
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2567 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานกรรมการกองทุน สสส. กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 6/2567 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยให้ยึดทิศทางและเป้าหมายกองทุนระยะ 10 ปี (2565-2574) เน้นสร้างและขยายผลลัพธ์ทางสุขภาพอย่างทั่วถึงและยั่งยืน สนับสนุนการพัฒนาและใช้ประโยชน์ข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอุบัติใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ส่วนวาระกลาง เน้นการบูรณาการ “การลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ” เป็นการขยายผลการทำงานจากปี 2567

“ผมอยากให้ สสส. เน้น 4 ประเด็น คือ 1.เพิ่มอายุคาดเฉลี่ยของคนไทย โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เป็นสาเหตุการตายของคนวัยหนุ่มสาว 2.เพิ่มสัดส่วนการมีกิจกรรมทางกาย 3.ลดปัญหาและผลกระทบจากยาเสพติด และ 4.สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันภัยออนไลน์ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่คนไทยถูกหลอกจำนวนมาก มูลค่าความสูญเสียมากกว่า 100 ล้านบาทต่อวัน กระทบต่อสุขภาพจิตบางรายถึงขั้นคิดสั้นฆ่าตัวตาย ในอนาคตอาจมีการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอี และ สสส. เพื่อร่วมกันจัดการภัยออนไลน์ รวมถึงปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังคุกคามเยาวชน และนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI พัฒนาแพลตฟอร์มให้เข้าถึงง่าย เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพในประชากรทุกกลุ่ม ทุกวัย ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงสุขภาพที่เท่าเทียม” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานแผนระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา ที่ สสส.ขับเคลื่อนงาน ในปี 2566 มีคนไทยที่ถูกหลอกลวงออนไลน์กว่า 36 ล้านคน ตกเป็นผู้เสียหาย 18.37 ล้านคน มูลค่าความเสียหาย 49,845 ล้านบาท ผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อหลอกลวงเพิ่มขึ้น สสส.ได้สร้างเครือข่ายนักสื่อสารสุขภาวะกลไกเฝ้าระวังตรวจสอบสื่อ เป็นเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงเป็นระบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามเครือข่ายสร้างการเปลี่ยนแปลงใน 87 พื้นที่ และเครือข่ายกลุ่ม Influencer ร่วมสื่อสารประเด็นสุขภาวะ 2.5 ล้านวิว พัฒนาทักษะเท่ากันสื่อในประชาชนทุกกลุ่มวัย สร้างค่านิยมในการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์เพื่อสุขภาวะ สร้างพื้นที่ในการพัฒนาสุขภาวะทางปัญญา และสื่อสารสร้างวาระทางสังคมเพื่อจิตสำนึกใหม่ แต่การจะป้องกันแก้ไขเรื่องนี้ ต้องผลักดันกฎหมายควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ธงแดงปลอดภัย...เปลี่ยนอโศก สู่ 'เมืองเดินได้ เดินดี เดินปลอดภัย'
อโศก-สุขุมวิท กลายเป็นต้นแบบเมืองเดินได้อย่างแท้จริง เมื่อกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการรณรงค์ใหญ่ “อโศกโมเดล” ด้วยการแจกและติดตั้ง “ธงแดง” ให้ประชาชนถือขณะเดินข้ามทางม้าลาย เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็ว หยุดรถ และเคารพสิทธิคนเดินเท้า เปลี่ยนวัฒนธรรมท้องถนนจาก “รถ" เป็น “คนเดินปลอดภัย” อย่างยั่งยืน
สสส. ดึงพลังคนรุ่นใหม่ประกวดสื่อโฆษณาชวนเลิกบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า
สสส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จัดประกวดสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ช่องทางเลิกบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า ชูพลังเยาวชนร่วมสร้างสื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ หลังพบการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยพุ่งอย่างต่อเนื่อง
“สุขภาพดี วิถีล้านนา” สสส. สานพลัง มรอ.-ภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนสุขภาวะภาคเหนือตอนบน
รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม กรรมการกองทุน และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 7 สสส. กล่าวภายหลังลงพื้นที่ศึกษาดูงานภายใต้แผน 13 ด้านการขับเคลื่อนสุขภาวะชุมชน และ
ก้าวท้าใจ 10K วิ่งเพื่อสุขภาพ ปลุกคนไทย “ลดนิ่งเฉย เพิ่มขยับ” สร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ แค่ “ขยับ” ก็เท่ากับเริ่มดูแลสุขภาพ และแนวคิดเรียบง่ายนี้กำลังถูกขยายผลสู่มหกรรมเดิน-วิ่งระดับประเทศในรายการ “ก้าวท้าใจ 10K Thailand Championship 2026 Presented by LG”
“Be Healthy More Productivity” เมื่อสุขภาพคนทำงาน คือคานงัดผลิตภาพประเทศ
วันที่ 30 เมษายนของทุกปี คือวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย แต่ในปี 2569 วันดังกล่าวถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นของบทสนทนาอีกมิติหนึ่งที่ลึกกว่าเรื่องสิทธิผู้บริโภค นั่นคือ “สิทธิในการมีสุขภาพที่ดีของคนทำงาน” เพราะในโลกความเป็นจริง
'เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ'ครั้ง25 สสส.จัดยิ่งใหญ่ ปลุกพลังขยับประเทศสู้NCDs
สสส. ร่วมกับสมาพันธ์เดินวิ่งฯ-ภาคี ใช้พลังศาสนา “ผลักดันคนไทยมีกิจกรรมทางกายสู้โรค NCDs” จัดกิจกรรม “เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข ปี 2569 ” ครั้งที่ 25 พร้อมกัน70 พื้นที่ทั่วประเทศ ดีเดย์ 31 พ.ค. 2569 จุดกระแสเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยลดเนือยนิ่ง วิ่งด้วยสติ“หยุดนิ่ง = เสี่ยงโรค ลุกวิ่ง = เปลี่ยนชีวิต”

