วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ บริษัท นครศรีพาราวู้ด จำกัด อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นายสุวัฒน์ จันทร์สุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นางสาววาริน ชินวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วม เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านแรงงานและการดูแลพนักงาน รวมถึงแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะแรงงานพม่าที่ทำงานอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพาราของจังหวัด
รมว.พิพัฒน์ กล่าวชื่นชม บริษัทนครศรีพาราวู้ด จำกัด ที่ให้ความสำคัญกับ สวัสดิการพนักงาน ความปลอดภัยในการทำงาน และสิทธิแรงงาน โดยเฉพาะการจัดสรรที่พัก สวัสดิการ และค่าจ้างที่เป็นธรรมให้กับพนักงานทุกคน รวมถึงการจ้างแรงงานพม่าตามกฎหมาย ซึ่งช่วยให้แรงงานต่างด้าวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและทำงานอย่างมั่นคง
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังเน้นย้ำ การเพิ่มรายได้ให้กับแรงงานในจังหวัด โดยผลักดันโครงการ “1 ตำบล 1 อาชีพอิสระ” เพื่อส่งเสริมให้แรงงานมีทางเลือกในการสร้างรายได้จากอาชีพเสริม ขณะเดียวกัน ยังส่งเสริม การท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างโอกาสให้แรงงานและประชาชนในพื้นที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
กระทรวงแรงงานยังได้เน้นบทบาทของ อาสาสมัครแรงงานและบัณฑิตแรงงาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือแรงงานในชุมชน ให้สามารถเข้าถึงสิทธิแรงงาน ฝึกอบรมทักษะ และโอกาสในการประกอบอาชีพ
“กระทรวงแรงงานพร้อมสนับสนุนให้แรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้มั่นคง และได้รับความคุ้มครองตามสิทธิที่พึงมี พร้อมผลักดันให้ชุมชนเข้มแข็งผ่านอาชีพและการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจของจังหวัดนครศรีธรรมราชเติบโตอย่างยั่งยืน” รัฐมนตรีกล่าว
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ นอกจากการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการแล้ว ยังมีการพบปะพูดคุยกับพนักงาน พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงนโยบายด้านแรงงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม. อนุมัติลงนาม MOC ส่งแรงงานไทยไปญี่ปุ่น ภายใต้ระบบจ้างงานเพื่อพัฒนาทักษะ
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือโครงการการจ้างงานเพื่อการพัฒนาทักษะ (MOC) ระหว่างกระทรวงแรงงานไทยและหน่วยงานภาครัฐของประเทศญี่ปุ่น พร้อมอนุมัติให้ปลัดกระทรวงแรงงานและอธิบดีกรมการจัดหางานเป็นผู้ลงนาม ซึ่งการจัดทำ MOC ครั้งนี้ เป็นการรองรับนโยบายนำเข้าแรงงานใหม่ของญี่ปุ่น
รัฐบาลเดินหน้า ‘เรียนได้งบ จบได้งาน’ ส่งคนไทยฝึกงานต่างแดน
รัฐบาลเดินหน้า “เรียนได้งบ จบได้งาน” ดันโครงการ “3 ม. ต่างประเทศ” ส่งนักศึกษารุ่นแรกฝึกงานญี่ปุ่น มิ.ย. นี้
'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' เจาะลึกคำพิพากษาประวัติศาสตร์สูงวัยแต่ไฟยังแรง!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ตั้งทีม 'Task Force' ลุยกวาดล้างแก๊งยาเสพติดข้ามชาติ
รัฐบาลผนึกกำลัง ตั้ง Task Force ลุยกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ แฝงตัวในกลุ่มแรงงานไทยผิดกฎหมาย เข้มตรวจสารเสพติด คัดกรองแรงงานทุกด่าน ฟื้นความเชื่อมั่นจากเกาหลีใต้ต่อแรงงานไทย
นายกฯ เสียงเข้ม! ช่วยไม่ได้ ทำผิดกฎหมายเอง หลังเกาหลีใต้สั่งแบนแรงงานไทย 4 จังหวัด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวถึงกรณีที่เกาหลีใต้ประกาศขึ้นบัญชีดำ แรงงานไทยจาก 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ และมหาสารคาม โดยห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล
เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน

