“สุชาติ” นำทัพ “สินค้าชุมชน บุกเมืองย่าโม“ จัดงานแสดงสินค้าโคราช มอบของขวัญปีใหม่ 68 ให้ประชาชน,คาด 4 วัน มูลค่าการค้าพุ่งกว่า 30 ล้านบาท

วันที่ 23 มกราคม 68 ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าวันนี้กระทรวงพาณิชย์ได้จัดงาน “พาณิชย์นำทัพสินค้าชุมชน จัดงานแสดงสินค้าโคราช มอบของขวัญปีใหม่ 2568” ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 23 – 26 มกราคม 2568 รวมทั้งสิ้น 4 วัน ซึ่งงานดังกล่าวนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ให้ความสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการสนับสนุนสินค้าชุมชนหรือสินค้าโอท๊อป หรือสินค้าตามแนวชายแดนของพี่น้องประชาชนคนไทยให้สู่เวทีตลาดโลก ซึ่งในขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นะริพทะพันธุ์ ได้เดินทางไปเจรจาการค้าและลงนามบันทึกข้อตกลงที่สำคัญ ที่สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งล้วนเป็นผลประโยชน์ของคนไทย ทำให้เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยได้มีโอกาสแข่งขันในตลาดใหญ่อย่างยุโรป“

นายสุชาติฯ กล่าวต่ออีกว่า ”ผมได้มีโอกาสได้พบกับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าชุมชนซึ่งผมมีความภูมิใจและชื่นชมศักยภาพของผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าที่สามารถแข่งขันกับชาวต่างชาติได้ แต่ขาดเพียงโอกาสเรื่องของการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ และนี่คือสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์อยากเห็นคือการเติบโตจากผู้ประกอบการรายเล็กขึ้นเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ หน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ในส่วนของภาครัฐมีทั้งสถาบันการเงิน SME bank ที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการในด้านแหล่งเงินทุนซึ่งจะเป็นกำลังหลักให้กับผู้ประกอบการมีความแข็งแกร่งขึ้น“

”กระทรวงพาณิชย์เอง เราทำงานหลายมิติ
กรมการค้าต่างประเทศมีหน้าที่ดูแลการค้าโดยเฉพาะการค้าชายแดนที่เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนได้ และยังมีหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ที่มีหน้าที่ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาสินค้าเพื่อต่อยอดการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดโลก

เรามีทูตพาณิชย์อยู่กว่า 50 ประเทศเป็นตัวแทนการค้าของกระทรวงพาณิชย์และเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการอำนวยความสะดวกและ แก้ไขปัญหาอุปสรรคให้กับผู้ประกอบการไทยที่ส่งสินค้าไปแล้วติดปัญหา โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านพิชัยฯ มีนโยบายให้กับทางทูตพาณิชย์ไปอยู่ต่างประเทศต้องทำหน้าที่ประเมินสถานการณ์และพัฒนาการขยายช่องทางการตลาดในต่างประเทศให้เพิ่มขึ้น“

”ผมเองได้มีโอกาสดูกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ถือเป็นงานที่ยากเนื่องจากเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่บางธุรกิจอาจจะเสียประโยชน์และบางธุรกิจได้ประโยชน์ผมเป็นเป็นตัวแทนของประเทศไทยการเจรจาในภาพของประเทศไทยรักษาผลประโยชน์ของคนไทยให้ได้มากที่สุดนี่คือนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ทำอย่างไรให้ค้าขายสินค้าเกษตรสินค้าชุมชนให้มีคุณภาพและยก มูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีรายได้มากขึ้น“

จังหวัดนครราชสีมาเป็นหนึ่งในจังหวัดระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยังเป็นศูนย์กลางของผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ และแหล่งผลิตสินค้า OTOP ที่มีชื่อเสียงหลายรายการ เช่น ผ้าไหม และเครื่องปั้นดินเผา ด่านเกวียน เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างภาคอีสานและภาคกลาง ซึ่งเอื้อต่อการเดินทางของผู้ประกอบการและนักลงทุนจากหลายจังหวัดใกล้เคียง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ จึงได้จัดงาน “พาณิชย์นำทัพสินค้าชุมชน จัดงานแสดงสินค้าโคราช มอบของขวัญปีใหม่ 2568”

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ”กิจกรรมหลักภายในงาน ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ (1) งานแสดงและจำหน่ายสินค้า จำนวน 200 คูหา ระหว่างวันที่ 23 - 26 มกราคม 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยมีสินค้าจากทั่วแดนอีสาน ทั้งสินค้าวิสาหกิจชุมชน สินค้า OTOP ของใช้ ของฝาก อาหารพื้นถิ่น และงานหัตถกรรมฝีมือที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษที่ตอบโจทย์การเลือกซื้อ เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ และเทศกาลตรุษจีนด้วยกิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า ซึ่งท่านจะได้พบกับสินค้าเด่นประจำจังหวัด และสินค้าคุณภาพที่หลากหลายจากผู้ผลิตในท้องถิ่น เป็นต้น และ (2) การเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่น ๆ ระหว่างวันที่ 24 - 25 มกราคม 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยมีผู้ประกอบการไทย เข้าร่วมจำนวนกว่า 33 ราย และผู้ประกอบการจากประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่น ๆ 4 ประเทศ พม่า กัมพูชา สปป.ลาว และจีน เข้าร่วมจำนวนกว่า 10 ราย โดยคาดว่า 4 วันในการจัดงานจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 4000 คนและมีมูลค่าการค้าในงานและมูลค่าการจับคู่ธุรกิจกว่า 30 ล้านบาท“

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดปฏิบัติการ 'สยบภัยไชยปราการ' รวบ 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ฟอกแรงงาน

มท.4 - บิ๊กราญ-นพศิลป์-DOPA NICE เปิดปฏิบัติการ 'สยบภัยไชยปราการ' ออกบัตรทะเบียน 0 เถื่อน รวบเจ้าหน้าที่รัฐ - กำนัน - ผู้ใหญ่บ้าน เอี่ยว 'ขบวนการฟอกแรงงาน'

'สุชาติ' สั่งยกระดับ Early Warning เฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่ม เดินหน้าสูบดินโคลน-เป่าล้างบ่อน้ำตื้น-เติมน้ำกินใช้ 'ชาวน่าน' แล้วเกือบ 4,200 ครัวเรือน กว่า 16,300 คน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สั่งเดินหน้าช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่จังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังภัยน้ำหลากและดินถล่มตลอด 24 ชั่วโมง

'รมว.สุชาติ' ไม่ปล่อย! สั่ง 'พยัคฆ์ไพร' ลุยตรวจ 'ไทยฮั้วฯ' พบใช้พื้นที่ป่าสงวนฯ 103 ไร่ ไร้เอกสารอนุญาต แจ้งความ 6 กรรมการ ย้ำทุนต้องอยู่ใต้กฎหมาย

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์และหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ชวนชมนิทรรศการประกวดผลงานศิลปะ “Chance to Change ความน่าจะ...เปลี่ยน” ภายใต้ธีม ESG (Environmental, Social, and Governance)

“สุชาติ” สั่งกรมทรัพยากรธรณี เฝ้าติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่ม 24 ชั่วโมง พร้อมสนับสนุนข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูงในเขตภาคเหนือที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ได้สั่งการมอบหมายให้กรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวัง

“รมว.สุชาติ” สั่งเปิดศูนย์พักพิงอุทยานฯ ดอยภูคา ระดม ฮ.ทส. ฝ่าวิกฤตถนนขาด พร้อมใช้ดาวเทียม GISTDA วางแผนช่วยประชาชนแบบเรียลไทม์

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการหน่วยงานในสังกัด ทส. เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดน่าน โดยเฉพาะพื้นที่ดอยภูคา ซึ่งหลายชุมชนยังถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากถนนและสะพานได้รับความเสียหาย พร้อมเปิดศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย ณ

รมว.สุชาติ สั่งเปิด“ศูนย์ปฏิบัติการรับมือและแก้ไขปัญหามลพิษจากน้ำท่วมลุ่มน้ำน่าน” บูรณาการเฝ้าระวังและฟื้นฟู ลดผลกระทบต่อประชาชน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการรับมือและแก้ไขปัญหามลพิษจากน้ำท่วมลุ่มน้ำน่าน” เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดผลกระทบด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อมจากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านและพื้นที่รองรับน้ำด้านล่าง พร้อมเตรียมมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างเป็นระบบ