“พิพัฒน์”ใส่ใจความปลอดภัย จับมือ 18 สถานประกอบกิจการยักษ์ใหญ่ ขับเคลื่อนแคมเปญ “Safety Culture Together”

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามปฏิญญาความปลอดภัยว่าด้วยการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ระหว่างกระทรวงแรงงาน กับผู้บริหารสถานประกอบกิจการ 18 แห่ง ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 เพื่อร่วมขับเคลื่อนแคมเปญ “Safety Culture Together” ตั้งเป้าลดอัตราการประสบอันตรายจากการทำงาน กรณีร้ายแรงให้เหลือไม่เกิน 1 ต่อ 1,000 คน และกรณีเสียชีวิต ให้เหลือไม่เกิน 3 ต่อ 100,000 คน ในปี 2573
.
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน โดยในปี 2568 ได้ประกาศนโยบายสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงแรงงาน โดยการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย มุ่งเน้นยกระดับความปลอดภัยสู่สากล เคร่งครัดบังคับใช้กฎหมาย มุ่งสู่เป้าหมายลดอัตราการประสบอันตรายจากการทำงาน การดำเนินการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเพื่อบรรลุเป้าหมายลดอัตราการประสบอันตรายจากการทำงาน กรณีร้ายแรง จากปัจจุบัน 2.03 ต่อลูกจ้าง 1,000 คน ให้เหลือไม่เกิน 1 ต่อลูกจ้าง 1,000 คน และกรณีเสียชีวิตจากปัจจุบัน 4.66 ต่อลูกจ้าง 100,000 คน ให้เหลือไม่เกิน 3 ต่อลูกจ้าง 100,000 คน ในปี 2573 สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) ในปี ค.ศ. 2030 ซึ่งการดำเนินการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นจำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการลงทุนสูง และมีห่วงโซ่อุปทานจำนวนมาก ผมต้องขอขอบคุณสถานประกอบกิจการทั้ง 18 แห่ง ที่มาร่วมขับเคลื่อนและผลักดันการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้ขยายผลออกไปในวงกว้างอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น


.
เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงนามปฏิญญาความปลอดภัยฯ ในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามนโยบายของท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมุ่งเน้นสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ซึ่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ขับเคลื่อนนโยบาย โดยมอบหมายหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ดำเนินกิจกรรม Safety Campaign ประกอบด้วย แคมเปญ Safety Inspection Together เป็นการรณรงค์บูรณาการตรวจเข้มการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แคมเปญ Knowing Safety Culture Together เป็นการรณรงค์สร้างการรับรู้ เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานของคนทำงานให้เกิดเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยในทุกองค์กร และแคมเปญ Safety Culture Together in The Workplace เป็นการรณรงค์ให้สถานประกอบกิจการร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ดังนั้น ปฏิญญานี้ถือเป็นการประกาศเจตนารมณ์แสดงความมุ่งมั่นร่วมมือกันอย่างจริงจัง ระหว่าง กระทรวงแรงงาน ร่วมกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน 18 หน่วยงาน ที่พร้อมสนับสนุนและร่วมดำเนินกิจกรรม “สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย” ไปด้วยกัน โดยภาครัฐได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายผ่านกลไกการบังคับใช้กฎหมาย การสร้างการรับรู้ และพัฒนาเครือข่าย ในส่วนของสถานประกอบกิจการจะได้มีการขยายผลไปยังสาขาเครือข่ายธุรกิจตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานเสี่ยงของลูกจ้างเป็นพฤติกรรมการทำงานปลอดภัย และหากดำเนินการต่อเนื่องจะกลายเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงานขององค์กร จะเป็นแนวทางป้องกันการประสบอันตรายจากการทำงานที่ยั่งยืนในอนาคต และหลังจากนี้จะมีการประชุมหารือร่วมกันเป็นระยะเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และแนวทางการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเพื่อเป็นแบบอย่างแก่หน่วยงานอื่นต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อ.อัจฉราวดี' ลั่น เลือก 'พรรคน้ำเงิน' ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

'อ.อัจฉราวดี' โต้ 'กรวีร' แลนด์บริดจ์กับพ.ร.บ. SEC คนละเรื่องกัน แต่ 'พิพัฒน์' บอกเป็น 'ชิ้นเดียวกัน' ชี้กฎหมายเข้าข่ายขายชาติ ซุก'กาสิโน' เอาไว้ด้วย ลั่น เลือก'พรรคน้ำเงิน'ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

สภาเดือด! เท้งฉะ 5 บังเอิญพลัสปมกักตุนน้ำมัน 'มาร์ค-ไอติม' ประสานเสียงบี้ รมต.เบี้ยวกระทู้

สภาประท้วงวุ่น 'เท้ง' แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้ 'อนุทิน-พิพัฒน์' มาตอบเอง 'น้า-หลาน' ผนึกกำลังรุม 'โสภณ' จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผล 'นายกฯ-รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้

ไม่ถอย! เผย 'พิพัฒน์' ลุยโครงการแลนด์บริดจ์เต็มที่ การันตีคนไทยได้ประโยชน์

‘สาโรจน์’ เผย ‘พิพัฒน์’ เดินหน้าแลนด์บริดจ์รองรับสู้รบตะวันออกกลาง การันตีคนไทยได้ประโยชน์ แย้มมีข่าวดีลดค่าทางด่วน

เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน

'โรม' แฉ 'เสี่ยตือ' เอี่ยว 'สแกมเมอร์ - กักตุนน้ำมัน' ข้องใจไม่จับกุมเหตุบริษัทในเครือโยงรัฐบาล

'โรม' แฉ 'เสี่ยตือ' เอี่ยว 'สแกมเมอร์ - กักตุนน้ำมัน' แต่รัฐบาลยังไม่ขยายผลจับกุม เพราะบริษัทในเครือข่ายเสี่ยตือเป็นลูกหนี้ของ 'พิพัฒน์' คนในครอบครัวยังบริจาคเงินให้ภท. 1 ล้านบาท ข้องใจวิกฤตมาจากการถอนทุนการเมือง บังเอิญคนที่จะติดสินบนรมว.ดีอี 40 ล้าน ก็เป็นลูกเสียตือ