
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปค ครั้งที่ 9 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ เลขาธิการ สศก. เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2567 ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงทรูจิลโล สาธารณรัฐเปรู โดยมี Mr. Angel Manero Campos รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาการเกษตรและชลประทานของสาธารณรัฐเปรู เป็นประธานการประชุม และ H.E. Ms. Dina Boluarte ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเปรู ได้ให้เกียรติมาร่วมกล่าวปิดการประชุมฯ ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมฯ จำนวน 2 ฉบับ ประกอบด้วย (1) แถลงการณ์ ทรูจิลโล การประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปค ครั้งที่ 9 (2) เอกสารหลักการการป้องกันและการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารในภูมิภาคเอเปค
เลขาธิการ สศก. กล่าวว่า รัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปค จากทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหารในการบรรลุการเติบโตและความเจริญรุ่งเรืองที่ครอบคลุมและยั่งยืนในภูมิภาค โดยแถลงการณ์นี้ได้กำหนดแนวทางเพื่อสนับสนุนและปรับปรุงการเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย และคุณค่าโภชนาการที่เพียงพอ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร พร้อมทั้งเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังได้รับรองเอกสารหลักการป้องกันและการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารในภูมิภาคเอเปคซึ่งกำหนดแนวทางการดำเนินงานของสมาชิกเอเปค ประกอบด้วย 7 หลักการ ได้แก่ (1) การสร้างความเข้มแข็งของสถาบัน (2) ส่งเสริมหุ้นส่วนนโยบายระหว่างภาครัฐและเอกชน (3) สนับสนุนงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัล (4) เสริมสร้างความสามารถ การตระหนักรู้ และองค์ความรู้ (5) พัฒนาการเก็บข้อมูลและการจัดการองค์ความรู้ (6) สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และ (7) ส่งเสริมการแจกจ่ายอาหารส่วนเกินและบริจาคอาหาร

โอกาสนี้ เลขาธิการ สศก. ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม เพื่อสนับสนุนเอกสารหลักการป้องกันและการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารในภูมิภาคเอเปค และเน้นย้ำถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก และความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการสูญเสียและขยะอาหาร พร้อมนโยบายเกษตรที่สำคัญของไทยที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร โดยชูบทบาทของหน่วยงานภาครัฐที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงาน อาทิ การออกนโยบายที่ครอบคลุมเพื่อสนับสนุนธุรกิจอาหารในทุกระดับตั้งแต่การผลิตจนถึงการกระจายสินค้า ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนเพื่อแบ่งปันข้อมูลและเทคโนโลยีในการดำเนินการ รวมถึงการส่งเสริมการสร้างขีดความสามารถผ่านการศึกษา
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และมูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) จัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทย เพื่อบริหารจัดการอาหารส่วนเกินและส่งต่อไปยังกลุ่มเปราะบางของสังคมไทย โดยตั้งแต่ปี 2559 ไทยได้มีการบริจาคแล้วมากกว่า 36 ล้านมื้อ กอบกู้อาหารส่วนเกินได้ถึง 8 ล้านกิโลกรัม และมีส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 21,000 ตัน

ทั้งนี้ H.E. Ms. Dina Boluarte ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเปรู ได้ให้เกียรติมาร่วมกล่าวปิดการประชุมฯ ซึ่งได้กล่าวเน้นย้ำความสำคัญความสมานฉันท์และการทำงานร่วมกันระหว่างสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปค เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า การไหลเวียนของผลผลิตทางการผลิตทางการเกษตรข้ามพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อปรับปรุงผลิตภาพการผลิต การป้องกันและลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารและการรับมือกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น เพื่อส่งเสริมความมั่นคงอาหารภายในภูมิภาคเอเปคอย่างยั่งยืนร่วมกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สศก. เปิดเวทีวิชาการ 2569 ชู 8 งานวิจัย มองภาคเกษตรไทยผ่าน 'คำถามเชิงเศรษฐศาสตร์' จากสังคมสูงวัย ข้าวคาร์บอนต่ำ และ AI-SAR สู่การแข่งขันทุเรียน โอกาสของโกโก้ไทย และปาล์มน้ำมันยั่งยืน
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) จัดงานสัมมนาวิชาการ “การเสนอผลงานวิชาการด้านเศรษฐกิจการเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และนิทรรศการนวัตกรรมข้อมูลภาคเกษตร” หรือ Academic Open House & Agricultural Economics Forum 2026 เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ ห้องไดมอนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี
สศก. เดินหน้า “Single Map” พืชเศรษฐกิจ ลดข้อมูลพื้นที่ทับซ้อน หนุนวางแผนผลิต–ตลาดแม่นยำขึ้น
นายชนวัฒน์ สิทธิธูรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลเนื้อที่เพาะปลูกและเนื้อที่ยืนต้นพืชเศรษฐกิจ เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับติดตามสถานการณ์การผลิต
สศก. เปิดให้บริการ “ปฏิทินการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร” รู้ล่วงหน้า ข้อมูลไหนออกเมื่อไหร่ ใช้งานง่ายในที่เดียว
นายชนวัฒน์ สิทธิธูรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการ สศก. ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับการให้บริการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร
สศก. ยกระดับ 1,010 ศกอ. เชื่อมข้อมูลพื้นที่สู่การวางแผนเกษตร ชูทักษะดิจิทัล วิเคราะห์สถานการณ์ ถ่ายทอดความรู้
นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจการเกษตรอาสา หรือ ศกอ. เป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง สศก.
สศก. ดันโมเดล ASP จับคู่บริการเครื่องจักรกลเกษตรช่วยเกษตรกร รับมือแรงงานสูงวัย
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับข้อจำกัดด้านแรงงานภาคเกษตรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนา ผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Provider: ASP)
สศก. ร่วมกับ กสก. ลุยต่อเนื่อง ปิดจ๊อบฐานข้อมูลเกษตร 75,000 หมู่บ้าน ดึง อกม. สำรวจพื้นที่คงเหลือ 18,000 หมู่บ้านผ่าน Frame-asa ปี 2569
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์

