
รายงานองค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2567 ชี้ว่าแนวโน้มการบริโภคแอลกอฮอล์/หัวประชากร และผลกระทบต่อสุขภาพมีความซับซ้อนและแตกต่างกันตามภูมิภาคต่างๆ ที่น่ากังวลคือ ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีแนวโน้มจะมีการดื่มที่สูงขึ้น
ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับปัญหาที่สูงขึ้นในอนาคตจากปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะหากไม่มีการดำเนินมาตรการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการสูญเสียต่อสุขภาวะทั้งชายและหญิง เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 2 ในเพศชาย และอันดับ 9 ในเพศหญิง ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อสุขภาพของประชาชน ด้วยโรคมะเร็งตับ โรคตับแข็ง เส้นเลือดในสมองแตก อัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและต่อเนื่อง

นักดื่มหน้าใหม่ในวัย 15-19 ปียังอยู่ในระดับต่ำ แต่เป็นจุดสนใจที่อุตสาหกรรมแอลกอฮอล์มองเห็น ว่าเป็นช่องว่างที่สามารถจะเติมเต็ม เพื่อเพิ่มนักดื่มในกลุ่มเยาวชน ซึ่งดื่มตั้งแต่อายุยังน้อย มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว เป็นที่สังเกตว่า จากการสำรวจ นักดื่มหน้าใหม่ในเพศชาย มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาจากปัจจัยทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการดื่มในเพศชาย
จากข้อมูลข้างต้น อีกทั้งการบังคับใช้ พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับปัจจุบัน อันเป็นเครื่องมือในการควบคุมดูแลพื้นที่ห้ามดื่มและห้ามจำหน่ายมาเป็นเวลาเนิ่นนานกว่า 17 ปี ..วันนี้จึงได้มีการเคลื่อนไหวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ โดยเฉพาะสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เพื่อถกเถียงอภิปรายให้ตลกผลึกว่าการ "ปลดล็อก" การควบคุมแอลกอฮอล์นั้น ประโยชน์เพื่อใคร และหากต้องขับเคลื่อนบังคับใช้กฎหมายใหม่แล้ว จะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพในประเทศไทย
ล่าสุด ในที่ประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที่ 13 พ.ศ. 2567 เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ นพ.วิวัฒน์ โรจนพิทยากร ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. ในฐานะประธานการประชุม เปิดเผยว่า สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการของร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ ซึ่งมี 5 ฉบับเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2567 ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.แล้วเสร็จไปกว่า 80% คาดว่าจะส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ทันในสมัยประชุมนี้ ซึ่งจะเปิดประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ธ.ค.ศกนี้ โดยมั่นใจว่าร่าง กม.ฉบับนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ฉะนั้นทางสภาฯ จะได้นำเข้าสู่การพิจารณาเป็นวาระต้นๆ ในเร็วๆ นี้

น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. (สำนัก 1) ระบุว่า การปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องดูบริบทของสังคมด้วยว่าได้ประโยชน์อะไร คนในพื้นที่ต้องการกฎกติกาในการดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร งานวัดโมเดลที่ต้องศึกษา ทั้งๆ ที่โคราชมีวัดเป็นจำนวนมากมาย แต่เมื่อมีการสร้างกระแสพื้นที่ห้ามดื่มห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็น Success Model ที่ต้องศึกษา จัดงานสัปดาห์ปลอดเหล้า มีคนเข้าร่วมงาน 1.5 แสนคน นับได้ว่าเป็น Soft Power อยากให้สงกรานต์เป็น Soft Power หนึ่งของเมืองไทย ถนนข้าวเหนียวมีคลื่นมนุษย์หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวสงกรานต์ที่ขอนแก่น เป็นข่าวใหญ่ในระดับโลก สร้างรายได้มากกว่า 1,600 ล้านบาท คนไม่ดื่ม 70% มีสิทธิ์ที่จะดูแลความปลอดภัยให้กับตัวเอง
เทศกาลงานช้างที่ จ.สุรินทร์ การทำงานปลอดเหล้า ไม่พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ งานลอยกระทงใครๆ ก็อยากจะลอยกระทงกับครอบครัวแล้วปลอดภัย สมัยก่อนไม่มีใครอยากออกนอกบ้านไปเที่ยวลอยกระทงที่วัดสระเกศ ภูเขาทอง เพราะกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ปัจจุบันวัฒนธรรมสังคมเปลี่ยนแปลง เป็นความสำเร็จจากการทำงานร่วมกันของ สสส.และภาคีที่ปรับเปลี่ยนค่านิยมใหม่ ไม่สังสรรค์กันด้วยเหล้าเบียร์ ทำให้รายได้จากตลาดการท่องเที่ยวพุ่งสูงขึ้นปีละ 10% เน้นการท่องเที่ยวแบบปลอดภัยควบคู่กับคุณภาพสิ่งแวดล้อม Trend ออกมาตอบกระแสการเป็น Soft Power ของไทย พิสูจน์ว่าประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังการบังคับใช้กฎหมาย คนจำนวน 10 ล้านคนช่วยกันมีส่วนร่วมดูแลซึ่งกันและกัน ต้นทุนความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการเมาสุราส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว กระทรวงสาธารณสุขเคยรวบรวมต้นทุนทางตรงและทางอ้อม 1.6 แสนล้านบาท

น.ส.จันทิมา ธนาสว่างกุล อัยการอาวุโส สำนักงานวิชาการ สำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่สินค้าปกติทั่วไป ต้องผ่านการควบคุม ทุกวันนี้มีการขายและโฆษณาผ่านทางสื่อออนไลน์ ต้องยอมรับว่าร่าง กม.นี้เป็นเรื่องความขัดแย้งกันทางด้านผลประโยชน์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการผู้ผลิตได้เข้าไปนั่งอยู่ในคณะกรรมการควบคุมแอลกอฮอล์ ทำให้เสียงส่วนใหญ่มีความโน้มเอียงไปทางด้านผู้ประกอบการ ร่างกฎหมายนี้ต้องการปลดล็อกเพื่อให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น หรือเป็นการปลดล็อกเพื่อใคร?
“มีการเขียนกฎหมายเพื่อขายแอลกอฮอล์ได้อย่างทั่วถึง กฎหมายจะควบคุมได้อย่างไร? ยิ่งมีการซื้อขายทางออนไลน์ เมื่อมีผลบังคับใช้จะทำให้เหนื่อยมากๆ มีการขายผ่านตู้อัตโนมัติ ยกเว้นมีข้อสงสัยจึงขอตรวจดูบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อให้ยืนยันตัวตน ยิ่งมีการโฆษณาผ่าน influencer ที่เป็นคนดัง ดารา ทำให้การซื้อขายผ่านออนไลน์เป็นไปอย่างกว้างขวางมาก ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบใบอนุญาตการขายว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่? การโซนนิงจุดซื้อขาย” น.ส.จันทิมาแสดงความคิดเห็น

น.ส.ชนกธิดา ศิริวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แจกแจงข้อกฎหมายว่าห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และบุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่อยู่ ให้นำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่จริงจัง หากมีข้อสงสัยขอตรวจดูบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ซื้อได้ กฎหมายไม่ได้ระบุว่าจะต้องมีกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบย้อนหลังก็จริง แต่ผู้ขายจะหาทางป้องกันตัวเอง ด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้คนมึนเมา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแนวทางของผู้ขายในแต่ละท้องที่
นายสุวรรณกิตติ์ บุญแท้ สมาคมเครือข่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เปิดเผยว่า ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์สำคัญในการเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยเหตุผลที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ด้วยการใช้ภูมิปัญญารายย่อย ในระหว่างทางก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงข้อสัญญา การพิจารณาส่วนแบ่งด้านการตลาด เพื่อส่งเสริมการบริโภค ขอให้ช่วยกันจดคำมั่นสัญญานี้ไว้ ถ้าไม่เป็นจริงก็ต้องช่วยกันทวงสิทธิที่ส่งผลต่อระบบนิเวศ การเปิดถนนเมรัย ข้าวทุ่งกุลามาทำไวน์ เบียร์ได้ ปัญหาเกษตรกรที่ขายข้าวได้ราคาต่ำ ต้องมีการแปรรูปเพื่อให้ได้สนนราคาแพงขึ้น.
สาระสำคัญในการผ่อนปรน
ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ภาคธุรกิจต้องการให้ยุบคณะกรรมการควบคุมเหลือเพียงชุดเดียว ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และให้ตัวแทนจากภาคธุรกิจเข้าร่วม เพื่อช่วยให้การตัดสินใจรวดเร็วขึ้น มีการตั้งข้อสังเกตว่าการให้ตัวแทนภาคธุรกิจมีบทบาทในคณะกรรมการควบคุม จะส่งผลกระทบต่อความโปร่งใสและทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน การกำหนดนโยบายควรคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเป็นหลัก ทั้งยังมีข้อเสนอให้มีการผ่อนปรนมาตรการในสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ งานแต่งงาน งานกีฬา งานเทศบาล เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทั้งนี้มีข้อเสนอว่า การผ่อนปรนควรมาพร้อมกับมาตรการควบคุมที่เข้มงวด การจำกัดการเข้าถึงของเยาวชนและการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาสังคมและสุขภาพที่จะตามมา
ภาคธุรกิจเสนอให้ขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงบ่าย 14.00-17.00 น.และหลังเที่ยงคืน รวมถึงอนุญาตให้ขายผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งผลให้ผู้บริโภคสั่งซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากบ้านได้ตลอด 24ชั่วโมง ทำให้คนทุกกลุ่มที่เป็นกลุ่มเสี่ยงมีปัญหาสุขภาพ เป็นเยาวชน หญิงตั้งครรภ์ ซึ่งไม่ควรบริโภคแอลกอฮอล์ เข้าถึงการบริโภคได้ง่าย โดยมีข้อติงด้วยว่าหากให้มีการขยายเวลาจำหน่าย จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนทุกกลุ่ม จึงไม่ควรผ่อนปรนให้มีการขยายเวลาทั้งสองช่วงเวลา
สำหรับใบอนุญาตในการจำหน่ายสุรา ที่ออกให้กับจุดจำหน่ายทั้งหมดในประเทศไทยมีประมาณ 600,000 ใบอนุญาต หรือประมาณ 9 ใบอนุญาต:ประชากร 1 พันคน เป็นแนวโน้มที่ค่อนข้างคงที่ แต่ความหนาแน่นดังกล่าวจัดได้ว่าสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส.ชูแผนสร้างเด็กเข้มแข็ง ผ่านแนวคิด “ชุมชนนำ” –“เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”
เด็กไทยเกือบครึ่งมีชีวิตเปราะบาง จากปัญหาครอบครัวไม่พร้อมหน้า สสส.ระดมเครือข่ายสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต ชุมชนนำ-เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน
เด็กไทย 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชม. รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” มอบ สสส. สรุปบทเรียน "ลดเวลาหน้าจอ" ต้องบูรณาการออกกฎเหล็กคุมเข้มอนาคตชาติ
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการที่ สสส. ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ พบว่า คนไทยเฉลี่ย 93.10%
“อายุยืนแต่อย่าป่วยนาน” สังคมสูงวัยรอบรู้คู่สุขภาพ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากเป็นคำถามสำคัญว่า คนไทยจะสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพเพียงใด เ
“20 ปี กับการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม” จุฬาราชมนตรี-สสส. เดินหน้าผนึกกำลัง MOU สานต่อยอดความสำเร็จ มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่โรงแรมอัล มีรอซ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.-ภาคีเครือข่าย ได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ”
“รองนายกฯทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.และภาคีเครือข่ายได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง มีเด็ก-ครอบครัวได้รับประโยชน์ 14,730 คน เด็กมีความสุขเพิ่มขึ้น 73.95 %
วันที่ 16 มิ.ย.2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”

