
วันพฤหัสบดีที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) จัดประชุมวางแผนงานโครงการ (Project Kick off Meeting) ภายใต้การสนับสนุนของสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และวางแผนการดำเนินโครงการ Strengthened capacities and local-level plans for climate change adaptation in the agriculture and food security sector in Southern and North-Eastern Thailand โดยได้รับเกียรติจากนายมาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เป็นประธานกล่าวต้อนรับ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุม
ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช กล่าวว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบการกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ได้รับความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยในการดำเนินโครงการ Strengthened capacities and local-level plans for climate change adaptation in the agriculture and food security sector in Southern and North-Eastern Thailand โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุน และความช่วยเหลือด้านเทคนิคจากกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร (The United Kingdom’s Foreign, Commonwealth and Development Office: FCDO) และมอบหมายให้องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) เป็นผู้วางแผนการดำเนินโครงการ และเป็นการดำเนินงานร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งการประชุมในวันนี้ ได้รับเกียรติจากท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านผู้มีเกียรติ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน รวม 40 ท่าน

สำหรับโครงการดังกล่าวฯ นี้ มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ปี เพื่อบูรณาการแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคเกษตรกรรมระดับท้องถิ่น ใน 2 จังหวัดของประเทศไทย ได้แก่ ภาคใต้ 1 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด และประเมินขอบเขตในการเข้าถึงและใช้ระบบเตือนภัยล่วงหน้า รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในระดับท้องถิ่นสำหรับภาคเกษตรกรรม ใน 8 จังหวัดพื้นที่โดยรอบ และที่สำคัญมีการพัฒนาแนวทางปฏิบัติในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเกษตรกรกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยงทางภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยผลลัพธ์ของการดำเนินโครงการจะช่วยส่งเสริมมาตรการการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว นำไปสู่การขยายผล ประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อยกระดับความสามารถในการตั้งรับปรับตัวต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาส่อเดือด! ถกรายงานงบกองทุนบำนาญ สส. 'หมอวรงค์' ทุบโต๊ะเลิกสถานเดียว
ประชุมสภาฯ 2 เม.ย. ส่อเดือด! ถกรายงานงบกองทุนบำนาญ สส. ผู้ทรงเกียรติ 'หมอวรงค์' ทุบโต๊ะยกเลิกสถานเดียว หลังเปิดข้อมูลเป็น สส. แค่ปีเดียว ก็ได้สิทธิ เผยตัวเลขงบการเงิน สินทรัพย์ลด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
นักวิชาการเชียร์ไอเดีย 'หมอวรงค์' ก้าวแรกสภาฟื้นศรัทธาปชช.
'นักวิชาการ ม.รังสิต' หนุนไอเดีย 'หมอวรงค์' ยกเลิกอาหาร สส. ฟรี ลดผุู้ช่วย ล้มระบบบำนาญ ก้าวแรกสำคัญรัฐสภาฟื้นศรัทธาประชาชน
ตกต่ำ! 'เทพไท' ซัดเลือกประธานสภาฯ ทำบัตรเสียถึง 5 ใบ สะท้อนความด้อยคุณภาพ สส.ชุดนี้
เทพไท นักวิเคราะห์การเมือง มองผลเลือกประธานสภาฯ สะท้อนเสียงเลือกนายกฯ
'ศิโรจน์' แจงส่งหนังสือเลขาฯครม. แจ้งมติสภาฯ เลือก 3 ประมุขนิติบัญญัติแล้ว
‘ศิโรจน์’ เผยทำหนังสือถึงเลขา ครม. แจ้งมติสภาฯ เลือก 3 ประมุขนิติบัญญัติแล้ว พร้อมแจงขั้นตอนเรียกประชุมสส. โหวตนายกฯ
'ไผ่ ลิกค์' ลั่น เป็น สส.โดยสมบูรณ์ สิ่งแรกอยากเรียกร้อง 'รมว.พลังงาน' ดูน้ำมันทั้งประเทศ
ไผ่ ลิกค์ โพสต์สิงแรกที่อยากทำหลังเป็น สส. ดดยสมบูรณ์แล้ว
'เอ็ดดี้' ชม 'หมอวรงค์' ลุยงานสภาวันแรก จี้ทบทวนเลี้ยงอาหารกลางวัน สส.
อัษฎางค์ โพสต์ชื่นชม 'หมอวรงค์'ไฟแรงสูง ทำงานตั้งแต่วันแรก เสนอสภาทบทวนเลื้องอาหารกลางวัน สส.

