินงานที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ประจักษ์ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะค่อย ๆ บรรเทาความเสียหายจากสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นสถิติที่สามารถวัดผลได้จากงานวิจัยต่าง ๆ เป็นผลมาจากความตั้งใจ มุมานะของทั้งทีมนักวิจัย บุคลากร หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานภายนอก รวมไปถึงประชาชนที่ร่วมมือร่วมใจกันมาตลอดหลายปี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลิกโฉมลำพูน! อุทยานฯวิทย์มช. ถ่ายทอดองค์ความรู้พัฒนา 'อัตลักษณ์จังหวัด' มุ่งยกระดับสู่เมือง Smart Heritage City

นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูนเป็นพื้นที่ที่มีรากฐาน ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง มีอัตลักษณ์โดดเด่น และมีศักยภาพในการพัฒนาในหลายมิติ การนำอัตลักษณ์ของจังหวัดมาสื่อสารอย่างเป็นระบบจึงถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์และสร้างโอกาสใหม่ให้กับพื้นที่

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สร้างชื่อระดับเอเชีย คว้ารางวัลยกย่องเป็นพิเศษ (Highly Commended) ในงานประกาศผลรางวัลระดับนานาชาติ THE Awards Asia 2026

มช. พร้อมสร้างความภาคภูมิใจแก่ประเทศไทย เมื่อได้รับการยกย่องเป็น มหาวิทยาลัยไทยเพียงแห่งเดียวที่คว้ารางวัลระดับ Highly Commended จากเวทีระดับนานาชาติ Times Higher Education (THE) Awards Asia 2026 ในหมวด Outstanding Contribution to Regional Development

มช. มหาวิทยาลัยแรกของประเทศ คว้า ISO/IEC 27701 สร้างเกราะป้องกันทั้งมหาวิทยาลัย ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลทั้งองค์กร

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มหาวิทยาลัยแรกของประเทศไทย คว้า ISO/IEC 27701 มาตรฐาน “ดูแลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” อย่างเข้มงวด ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บ ใช้ ไปจนถึงการป้องกันและรับมือเมื่อเกิดความเสี่ยง ช่วยกันก่อนเกิดเหตุ แก้ทันเมื่อมีปัญหา

‘อนุทิน’ เตรียมยกทีม รมต. ลงพื้นที่เชียงใหม่แก้ปัญหาไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 พรุ่งนี้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบาย