BOI-CSR จับมือภาคีเอกชน-รัฐ ขับเคลื่อนชุมชนสู่ความยั่งยืน

พอช. ร่วมพิธีมอบเกียรติบัตรในงาน BOI-CSR พร้อมเสนอแนวทางขยายผลการสนับสนุนภาคเอกชนเพื่อพัฒนาชุมชนระดับรากฐานอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการทำงานแบบเครือข่ายและการคัดเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อม

กรุงเทพฯ - 7 พฤษภาคม 2568 - มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  และเครือข่ายภาคีภาคต่างๆ) จัดพิธีมอบเกียรติบัตรแก่องค์กรภาคธุรกิจเอกชนที่ให้การสนับสนุนโครงการตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม (BOI-CSR) พร้อมเปิดเวทีหารือแนวทางการขยายผลสู่ความยั่งยืน ณ ห้องประชุม 110A-C ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

ในปีที่ผ่านมา โครงการ BOI-CSR ได้รับความร่วมมือจากบริษัทภาคเอกชนกว่า 34 แห่ง สนับสนุนโครงการเพื่อสังคม 232 โครงการ ครอบคลุม 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การคัดกรองโรคมะเร็งในพื้นที่ห่างไกล การจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลรัฐ การยกระดับศูนย์เด็กเล็ก การพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการสนับสนุนเกษตรชุมชนและป้องกันไฟป่าลด PM 2.5 รวมงบประมาณสนับสนุนทั้งสิ้นกว่า 970 ล้านบาท

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ พอช. กล่าวในพิธีมอบเกียรติบัตรว่า ความร่วมมือของภาคเอกชนในการสนับสนุนสังคมถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำในระดับชุมชน พร้อมชี้ว่าชุมชนไทยมีศักยภาพในการพัฒนา แต่ยังขาดการสนับสนุนที่ตรงจุดและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งในด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ  เพื่อให้ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับชุมชนเกิดผลลัพธ์อย่างแท้จริง พอช. ได้นำเสนอสองแนวทางหลัก ได้แก่ (1) การทำงานกับชุมชนที่มีความพร้อม และเป็นชุมชนที่ “ใช่” (2) การสร้างกลไกแบบเครือข่าย (Collective Impact) โดยให้ทุกบริษัทเลือกทำงานในประเด็นเดียวกันแล้วกระจายไปยังหลายพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศ เช่น การพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก หรือการสร้างเศรษฐกิจฐานรากจากสินค้าชุมชน

ดร.กอบศักดิ์  กล่าวต่อ พอช. ยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับภาคีพันธมิตรอย่าง สสส. BOI และตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อยกระดับการดำเนินงานจาก “โครงการทดลอง” สู่ “ระบบสนับสนุนถาวร” โดยจะมีการรายงานผลลัพธ์ของโครงการที่ดำเนินการไปแล้ว พร้อมเชิญชวนภาคีใหม่ร่วมขับเคลื่อนในงาน “สานพลัง ครั้งที่ 2” ที่จะจัดขึ้นภายในปีนี้

“แม้เงินสนับสนุนจากรัฐจะเป็นแรงจูงใจ แต่หัวใจสำคัญของความยั่งยืนคือเจตจำนงร่วมในการเปลี่ยนแปลงสังคม เรายังต้องร่วมกันสานพลังเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ‘ทีละเรื่อง’ อย่างมั่นคงและยั่งยืน” ดร.กอบศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

*****************

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เชียงใหม่' ตัดวงจรผู้ป่วยเสพยาติดซ้ำ ผนึกท้องถิ่น 'ล็อก 1 ปี' ดูแลต่อเนื่อง

สสส. ผนึกท้องถิ่น ชู 9 อำเภอต้นแบบ “ชุมชนล้อมรักษ์” จ.เชียงใหม่ “ล็อก 1 ปี”  ป้องกัน – บำบัด ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดต่อเนื่อง ตัดวงจรหวนคืนกลับมาเสพซ้ำ ล้างความรุนแรงมุ่งสร้างชุมชนปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน

ปลุกพลังเยาวชน..เปลี่ยนอนาคตท้องถิ่น 7,800อปท.ออกต้นแบบสร้างสุขภาวะ

ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ปัญหาสุขภาพจิต และแรงกดดันทางสังคม

4 ปี “หมอกระต่าย” กับบทเรียนบนท้องถนน อย่าปล่อยให้ทางม้าลาย...เป็นพื้นที่เสี่ยง

เสียงสะท้อนจากเหตุการณ์สะเทือนใจเมื่อ 4 ปีก่อน ยังคงดังก้องอยู่ในสังคมไทย เหตุการณ์การเสียชีวิตของ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ “หมอกระต่าย” จักษุแพทย์สาว

คนเมืองสุขภาวะดี! สสส. นำทีม 19 ภาคี สานพลัง ปั้น “ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์”

วันที่ 6 มี.ค.2569 ที่ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อน "ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์" 19 ภาคี นำโดย สสส. มูลนิธิช่วยไร้พรมแดน และภาคีเครือข่ายองค์กรโดยรอบ จัดกิจกรรม “เวทีสานพลังขับเคลื่อนย่านสุขภาวะสร้างสรรค์” เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและวางทิศทางยกระดับคุณภาพชีวิต 3 ชุมชนละแวกบ้านรอบ สสส.

สสส. จับมือ Rocket Media Lab เปิดรายงานข้อมูลเยาวชนกับปัญหายาเสพติด ชี้คดีเสพพุ่งสูง 77.44% เตือน “ยาบ้า-กัญชา-กระท่อม” เข้าถึงง่ายหลังปลดล็อก

นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดในเด็กและเยาวชนปัจจุบันถือเป็นวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลและสถิติ