โคราช..ต้นแบบอารยสถาปัตย์ จุดประกาย “77 จังหวัด” สร้างเมืองเพื่อทุกคน

นครราชสีมา-ประตูสู่อีสาน ได้ก้าวสู่วันสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อรัฐบาล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ประกาศความร่วมมือในการพัฒนา “เมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์” หรือการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design-UD) อย่างเป็นทางการ นำร่องจากเมืองย่าโมสู่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ

งานเปิดตัวจัดขึ้นท่ามกลางสายฝนโปรยปรายที่วัดศาลาลอย อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ในฐานะประธานกรรมการกองทุน สสส. เป็นประธาน พร้อมการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างรัฐบาล สสส. จังหวัดนครราชสีมา เทศบาลนครนครราชสีมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นักธุรกิจ นักลงทุน และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อน “เมืองสุขภาพนานาชาติ เมืองกีฬา และเมืองท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล”

บรรยากาศในงานเปี่ยมไปด้วยความหมาย ไม่เพียงเพราะนี่คือการประกาศเจตนารมณ์ครั้งใหญ่ของเมืองโคราชเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสังคมไทย ที่กำลังเผชิญความท้าทายจากการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ

ก้าวสู่สังคมสูงวัย-ความจำเป็นของ “เมืองที่เข้าถึงได้”

ประเทศไทยมีผู้สูงอายุทะลุ 14 ล้านคน หรือกว่า 21.8% ของประชากรทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นจากเพียง 8 ล้านคนเมื่อสิบกว่าปีก่อน ขณะเดียวกันยังมีประชากรผู้พิการกว่า 2.2 ล้านคน หรือราว 3% ของทั้งประเทศ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า หากเมืองไทยยังคงออกแบบพื้นที่โดยไม่คำนึงถึงคนกลุ่มเปราะบาง การใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมากจะเต็มไปด้วยอุปสรรค

สถิติจากกระทรวงสาธารณสุขปี 2566 ระบุว่า ผู้สูงอายุไทยกว่า 30% มีประสบการณ์หกล้มอย่างน้อยปีละครั้ง  โดย 65% เกิดขึ้นนอกบ้าน และ 35% เกิดขึ้นภายในบ้าน สาเหตุหลักมาจากการลื่น สะดุด หรือก้าวพลาดบนพื้นระดับเดียวกัน การมีบันไดสูงชันหรือพื้นที่ไม่ปลอดภัยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการบาดเจ็บ พิการ และภาระค่าใช้จ่ายทางสุขภาพ

ดังนั้น “อารยสถาปัตย์” หรือ Friendly Design ที่ยึดหลัก Universal Design (UD) จึงไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งปลูกสร้าง แต่คือการสร้างความเท่าเทียมให้คนทุกวัย  ทุกสภาพร่างกาย ได้ใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีศักดิ์ศรี

โคราช-เมืองนำร่องแห่งการเปลี่ยนแปลง

โคราชได้รับการคัดเลือกเป็นต้นแบบ ด้วยความโดดเด่นในหลายด้าน ทั้งการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การศึกษา การกีฬา และการท่องเที่ยว ของภาคอีสาน อีกทั้งยังเป็น “เมืองผ่าน” ที่มีผู้คนเดินทางสัญจรจำนวนมาก

เทศบาลนครนครราชสีมา ภายใต้การนำของ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรี ได้วางแผนพัฒนาเมืองอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงทางเท้าและทางข้ามถนนให้เรียบ ปลอดภัย มีทางลาดและสัญญาณเตือน การพัฒนาสวนสาธารณะและลานกิจกรรม ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้รถเข็นและผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว การติดตั้งป้ายสัญลักษณ์และระบบเสียงนำทางในพื้นที่สาธารณะ  เพื่อช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา การออกแบบอาคารราชการ โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ให้สอดคล้องกับหลัก UD

ทั้งหมดนี้คือเป้าหมายที่จะทำให้โคราชเป็น เมืองต้นแบบด้านอารยสถาปัตย์ของอีสาน ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จริง

บทบาทสำคัญของ สสส.และภาคีเครือข่าย

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ย้ำว่า สสส.ทำงานเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการสำคัญ เช่น จัดตั้งศูนย์การออกแบบเพื่อทุกคน (UDC) ในมหาวิทยาลัย 16 แห่ง, ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้สูงอายุ  คนพิการกว่า 68,000 ราย, ปรับสภาพบ้านกว่า 200 หลัง พร้อมสร้างเครือข่าย “ช่างชุมชนต้นแบบ” 57 คน และครูช่าง 15 คน, ขยายระบบขนส่งมวลชนที่เป็นมิตร เช่น T4A  และผลักดันระบบรางให้ทุกสถานีมีสิ่งอำนวยความสะดวก, พัฒนาโมเดลเมืองเดินได้ (Walkable City) เช่น สกายวอล์ก-สกายพาร์กบางกะปิ, สนับสนุนเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อทุกคนในจังหวัดนำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ น่าน อุดรธานี พระนครศรีอยุธยา สงขลา,สร้างเครื่องมือดิจิทัลอย่าง “เมืองใจดี” (Good Map) เพื่อเป็นฐานข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวก และระดมพลังเครือข่ายอาสาและทูตอารยสถาปัตย์กว่า 300 คนทั่วประเทศ

เม็ดงานเหล่านี้สะท้อนว่าการผลักดัน UD ไม่ได้เป็นเพียงโครงการเฉพาะกิจ แต่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว ที่จะเปลี่ยนโฉมเมืองไทยให้ก้าวสู่ความเท่าเทียมและยั่งยืน

นโยบายรัฐ-ขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจใหม่

หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือข้อเสนอด้าน สิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ร่วมพัฒนาโครงการอารยสถาปัตย์ รัฐบาลพร้อมศึกษาความเป็นไปได้เพื่อลดภาระและจูงใจภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วม เพราะไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐ แต่ยังสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ชี้ว่า “การสร้างเมืองที่เข้าถึงได้ ไม่ใช่เพียงเพื่อผู้สูงอายุหรือผู้พิการ แต่คือการสร้างความปลอดภัย ความสะดวก และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนทั้งมวล”

บูรณาการสู่ชุมชน-พลังจากฐานราก

นอกจากการพัฒนาเชิงนโยบายแล้ว โครงการยังลงลึกถึงชุมชนท้องถิ่น โดยนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการ สสส. เปิดเผยว่า มีการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย 15 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุม 12 จังหวัด เพื่อให้คำปรึกษาและสนับสนุนการปรับปรุงบ้านของผู้สูงอายุและคนพิการ โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อย ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นและการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ จ.สงขลา ที่สามารถผลักดันโครงการได้อย่างก้าวหน้า เพราะได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการช่วยเหลือครอบครัวยากจนอย่างเป็นรูปธรรม

พลังขับเคลื่อนสังคม-เมืองเพื่อทุกคน

การพัฒนาโคราชสู่เมืองต้นแบบอารยสถาปัตย์ ไม่ใช่แค่โครงการระดับจังหวัด แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงประเทศ ที่มุ่งให้ 77 จังหวัดก้าวสู่มาตรฐานเดียวกัน

“เมืองเพื่อทุกคน” ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญ หากแต่เป็นแนวคิดที่สามารถสร้างประโยชน์จริง ทั้งในด้านคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจการท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก

เมื่อผู้สูงอายุสามารถเดินเล่นในสวนสาธารณะได้อย่างปลอดภัย คนพิการสามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวก นักท่องเที่ยวต่างชาติสัมผัสได้ถึงมาตรฐานที่เป็นมิตรต่อทุกคน เมืองไทยก็จะกลายเป็น Medical & Wellness Hub ที่แท้จริง พร้อมยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กล่าวได้ว่า “โคราช” กำลังเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ประเทศไทย ด้วยการเป็นเมืองนำร่องด้านอารยสถาปัตย์ ขับเคลื่อนด้วยพลังของรัฐบาล สสส. ภาคเอกชน ประชาชน และเครือข่ายทั่วประเทศ เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงการสร้างสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นการสร้างสังคมที่ทุกคนมีศักดิ์ศรีและโอกาสเท่าเทียม

การเดินทางครั้งนี้อาจใช้เวลา แต่ทุกย่างก้าวที่เกิดขึ้น จะเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยให้แข็งแรง เท่าเทียม และยั่งยืนอย่างแท้จริง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ณัฐพงษ์' ดักคอแก้กฎหมายรื้อภาษีบาป รัฐบาลต้องไม่รวบอำนาจคุมสื่อ-องค์กร

‘ณัฐพงษ์’ ดักทาง ‘ภูมิใจไทย’ รื้อที่มารายได้ 4 กองทุน ‘ไทยพีบีเอส-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาฯ’ ย้ำต้องคงความอิสระ-เสรีภาพสื่อ เตือนรัฐอย่ารวบอำนาจสั่งการคุมสื่อสาธารณะ ซัด รัฐไม่ควรทำให้เอกชนต้องจ่ายภาษีบาปน้อยลง

จาก “ข้อมูล” สู่พลังชุมชน ปั้นตำบลจัดการสุขภาวะ ให้คนไทยอยู่ดี-อยู่ยาว

เมื่อปัญหาสุขภาพของคนไทยไม่ได้มีเพียงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ การแก้ปัญหาจึงไม่อาจฝากไว้กับโรงพยาบาลหรือกระทรวงสาธารณสุขเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป เพราะตั้งแต่ถนนที่คนใช้เดินทาง อากาศที่หายใจ อาหารที่กิน การมีงานทำ รายได้ หนี้สิน สภาพแวดล้อม ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง

“บรรเจิด” โต้ออกกฎกระทรวงเก็บภาษีทดแทนการยกเลิกภาษีบาป 2% หลอกลวงประชาชน ทำไม่ได้จริง ชงเอื้อประโยชน์อุ้มนายทุนสุรา-ยาสูบ ยัน Earmarked Tax สมเหตุสมผล

ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเสนอให้ยกเลิกภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax)

นักวิชาการ หนุน 'เอกภพ' รื้อภาษียาสูบปี 60 จี้สอบต้นตอ รัฐสูญปีละ 2 หมื่นล้าน

นักวิชาการ หนุนหมอเอกรื้อการปรับอัตราภาษียาสูบปี 60 มาตรวจสอบใหม่ ตั้งคำถามหาต้นตอคนรับผิดชอบ ตั้งแต่ปี 60 รัฐสูญภาษีปีละ 2 หมื่นล้าน สสส. เปิดหลักฐานก่อนปรับภาษียาสูบ เผยภาคสุขภาพเตือนแล้ว “ภาษีหลายอัตรา” เปิดช่องลดราคา-หนีไปบุหรี่ถูก ย้ำ สสส. ไม่ใช่ผู้กำหนดโครงสร้างภาษี 2 อัตรา และไม่มีอำนาจอนุมัติราคาบุหรี่

'เอกภพ' ลั่นขอเป็นหัวหอกตรวจสอบ สสส. ถาม 25 ปี ใช้งบ 7.7 หมื่นล้าน แต่สุขภาพคนไทยกลับแย่ลง

โฆษกรัฐบาล อ้างมีข้อมูลจากคนแวดวงสาธารณสุข สสส. ใช้งบเอื้อพวกพ้อง-เครือข่าย กันเงินไว้กินดอกเบี้ย-ลงทุนหลักทรัพย์ ลั่น ขอเป็นหัวหอกเดินหน้าตรวจสอบตระกูล ส.