
การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน การทำงาน การติดต่อสื่อสาร การจับจ่ายใช้สอย การรักษาความปลอดภัย การขับขี่ยานพาหนะและระบบนำทาง การช่วยเหลือในทางการแพทย์ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ฯลฯ ซึ่งรูปแบบเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานที่หลากหลายส่งผลให้การใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย และทำให้ปริมาณผู้ใช้งานเทคโนโลยี AI เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ส่งผลให้ผู้ใช้งานมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และส่งผลต่อมุมมองทางกฎหมายทั้งในการส่งเสริม การกำกับดูแล ตลอดจนการกำหนดความรับผิดจากการใช้งานเทคโนโลยีโดยตรงและจากผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่อบุคคลภายนอก ทำให้ภาครัฐในฐานะที่มีภารกิจในการรักษาความมั่นคงของชาติ การพัฒนาประเทศ ตลอดจนการดูแลความสงบเรียบร้อยและการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน มีหน้าที่สำคัญที่จะต้องสอดส่องและเตรียมความพร้อมเพื่อให้การอำนวยความสะดวกของเทคโนโลยี AI สามารถช่วยเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมและบริการของประเทศ รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังที่ปรากฏในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมและบริการ (ยุทธศาสตร์ที่ ๒) โดยมีมาตรฐานและมาตรการในการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนานวัตกรรมและการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน การหลอกลวงประชาชนจากข้อมูลที่ระบบเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถเข้าถึงได้ ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดังกล่าวที่ยังไม่ปรากฏข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้ ประเทศไทยอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการกำกับดูแล และได้มีการยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ....

โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อพัฒนากรอบกฎหมายในการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI ของไทย ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำร่างกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นในระบบกลางทางกฎหมายแล้ว (www.law.go.th) โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อมูลและความคิดเห็นที่ได้รับไปพิจารณาเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการตรากฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ ต่อไป

นอกจากการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายภายใน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการ่วมกับหน่วยงานด้านกฎหมายประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ได้เข้าร่วมการหารือในเวทีด้านกฎหมาย Asian Legislative Experts Symposium (ALES) ครั้งที่ ๑๒ ซึ่งจัดโดยกระทรวงกฎหมายแห่งรัฐบาลของสาธารณรัฐเกาหลี (Ministry of Government Legislation หรือ MOLEG) และสถาบันวิจัยกฎหมายแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (Korea Legislation Research Institute (KLRI)) ในหัวข้อ “Law Encounters AI: Cooperation Measures for Advancing Legal Tech in Asia” เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในภาครัฐ การเตรียมความพร้อมในการพัฒนาธรรมาภิบาล AI และการกำหนดมาตรฐานกลางด้านเทคโนโลยี ตลอดจนการร่วมมือเพื่อพัฒนาการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางการใช้ประโยชน์และการรับมือเทคโนโลยี AI ตลอดจนความท้าทายต่าง ๆ ที่อาจมีขึ้นในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งการเตรียมความพร้อมดังกล่าวของไทยจะมิได้ทำเฉพาะในด้านกฎหมาย แต่จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับหน่วยงานอื่นเพื่อให้กฎหมายและการปฏิบัติสามารถดำเนินการได้อย่างสอดคล้องกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หมออลงกต' ชี้ TH-AI passport พลิกโฉมเกษตรกรยุคใหม่ ด้านเอกชน-นักวิชาการ เชียร์กุญแจสำคัญช่วยคนตัวเล็กเข้าถึง AI ระดับโลก ลดต้นทุน ได้บิ๊กดาต้าวางนโยบายอนาคต-พัฒนาประเทศ
นพ.อลงกต มณีกาศ สส.นครพนม เขต 3 ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า โครงการ TH-AI passport ไม่ควรเป็นแค่โครงการแจก AI ฟรี แต่ต้องเป็นเครื่องมือในการสร้างคนไทยให้ใช้งาน AI เพื่อพัฒนาประเทศในทุกมิติ โดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจ เกษตรกรรม และแรงงาน
ปชป. ซัด 'ไอโอ' ถล่มเพจ 'นายหัวชวน' หลังพูดคอร์รัปชันจี้ใจดำ
ปชป. ทนไม่ไหว 'ไอโอ' บุกถล่มเพจ 'อดีตนายกฯชวน' หลังพูดเรื่องคอร์รัปชันระหว่างหาเสียงช่วย 'อนุชา' ชิงผู้ว่าฯกทม.
โชว์ปราบ 'พนันบอลโลก' ปิดกั้นเว็บพนันได้ถึง 1.38 หมื่น
รัฐบาล เดินหน้าปราบ 'พนันออนไลน์บอลโลก' เผย 18 วัน ปิดกั้นแล้วกว่า 1.3 หมื่นรายการ เตือนร้านค้า-ร้านอาหาร ถ่ายทอดสดโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุก 4 ปี ปรับ 8 แสนบาท
รัฐบาลลุยปราบแก๊งข้ามชาติ ดัน SHIELD ผนึก AI จับตาพื้นที่เสี่ยง
รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมข้ามชาติเต็มรูปแบบ ดัน SHIELD เชื่อมข้อมูลนานาชาติ ผสาน AI เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง
'นพ.อลงกต' หนุนเดินหน้า TH-AI Passport ชี้งบ 1.6 พันล้านคุ้มค่า ลงทุนพัฒนาคน-ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา ยันรัฐจ่ายตามใช้จริง เตรียมเชิญทุกฝ่ายแจง TOR สัปดาห์หน้า
นพ.อลงกต กล่าวว่า ประชาชนตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลจึงจำกัดสิทธิ์โครงการนี้ไว้เพียง 5 ล้านสิทธิ์ ซึ่งได้ชี้แจงไปว่าเป็นลักษณะโครงการนำร่อง หากเปรียบเทียบงบประมาณ 1,600 ล้านบาท กับการก่อสร้างถนนหนึ่งเส้น ถือว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณน้อยมาก แต่ผลลัพธ์คือการลงทุนเพื่อพัฒนาคนและกระจายโอกาสทางการศึกษาให้เด็กต่างจังหวัดมีศักยภาพเท่าเทียมกับเด็กในกรุงเทพมหานคร
การคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี : มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหาย
ปัจจุบันภัยหลอกลวงออนไลน์สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อมีการระงับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแล้ว

