
การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นปัญหาที่คุกคามคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้การลดอัตราการคลอดในวัยรุ่น ช่วงอายุ 15-19 ปี เป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่นานาชาติต้องเร่งดำเนินการให้บรรลุผลได้ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยได้กำหนดให้อัตราการคลอดในวัยรุ่นช่วงอายุ 10-14 ปี และอายุ 15-19 ปีมีจำนวนลดลง เพื่อสร้างหลักประกันให้คนมีชีวิตที่มีคุณภาพ และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัย เพราะการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นไม่เพียงแต่เป็นปัญหาด้านสุขภาพ แต่ยังเป็นปัญหาด้านประชากร ที่ส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศนั้นๆ เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกับ คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มูลนิธิแพธทูเฮลท์ และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมสุขภาวะทางเพศระดับชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด "Strong Community for Healthy Sexuality : ชุมชนเข้มแข็งสร้างสุขภาวะทางเพศ" โดยมีผู้แทนคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด เครือข่ายคนทำงานเรื่องสุขภาวะทางเพศ แกนนำเยาวชน เข้าร่วมงานที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จ.นนทบุรี

โอกาสนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานเปิดงาน ได้ตอกย้ำยืนยันว่า “สุขภาวะทางเพศคือ สุขภาวะของประเทศไทย” พร้อมกับชี้ให้เห็นว่า สุขภาวะทางเพศมีหลากหลายมิติเกี่ยวพันกับประชาชนทุกเพศทุกวัย การขับเคลื่อนสุขภาวะทางเพศต้องอาศัยความร่วมมือที่เข้มแข็งหนุนเสริมการทำงาน ทั้งเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ การยุติการตั้งครรภ์ ความรุนแรงทางเพศ รวมถึงการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่เป็นปัญหาสำคัญระดับโลก
ขณะนี้มีสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงคือ การติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มวัยรุ่นที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะโรคซิฟิลิสในกลุ่มเยาวชนอยู่ที่ 91.2 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2566 เพิ่มขึ้นจาก 27.9 ต่อประชากรแสนคนในปี 2561 หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่า สอดคล้องกับพฤติกรรมไม่ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ทำให้เสี่ยงติดเชื้อ HIV ซึ่งในปี 2565 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 9 พันคน โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นเยาวชน
“การจัดการประชุมครั้งนี้เน้นสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาวะทางเพศในระดับชุมชน ซึ่งความมุ่งมั่นในการทำงานของทุกภาคส่วน ส่งผลให้ใน 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการคลอดในวัยรุ่นของไทยลดลงกว่าเท่าตัวเหลือ 21 ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี 1,000 คน ในปี 2565 จากเดิมอยู่ที่ 53.4 ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี 1,000 คน ในปี 2555 ซึ่งคณะกรรมการป้องกันฯ ได้ปรับค่าเป้าหมายให้ท้าทายขึ้น ตั้งเป้าลดอัตราการคลอดของวัยรุ่นอายุไม่เกิน 15 ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี 1,000 คน ภายในปี 2570 รวมถึงส่งเสริมการเกิดที่มีคุณภาพ ความท้าทายในยุคเด็กเกิดน้อย สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ ขณะเดียวกันยังมีเด็กส่วนหนึ่งที่เกิดจากแม่วัยรุ่น และไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม จึงต้องร่วมกันดำเนินงานให้ทุกชีวิตเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ” นายสมศักดิ์ชี้แจง

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2548 สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายสุขภาวะทางเพศ ทำงานสร้างทัศนคติเชิงบวกเรื่องเพศ เพื่อลดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ และการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งการตั้งครรภ์ในวัยเรียนในอดีต ฝ่ายหญิงอาจต้องออกจากการเรียน เมื่อยังไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้ ต้นทุนชีวิตไม่มากพอ มีโอกาสเสี่ยงสูงที่เด็กจะได้รับการดูแลที่ไม่เหมาะสม ทั้งด้านพัฒนาการและด้านจิตใจ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัว สสส.จึงเร่งสานพลังร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสุขอนามัยเจริญพันธุ์ที่ปลอดภัย ทั้งการรณรงค์ให้วัยรุ่นมีทักษะการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย มีความรู้ทางเลือกคุมกำเนิด รวมถึงทางเลือกในเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อม โดยผลักดัน พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 มาตรา 301 และ 305 ที่เกี่ยวกับเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ลดอันตรายและการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน รวมถึงสนับสนุนให้ 1663 สายด่วนให้คำปรึกษาเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ให้อยู่ภายใต้สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพ

“ไทยอยู่ในช่วงเวลาที่ท้าทาย ต้องทำให้วัยรุ่นมีทักษะในการป้องกัน ปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่พร้อม ชะลอการเข้าสู่ช่วงเวลาของการเป็นพ่อแม่ในวัยเรียน เพราะการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลต่ออนาคต สังคมและชุมชนจึงต้องร่วมสนับสนุนโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้เรื่องสุขภาวะทางเพศ รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ที่ปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนได้รับสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง กรณีเด็กมีการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ทัศนคติของคนรอบข้างต้องไม่ตีตรา ส่งเสริมให้เข้าถึงการใช้บริการทางเลือกที่เป็นมิตร” นพ.พงศ์เทพชี้แจง
การขับเคลื่อนการประชุมสุขภาวะทางเพศระดับชาติ จัดขึ้นปีที่ 5 เป็นการทำงานกับชุมชนเชิงรุก สร้างชุมชนต้นแบบเพื่อขยายผล เราต้องช่วยกันยุติแม่วัยใสที่ไม่พร้อมในการเลี้ยงลูกในขณะเรียน เด็กที่เกิดควรจะมีสุขภาพที่ดีทั้งแม่และลูก วัยที่มีความพร้อมเป็นแม่คือวัย 20 ปีขึ้นไป เพราะแม่จะต้องเฝ้าดูแลลูกตลอดเวลา ต้องพร้อมทั้งอารมณ์ อาชีพการงาน ลูกที่เกิดมาจะได้มีคุณภาพ แม่วัยใสจะเกิดขึ้นบนพื้นที่ชายขอบรอบๆ ประเทศไทย เนื่องจากชาติพันธุ์เน้นการมีครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อยๆ พื้นที่ชนบทห่างไกลในการใช้ถุงยางอนามัย ยาคุมกำเนิดหายาก ส่งผลให้มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรในโรงเรียน ปัญหายาเสพติด ต้องหาทางให้เด็กมีความเข้าใจเรื่องเพศ ลดโอกาสที่จะทำให้เด็กอยู่กันเองสองต่อสอง พ่อแม่ควรสอนเรื่องเพศกับลูกตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4 ไม่ต้องรอให้ถึงม.1 ก็จะสายเกินไป เด็กอายุ 10 ขวบเริ่มให้ความรู้เรื่องเพศได้แล้ว เพื่อความปลอดภัยของตัวเด็กเอง ปัญหากลุ่มเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสก้าวพลาดได้

นพ.กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ประธานคณะอนุกรรมการด้านวิชาการการจัดประชุมสุขภาวะทางเพศระดับชาติ ครั้งที่ 4 ชี้แจงว่า การจัดการประชุมครั้งที่ 4 เน้นสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ครอบคลุมประเด็นเรื่องเพศ เอดส์ และท้องวัยรุ่น พร้อมนำเสนอข้อมูล องค์ความรู้ นวัตกรรมเครื่องมือ และบทเรียนการทำงาน ในรูปแบบเวทีเสวนา 23 ประเด็น ตลอด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-16 ส.ค. 2567 จัดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อค้นพบทางวิชาการ รวมถึงนโยบายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้นำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานในชุมชนของตัวเอง รวมถึงร่วมกันถอดบทเรียนจากการนำเสนอ กำหนดเป็นนโยบายขับเคลื่อนการทำงานด้านสุขภาวะทางเพศในระดับประเทศ ที่สำคัญ นอกจากองค์ความรู้ เครื่องมือ และบทเรียนการทำงานใหม่ๆ คือประสบการณ์ที่ได้รับ เพื่อพัฒนาให้การดำเนินงานด้านสุขภาวะทางเพศเข้มแข็งยิ่งขึ้น ผู้สนใจข้อมูลหรือต้องการรับชมถ่ายทอดสดทางออนไลน์ สามารถติดตามได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจและยูทูบ มูลนิธิแพธทูเฮลท์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ภท.' เฉลยแล้ว! ทำไมแตะ 'ภาษีบาป' เส้นเงินไปทางไหน ใช้ทำอะไร
'ศุภชัย' ร่ายยาวทำไมสังคายนา 'ภาษีบาป' ชี้ถึงเวลาประเทศไทยต้องปฏิรูปภาษีทั้งระบบ ยันนายทุนเหล้าบุหรี่ต้องจ่ายเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนเส้นทางเงิน เปลี่ยนเข้ารายได้รัฐแทน
เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ
แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป
'ภาษีบาป' เดือด! 4 ร่างกฎหมายจุดศึก รื้อเงินบำรุง-หนุนค้านโต้กันยับ
ร่างกฎหมายรื้อระบบ “ภาษีบาป” จุดกระแสถกเถียง “ศุภชัย” ยันไม่ยุบ 4 องค์กร แค่เปลี่ยนเงินเข้าสู่ระบบงบ
โฆษกรัฐบาลยันไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน แค่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ
โฆษกรัฐบาล โต้ปมเงินเหล้า–บุหรี่ ย้ำไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน–ตัดภารกิจ แต่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ ชี้ร่างกฎหมายยังไม่บังคับใช้ มุ่งโปร่งใส–วินัยการคลัง
'ป้ามล' แฉยับภาครัฐขอใช้งบ สสส. มากกว่าเอ็นจีโอ
นางทิชา ณ นคร (ป้ามล) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใน คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข
ไม่เข้าใจหรือตั้งใจบิดเบือน! 'เอกภพ' ซัดกลุ่มค้านแก้กฎหมายดึงภาษีบาปเข้าคลัง
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณี ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง 4 กองทุนรัฐ "ThaiPBS-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ" โดยยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากสุราและยาสูบเข้ากองทุนโดยตรง

