
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายเหริน หงปิน ประธานสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (China Council for the Promotion of International trade – CCPIT) สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นหน่วยงานคล้าย ๆ กับหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมร่วมกัน ว่า ได้มีการหารือถึงการขยายความร่วมมือทางการค้าไทย-จีนให้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยไทยได้ใช้โอกาสนี้ ขอให้ CCPIT สนับสนุนการผลักดันประเด็นข้อเสนอของฝ่ายไทยกับหน่วยงานภาครัฐของจีน เช่น การเปิดตลาดโคมีชีวิต ตลอดจนช่วยนำร่องประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตร ทั้งนี้ ประธาน CCPIT แจ้งว่า ปัจจุบัน ชาวจีนนิยมบริโภคผลไม้ไทยเพิ่มมากขึ้น ดังจะเห็นจากตัวเลขการนำเข้าสินค้าผลไม้จากไทยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี อันเป็นผลจากข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ที่มีการเปิดตลาดยกเลิกภาษีนำเข้าผลไม้และลดขั้นตอนการนำเข้า ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่อยู่ระหว่างการยื่นขอจด GI ในจีน ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มะขามหวานเพชรบูรณ์ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ทุเรียนปราจีน มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี และผลไม้ชนิดใหม่ อาทิ สละและอินทผาลัม ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุญาตให้มีการนำเข้า ไปยังกลุ่มผู้นำเข้า ผู้กระจายสินค้า หรือสมาคมการค้าที่เป็นพันธมิตรกับ CCPIT
ในการนี้ ฝ่ายจีนเชิญไทยเข้าร่วมเป็นประเทศแขกพิเศษหนึ่งในสองประเทศไปร่วมงาน The 3rd China International Supply Chain Expo ซึ่งจะจัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง ในเดือนกรกฎาคม 2568 ขณะเดียวกัน ได้หารือถึงการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน หรือ ACFTA ที่มีการเพิ่มขอบเขตความร่วมมือสาขาใหม่ ได้แก่ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภค และการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย โดยคาดว่า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถลงนามความตกลงฯ ได้ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 28 ซึ่งจะจัดขึ้นภายในปีนี้ พร้อมกันนี้ ไทยได้เชิญชวน CCPIT ให้เข้าร่วมหรือเชิญผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ให้มาชมงานแสดงสินค้าที่จัดในไทย ตั้งแต่เดือนก.พ.-ก.ย.2568 จำนวน 6 งาน ได้แก่ 1) Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 71 (22–26 กุมภาพันธ์ 2568) และครั้งที่ 72 (9–13 กันยายน 2568) 2) THAIFEX–HOREC ASIA 2025 (5–7 มีนาคม 2568) 3) STYLE Bangkok 2025 (2–6 เมษายน 2568) 4) TAPA 2025 (3–5 เมษายน 2568) 5) THAIFEX-ANUGA ASIA 2025 (21–31 พฤษภาคม 2568) 6) TILOG–Logistix 2025 (20–22 สิงหาคม 2568) รวมทั้งได้เสนอ CCPIT พิจารณาแลกเปลี่ยนการสนับสนุนในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าของแต่ละฝ่าย เช่น การสนับสนุนพื้นที่ฟรีสำหรับจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ (Showcase) รวมถึงการจัดกิจกรรมประเภทอื่น ๆ ที่ CCPIT พิจารณาว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการขยายความร่วมมือทางการค้า เนื่องในปี 2568 เป็นวาระครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน

สำหรับความร่วมมือด้านการลงทุน ได้แจ้งกับ CCPIT ว่ารัฐบาลไทยยินดีต้อนรับนักลงทุนจีน ที่ต้องการเข้ามาดำเนินธุรกิจในเขต EEC โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ พลังงานสะอาด รวมถึงการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ โดยไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน แรงงานฝีมือ รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน และมาตรการอำนวยความสะดวกซึ่งเอื้อต่อการใช้ชีวิตระยะยาวในประเทศไทยสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รัฐบาลไทยมีนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการ EV 3.5 ที่ให้การสนับสนุนทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตผ่านการลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูป การลดภาษีสรรพสามิต และการให้เงินอุดหนุน ดังนั้น นักลงทุนและหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศของจีน จึงมั่นใจได้ว่า ไทยจะเป็นฐานลงทุน ฐานการกระจายสินค้า และตลาดรองรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่มีศักยภาพในระยะยาว
ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกันที่สูงที่สุดกับไทยติดต่อกันถึง 11 ปี ตั้งแต่ ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2566 การค้ารวมมีมูลค่า 104,999.92 ล้านเหรียญสหรัฐ (3,650,890.18 ล้านบาท) ลดลงจากปีก่อน ร้อยละ 0.19 แบ่งเป็น มูลค่าการส่งออก 34,173.34 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,177,192.18 ล้านบาท) ลดลงจากปีก่อน ร้อยละ 0.75 และมูลค่าการนำเข้า 70,826.58 ล้านเหรียญสหรัฐ (2,473,698.00 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 0.08 โดยไทยขาดดุลการค้า 36,653.24 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,296,505.82 ล้านบาท) ซึ่งเป็นสินค้าทุนและวัตถุดิบที่ไทยสามารถนำไปเพิ่มมูลค่าการค้ากับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ต่อไปได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุชาติ' เด้งรับนโยบายนายกฯ พร้อมเคลียร์อาวุธปืนที่สะสม!
'สุชาติ' เด้งรับนโยบายนายกฯ ห้ามพกปืนรับมีหลายกระบอก แต่เป็นของสะสม-เล่นกีฬา ตั้งแต่ยังไม่มีตําแหน่ง ยันไม่กังวลเรื่องลงพื้นที่ ถ้าถูกทําร้าย ถือเป็นโชคร้ายของเรา
'รมว.สุชาติ' ลุยจันทบุรี เร่งแก้ 'น้ำ-ช้างป่า-ที่ดินทำกิน' ย้ำรัฐต้องดูแลทั้งคนและผืนป่า เดินหน้าสร้างสมดุล 'คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ ป่าอยู่รอด'
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง
'รมว.สุชาติ' ชู 'น้ำคือความมั่นคง' ลุยจันทบุรี เติมน้ำกว่า 2,500 ไร่ แหล่งผลิตทุเรียนส่งออกของไทย พร้อมเติมน้ำให้ช้างป่า
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เร่งเพิ่มน้ำต้นทุนให้ภาคการเกษตร รองรับทั้งฤดูแล้งและฤดูน้ำหลาก
'รมว.สุชาติ' มอบหมาย อ.อ.ป. ทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา สนับสนุนคอมพิวเตอร์ 22 เครื่อง เติมโอกาสเด็กโรงเรียนบ้านกิ่วลม จ.เชียงใหม่
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ดำเนินการจัด “พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ณ โรงเรียนบ้านกิ่วลม ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและเพิ่มโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยสนับสนุนคอมพิวเตอร์ จำนวน 22 เครื่อง สำหรับใช้ในการเรียนการสอนและส่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
'รมว.สุชาติ' ห่วงประชาชน เหตุเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลยางบ้านบึง สั่ง คพ. ตรวจคุณภาพอากาศเข้ม-แจ้งเตือนประชาชนใกล้ชิด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์ บริษัท ซิน อี้ ไท่ อินดัสเตรียล เทรด จำกัด ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี อย่างใกล้ชิด ด้วยความห่วงใยผลกระทบด้านมลพิษและสุขภาพของประชาชน พร้อมสั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสนับสนุนการระงับเหตุ ตรวจสอบคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
'รมว.สุชาติ' เดินหน้าแก้ปัญหาขยะ 'ทับเบิก-เขาค้อ' ตามนโยบายรัฐบาล ยกระดับสู่แหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ สร้างรายได้ควบคู่รักษาสิ่งแวดล้อม
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

