รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดโครงการกระเสียวโมเดล
วันที่ 21 เมษายน 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดโครงการกระเสียวโมเดล : น้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ บนพื้นที่ 500 ไร่ ภายใต้ "โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และส่งเสริมอัตลักษณ์ในนิคมสร้างตนเอง (กระเสียวโมเดล : น้ำบาดาลเพื่อการเกษตร) โดยมี นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) และผู้บริหารกระทรวง พม. และนายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้กล่าวถึงความร่วมมือของโครงการกระเสียวโมเดลฯ ณ นิคมสร้างตนเองกระเสียว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี
นายวราวุธและคณะได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานของ “กระเสียวโมเดล”
ภายหลังพิธีเปิด นายวราวุธและคณะได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานของ “กระเสียวโมเดล” ที่สะท้อนความสำเร็จของการนำน้ำบาดาลมาใช้พัฒนาเกษตรแปลงใหญ่ สร้างประโยชน์ทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

นายวราวุธ กล่าวว่า โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคมและส่งเสริมอัตลักษณ์ในนิคมสร้างตนเอง (นิคม Next) เป็นโครงการหนึ่งตามพันธกิจสำคัญ (Flagship projects) ด้านที่ 3 ระบุเรื่องสร้างงานสร้างรายได้ พัฒนาชีวิตคนเปราะบาง ซึ่งต่อยอดขยายผลจากนโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยดำเนินการในนิคมสร้างตนเองกระเสียว จ.สุพรรณบุรี เป็นพื้นที่ต้นแบบ (กระเสียวโมเดล) มาตั้งแต่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 นับเป็นการทำงานที่บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนในมิติด้านอาชีพและรายได้ ของการส่งเสริมการทำเกษตร ด้วยการพัฒนาทักษะและความรู้ นำไปสู่การสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยเฉพาะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการทำเกษตร ควบคู่กับดินที่ดี ส่งผลให้การเพาะปลูกพืชผลเจริญงอกงาม
ระบบการเกษตรน้ำน้อย
สำหรับโครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร พื้นที่ 500 ไร่ สามารถเข้ามาแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับสมาชิกในนิคมสร้างตนเองกระเสียว จังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้สมาชิกนิคมสร้างตนเองได้รับประโยชน์ จำนวน 44 ราย มีน้ำที่เพียงพอในการปลูกพืชแบบใช้น้ำน้อย (ระบบสายน้ำหยด) สามารถเพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ และเกิดเศรฐกิจหมุนเวียนที่ดีในระดับพื้นที่ เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอาชีพและรายได้ที่มั่นคง และสร้างความเข็มแข็งให้กับครอบครัว ด้วยสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสมาชิก เป็นรากฐานที่มั่นคงให้กับสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน
การพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอาชีพเลี้ยงแพะ
นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 สุพรรณบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลกระเสียว และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่บูรณาการความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง และสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการกระเสียวโมเดลฯ และหวังว่า กระทรวง พม. จะทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่พี่น้องประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อื่นๆ ได้อีก
แทงค์น้ำขนาดใหญ่ 2 ถัง
"แทงค์น้ำขนาดใหญ่ 2 แทงค์นี้ จะดูแลพื้นที่ทางการเกษตรกว่า 500 ไร่ สำหรับใช้ในการเกษตรน้ำน้อย เป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรในนิคมสร้างตนเองกระเสียว เป็นพื้นที่ที่จะทำให้ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเรามีน้ำสำหรับทำการเกษตรเพิ่มขึ้น นับเป็นการแบ่งเบาภาระด้านสวัสดิการสังคมของประเทศ เพราะเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท ของรัฐบาลนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ที่มอบให้กับพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และคนพิการ ซึ่งหากกลุ่มคนเหล่านี้สามารถยืนได้บนลำแข้งของตนเอง ด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้น จะเป็นการทำงานของกระทรวง พม. ที่เราอยากจะเห็นความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนในทุกๆ พื้นที่ โดยใช้พื้นที่ของนิคมสร้างตนเองที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. เป็นพื้นที่ตัวอย่างให้กับอีกหลายๆ พื้นที่ได้ดำเนินการ ขอให้ทุกหน่วยงานและพี่น้องประชาชนทุกคนในพื้นที่นั้น ช่วยกันดูแลระบบน้ำบาดาลขนาดใหญ่แห่งนี้เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกคน" นายวราวุธ กล่าวในตอนท้าย


นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)และคณะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นิกร โสมกลาง ลงพื้นที่เกาะลันตา หนุนคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเล
นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ลงพื้นที่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมในงาน "Charming of the Sea - Let's see Mountain 2026" พร้อมตรวจเยี่ยมชุมชนโต๊ะบาหลิว อ.เกาะลันตา ผลักดันโครงการ "บ้านมั่นคง" โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) งบประมาณ 6.74 ล้านบาท หนุน 100 ครัวเรือนชาวเลอูรักลาโว้ย พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้สูงอายุเข้มแข็งและบุคคลต้นแบบ มุ่งเป้าสร้างความเสมอภาคและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังตามนโยบายรัฐบาล
ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)
นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน
’นิกร‘ เล็งฟื้นฟู "เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง " สร้างคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต ลดภาระคนตั้งตัว
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง
‘คลิตี้’ กะเหรี่ยงสุดขอบฟ้าที่ทองผาภูมิ
เราพาทุกคนทุกท่านเดินทางฝ่าผืนป่า ข้ามผ่านถนนลูกรังทุรกันดารและโคลนตมอันยาวนานกว่าสามชั่วโมง สู่ดินแดนที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขารอยต่อป่าใหญ่
การเคหะแห่งชาติ ร่วมทีม พม. ฟื้นฟูบ้านเรือนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอปัว คืนความมั่นคงและคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มอบหมายให้นายคมสัน พิลาสมบัติ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธีระวัฒน์ สุมังคโล ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

