
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พุ่งสู่อันดับ 3 ของโลก ด้าน Student Support & Engagement จากโปรแกรม “Token to Care เงินหาย เงินหมด อย่าอดข้าว” พ่วงมาด้วยอันดับ Top 100 อีก 2 ด้าน คือ อันดับที่ 18 ด้าน Funding จากโปรแกรม CMU Change Agents for Sustainability และอันดับที่ 46 ด้าน Entrepreneurial Spirit จากโปรแกรม Basecamp24 โดยเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกด้านนวัตกรรม WURI Ranking 2024 ซึ่งประเมินจากการมีส่วนร่วมของสถาบันอุดมศึกษาที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมและสังคม มุ่งเน้นนวัตกรรมการศึกษา การวิจัย และการมีส่วนร่วมต่อสังคม ได้แบ่งการจัดอันดับเป็น 13 ด้าน โดยมีโปรแกรมด้านนวัตกรรมที่ส่งเข้าร่วมการจัดอันดับมากกว่า 400 สถาบันทั่วโลก
โครงการ “Token To Care - No money No Hunger" (T2C)” (เงินหาย เงินหมด อย่าอดข้าว) เป็นโครงการที่คว้าอันดับสูงถึงอันดับที่ 3 ของโลกจาก WURI Ranking 2024 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความห่วงใย เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาที่มีความเดือดร้อนไม่มีเงินกินข้าวอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะจากสาเหตุใด กระเป๋าเงินหาย มือถือหาย ที่บ้านส่งเงินมาไม่ทัน ช่วงรอรับทุนการศึกษา โดยนักศึกษาจะได้รับ Meal Token ผ่านทาง CMU Mobile และสามารถนำไปแลกรับอาหารยังร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการได้ โดยโครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 2 (SDG 2) ในการยุติความหิวโหย โดยเสนอความช่วยเหลือทันทีแก่นักเรียนที่ประสบปัญหาทางการเงิน ผ่านแอปพลิเคชัน CMU Mobile นักศึกษาสามารถขอ Digital Token มูลค่า 100 บาท ออกได้ทุก 24 ชั่วโมง ขั้นตอนการอนุมัติซึ่งจัดการโดยกองพัฒนานักศึกษามีความรวดเร็วและให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที tokens จะฝากเข้าบัญชีธนาคารของนักศึกษาที่เป็นบัญชี CMU เพื่อให้พวกเขาสามารถซื้ออาหารและเครื่องดื่มได้ที่ศูนย์อาหารของมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ ในอีก 2 อันดับที่ตามมาติด ๆ ใน Top 100 ของโลก คือ อันดับที่ 18 ด้าน Funding จากโปรแกรม CMU Change Agents for Sustainability หรือโครงการ “การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” (CMU Change Agents for Sustainability) เป็นโครงการเพื่อมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มนวัตกรรมที่สนับสนุนทุน เพื่อต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ทางสังคม ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับทุนสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมจากแหล่งทุนภายนอก และเพื่อวิเคราะห์แนวทางการนำงานวิจัยต่อยอดประโยชน์ต่อชุมชน โดยโครงการได้กำหนดให้ผู้สมัครเป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืน 2 เท่า คือ เปิดรับสมัคร และเสนอชื่อจากหน่วยงานต่างๆ ผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการฝึกอบรมทางออนไลน์และนอกสถานที่ โปรแกรมออนไลน์จะเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกคนสามารถเข้าร่วมโปรแกรมได้ตลอดเวลา
และอันดับที่ 46 ด้าน Entrepreneurial Spirit จากโปรแกรม Basecamp24 เป็นโครงการบ่มเพาะธุรกิจเชิงนวัตกรรม ริเริ่มโดยอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STeP) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีจุดมุ่งหมายเพื่อแนะนำ และสนับสนุนสตาร์ทอัพ Basecamp24 ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างบริษัทและมหาวิทยาลัย โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และบุคลาการภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน ร่วมกับ 1,000 ไอเดียจากนักคึกษาในมหาวิทยาลัย นักวิจัย ผู้ประกอบหการในพื้นที่ สร้างบริษัทสตาร์ทอัพกว่า 378 บริษัท สร้างมูลค่าธุรกิจทั้งหมด 7,362 ล้านบาท ทำให้เกิดการจ้างงานกว่า 5,462 คน ซึ่งมีส่วนช่วยต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยมีผลกระทบทางเศรษฐกิจมากว่า 11,394 ล้านบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิจัยแพทย์-วิทย์ มช. ร่วมพัฒนา “CHDS” นวัตกรรมสร้างข้อมูลจำลองอัจฉริยะ ช่วยลดอุปสรรคการพัฒนา AI การแพทย์
ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Analytics) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจโลก
มช.เผย 'อดีตคณบดีคณะวิจิตรศิลป์' ไม่ผิดถูกกล่าวหาแอบอ้างผลงานวิจัย
มช. ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณี "อัศวิณีย์ หวานจริง" อดีตคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ ถูกกล่าวหาแอบอ้างเอาผลงานวิจัย มติเอกฉันท์ ให้ยุติเรื่อง เนื่องจากข้อกล่าวหาฟังไม่ขึ้น
มช. เปิดตัว “CMU RiverWatch” ขับเคลื่อนงานวิจัยบูรณาการ สู่การจัดการปัญหาสารปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มน้ำกก เชื่อมวิทยาศาสตร์ ชุมชน และนโยบาย เพื่อสร้างทางออกที่ตอบโจทย์พื้นที่อย่างยั่งยืน
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนการวิจัยเพื่อรับมือปัญหาสารปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มน้ำกก จัดการประชุมเปิดตัว (Kick-off Meeting) โครงการ “CMU RiverWatch”
AIR for All : Research & Innovation to Impact 3 ปีแห่งการสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง ขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เดินหน้าขับเคลื่อนแผนงาน “AIR for All : Research & Innovation to Impact” อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การนำของ รองศาสตราจารย์ ดร.สมพร จันทระ ผู้อำนวยการแผนงานฯ จากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประธานคณะทำงาน ด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในช่วงปีงบประมาณ 2567–2569 เพื่อพัฒนาและต่อยอดงานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี และกลไกการจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

