กรมอนามัย ถอดบทเรียนภัยพิบัติ ยกระดับทีม SEhRT และการจัดการศูนย์พักพิง สร้างระบบสุขภาพเข้มแข็งรองรับภาวะฉุกเฉิน

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับทีม SEhRT การจัดการศูนย์พักพิง จากการถอดบทเรียนภัยพิบัติน้ำท่วมใต้ สู่ชายแดนไทย – กัมพูชา รับนโยบาย รมว.สธ. วางระบบฟื้นฟูการดูแลสุขภาพ สุขอนามัย และสุขาภิบาลให้กับประชาชนในศูนย์พักพิงเข้มข้น พร้อมคัดครองกลุ่มเปราะบางลดผลกระทบในภาวะฉุกเฉิน และการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ถือเป็นการยกระดับ Health Literacy ของประชาชนเพื่อรองรับภาวะฉุกเฉิน

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากการที่กรมอนามัยลงพื้นที่
เพื่อปฏิบัติหน้าที่ช่วงภาวะฉุกเฉินที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและภัยจากความไม่สงบในพื้นที่
ชายแดนไทย - กัมพูชา นับเป็นสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะในด้านสุขภาพ สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อม จากนโยบายของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการให้มีระบบด้านสุขภาพและสุขาภิบาลที่เข้มแข็งและพร้อมรองรับในทุกสถานการณ์ โดยย้ำว่าภัยพิบัติอาจเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ ทั้งโรคระบาด ภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ที่เกิดจากมนุษย์ จึงต้องมีการประสานทุกหน่วยงานแบบบูรณาการ เพื่อระดมความช่วยเหลือและการเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
และอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ สะท้อนถึงบทเรียนสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรสาธารณสุข หน่วยงานในพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากลงพื้นที่ของทีม SEhRT
พบแนวทางเพื่อนำกลับมาพัฒนารูปแบบการปฏิบัติงานของทีม SEhRT อาทิ การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในศูนย์พักพิง ที่ต้องเร่งสื่อสารให้ความรู้ถึงมาตรฐานน้ำที่สะอาดปลอดภัย วิธีปรับปรุงน้ำใช้ในภาวะฉุกเฉิน ปัญหาขยะจากน้ำท่วมในภาคใต้ยังสะท้อนถึงความจำเป็นของการจัดการและคัดแยกขยะ เพื่อลดแหล่งเพาะโรคกลิ่น และแมลง รวมถึงต่อยอดไปสู่การลดใช้พลาสติก การปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์พักพิงอย่างใกล้ชิด โดยเน้นการควบคุมสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและป้องกันโรคเป็นอันดับแรก รวมถึงความปลอดภัยของน้ำดื่มน้ำใช้ การจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล การสุขาภิบาลอาหาร การป้องกันสัตว์และแมลงนำโรค และการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อที่เกิดจากน้ำและอาหาร การสนับสนุนสิ่งของและอุปกรณ์สุขาภิบาลที่จำเป็น เช่น ชุด V-Clean คลอรีนฆ่าเชื้อ ชุด Sanitation Tool Kit หน้ากากอนามัย และสบู่ล้างมือ รวมถึงให้ความรู้ด้านสุขภาพอนามัยแก่ประชาชนเพื่อป้องกันโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้น

แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้พิการ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังในศูนย์พักพิงที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยมีระบบคัดกรองและขึ้นทะเบียนตั้งแต่แรกเข้า การดูแลด้านโภชนาการและสุขาภิบาล การเฝ้าระวังสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ที่นำระบบ Triage (สีเขียว-เหลือง-ส้ม-แดง) มาใช้คัดกรองความเสี่ยงเพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนดจากภาวะความเครียดและจัดระบบส่งต่อกรณีฉุกเฉิน การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง รวมถึงดูแลด้านสุขภาพจิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสในการยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ของประชาชน ให้สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และมีคุณภาพชีวิตที่ดี นำไปสู่ “ชุมชนที่เข้มแข็งและยืดหยุ่นต่อวิกฤต” (Community Resilience) พร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'หมอเดชา' ฟาด สธ. ทำไม​ ไม่บังคับให้ใช้​ 'เหล้าและบุหรี่ทางการแพทย์​เท่านั้น'

'หมอเดชา' กังขา มติครม.เห็นชอบพรบ.ควบคุมกัญชา ให้ใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น ทั้งที่การขออนุญาตจำหน่ายกัญชามีกฎกระทรวงควบคุมมากมาย ฟาด สธ. ทำไม​ ไม่บังคับให้ใช้​ 'เหล้าและบุหรี่ทางการแพทย์​เท่านั้น'

เปิดฟังความเห็นร่างกม. 3 ฉบับ 'อาสาพยาบาลชุมชน' ถึงต้น ต.ค.

รัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมาย 3 ฉบับ 'อาสาพยาบาลชุมชน' ผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย ตั้งแต่วันนี้ถึงต้นเดือน ต.ค. 2569

ถอยคนละก้าว ! ปิดประชุม 02.09 น. แต่ยังไม่เคลียร์ญัตติไฟใต้-กกต.

'วิปรัฐบาล-ฝ่ายค้าน' ถอยคนละก้าว ถอนชื่อถกงบฯ 70 จบมาตรา 26 สั่งพักประชุมตี 2 ก่อนลุยต่อเก้าโมงเช้า หวิดปะทะ 'รองเปิ้ล' หลังบอกต้องทำสภาให้เป็นที่ศรัทธา ปชช. ด้าน ’พริษฐ์‘ ขอความชัดเจนวาระร้อนชายแดนใต้-กกต.

'ยามะเร็งพระราชทาน' ส่งถึงรพ.แล้ว 2.88 พันกล่อง คาด ต.ค. กระจายครบ

รัฐบาลเผยยามะเร็งพระราชทาน 'IMCRANIB' กระจายให้โรงพยาบาลแล้ว 2,880 กล่อง ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองได้รับยาแล้ว 215 ราย คาดกระจายครบ 23,000 กล่อง ภายในเดือนตุลาคม