
กยท.จับมือเอกชนญี่ปุ่น ขับเคลื่อนขยายผลการแปรรูปเมล็ดยางพาราเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพจากวัตถุดิบชีวมวล ไร้มลพิษ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรับกระแสโลก เร่งเดินหน้าศึกษาวิจัยให้ครอบคลุมในทุกๆด้าน มั่นใจจะช่วยเสริมเพิ่มรายได้และความมั่นคงในอาชีพให้เกษตรกรชาวสวนยางอย่างยั่งยืน
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.ประสบผลสำเร็จในการศึกษาวิจัยการนำเมล็ดยางพาราไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบชีวมวล สำหรับใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ไม่มีมลพิษรักษาสภาพแวดล้อม ถือเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ที่จะปรับความสมดุลทางระบบนิเวศในระยะยาว สอดคล้องกับกระแสโลกที่ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเป็นการศึกษาวิจัยร่วมกับบริษัทNomura Jimusho, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนของญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องวิทยาศาสตร์ชีวภาพและผลิตภัณฑ์ด้านชีวมวลในระดับโลก และเมื่อเร็วๆนี้ ยังได้มีการลงนามความร่วมมือ(MOU) “โครงการศึกษาวิจัยร่วมการจัดหาเมล็ดยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่า” เพื่อมุ่งวิจัยจัดหาเมล็ดยางพารา แปรรูปเป็นพลังงานทางเลือก หวังสร้างสมดุลนิเวศระยะยาว เพิ่มมูลค่าเมล็ดยาง สร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง นอกเหนือจากการขายน้ำยางอีกด้วย

"เมล็ดยางจะออกประมาณเดือนกรกฎาคม-กันยายน ของทุกปี เกษตรกรจะคัดเมล็ดเพาะพันธุ์เป็นต้นกล้าส่วนหนึ่ง ที่เหลือจะทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นหากนำเมล็ดยางพาราดังกล่าวมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า จะทำให้เกษตรกรสามารถขายเมล็ดยางสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งบริษัทNomura Jimusho, Inc. ยินดีที่จะรับซื้อทั้งหมด ส่วนจะซื้อในราคาเท่าไรนั้นยังไม่มีการกำหนด เพราะยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาวิจัยขยายผลไปสู่สวนยางของเกษตรกร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิบัติการขยายผลให้เป็นรูปธรรม" นายณกรณ์กล่าว
ผู้ว่าการ กยท.กล่าวต่อไปว่า กยท.ในฐานะที่เป็นองค์กรกลางรับผิดชอบดูแลการบริหารจัดการยางพาราในประเทศทั้งระบบ โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรควบคู่ไปกับการส่งเสริมการทำสวนยางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพ ก่อนหน้านี้ที่ กยท.ได้ลงนามMOUกับองค์การบริหารจัดการ ก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) การพัฒนาโครงการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต เพื่อให้สามารถนำต้นยางพาราที่อยู่ในพื้นที่สวนยางนำมาผ่านกระบวนการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรชาวสวนยาง ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน การลงนาม MOU โครงการศึกษาวิจัยร่วมการจัดหาเมล็ดยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่า กับบริษัท Nomura Jimusho, Inc. จะช่วยสร้างรายได้และอนาคตที่ยั่งยืนให้เกษตรกรทั้งในรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นต่อๆไป

สำหรับโครงการศึกษาวิจัยร่วมการจัดหาเมล็ดยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่าดังกล่าว เป็นการศึกษาวิจัยเพื่อจัดหาเมล็ดยางพาราและการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการขนส่ง การจัดเก็บรวบรวม การซื้อและการชำระเงิน ตลอดจนศึกษาปริมาณเมล็ดยางพาราต่อหน่วยพื้นที่ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย สำหรับเตรียมนำไปเป็นเป็นวัตถุดิบชีวมวล โดย กยท. จะรวบรวมเมล็ดพันธุ์ยางจากเกษตรกร ซึ่งจะทำให้ทราบถึงปริมาณและศักยภาพในการใช้เมล็ดยางพาราเป็นสารเติมแต่งทางชีวภาพ นอกจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเมล็ดยางพารา และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากภาคการเกษตรแล้ว ยังทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายชีวมวลอีกด้วย ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวสวนยาง ควบคู่ไปกับการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ถกทีมไทยแลนด์ ชูจุดแข็ง 'รัฐบาล' เสถียรภาพสูงมาก ไม่หากินผิดกม.
นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ยัน ครม. ชุดนี้ ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย ย้ำจุดแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพสูงมาก ด้าน ‘ทีมโรดโชว์’ ชมเปาะ นโยบายเพิ่มความมั่นใจนักลงทุน
'ชุดไทย' ฟีเวอร์ญี่ปุ่น! แห่ชม CHUD THAI คึกคัก สะดุดตา 'ผ้าไทย x กิโมโน'
ชาวญี่ปุ่น-นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่ชมงาน “CHUD THAI” ที่กรุงโตเกียวคึกคัก “ซาบีดา” เผยชาวญี่ปุ่นสนใจการ
ทัพเทคบอลไทย รีวิวอาหารเอเชียนเกมส์ เจ้าภาพญี่ปุ่นตักให้น้อยมาก
เฟซบุ๊ก Teqball Thailand Inside ของทีมเทคบอลทีมชาติไทย ลงคลิปรีวิวอาหาร ที่ญี่ปุ่น เจ้าภาพเอเชียนเกมส์ 2026 จัดเตรียมไว้ให้ ณ สนามฝึกซ้อมและแข่งขันในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20
มาตรฐาน Thai Traceability พลิกโฉมประเทศไทยก้าวสู่ผู้นำยางพาราโลก
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดกระแสการรักษ์โลกและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างภาวะที่ท้าทายอย่างรุนแรงต่อระบบการเกษตรทั่วโลก มีการตืิ่นตัวในการทำการเกษตรยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมและสังคม
กยท.เร่งยกระดับยางพาราไทยสู่ตลาดพรีเมี่ยม ตั้งเป้าดันสวนยาง 350,000 ไร่ ผ่านมาตรฐาน FSC ภายในปี 2570
กยท.ยกระดับยางพาราไทยขึ้นสู่ระดับพรีเมี่ยม รองรับกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จับมือภาคเอกชนเร่งเดินหน้าส่งเสริมการทำสวนยางตามมาตรฐานการจัดการป่าไม้ยั่งยืน "FSC” ตั้งเป้า 350,000 ไร่ภายในปี 2570

