เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ม.ค. 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดงานประชุม “เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จป. ผู้นำการสร้างสุขภาวะองค์กร” ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร ผ่านศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต มีผู้บริหารสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) และเครือข่ายความปลอดภัยในการทำงานทั่วประเทศเข้าร่วมงาน 300 คน
ร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานที่จะช่วยส่งเสริมให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี คือ การมีสุขภาพดี ไม่ต้องเผชิญการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และหัวใจขาดเลือด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงาน สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารรสจัด ขาดการออกกำลังกาย และเครียดสะสม กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีภารกิจในการคุ้มครอง กำกับ ดูแลให้ลูกจ้างทำงานด้วยความปลอดภัย รวมทั้งการส่งเสริมให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงสานพลัง สสส. พัฒนาโครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานในสถานประกอบกิจการ สู่การเป็นผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะในองค์กร มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการ 424 แห่ง พร้อมเป็นต้นแบบขยายผลไปสู่สถานประกอบกิจการทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกจ้างมีสุขภาพดี เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ นำพาประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนต่อไป
“ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรฯ ได้มีการพัฒนาให้เกิดหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพ จป. เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ” จุดมุ่งหมายสำคัญ คือ การพัฒนาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานให้มีทักษะในการเป็นผู้นำการสร้างเสริมสุขภาวะองค์กร เช่น การดูแลสุขภาพคนงานแบบองค์รวม (Total Worker Health) พัฒนาโปรแกรมสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะในสถานประกอบการ และเรียนรู้เครื่องมือพื้นฐานเพื่อดูแลสุขภาพใจสำหรับแรงงาน ผู้ที่เข้าร่วมอบรมจะสามารถประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกิดจากพฤติกรรมของลูกจ้าง และสามารถให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานจากสถานประกอบการเข้าร่วมอบรม 898 คน เกิดการบูรณาการงานด้านความปลอดภัยและการสร้างเสริมสุขภาพของลูกจ้างในสถานประกอบการอย่างเข้มแข็ง” ร.อ.สาโรจน์ กล่าว
น.พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ไทยต้องเผชิญปัญหาคนวัยทำงานป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรค NCDs สอดคล้องกับผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 ปี 2567-2568 โดย สสส. และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน 45% ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 29.5% ป่วยเบาหวาน 10.6% ที่น่าเป็นห่วง คือ มีคนที่เสี่ยงเป็นเบาหวานในอนาคตสูงถึง 5.7 ล้านคน จากสถานการณ์ดังกล่าว สสส. จึงร่วมกับ กสร. และกระทรวงแรงงาน ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะในสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิดองค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace) พัฒนาให้เกิดชุดองค์ความรู้ในการสร้างเสริมสุขภาพ เช่น คู่มือแนวทางการดำเนินการโครงการสร้างเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ แผนการบริหารจัดการสุขภาพคนงานแบบองค์รวม ที่สำคัญ คือการส่งเสริมให้เกิดโมเดลต้นแบบสถานประกอบการ 70 แห่ง ที่ให้ความสำคัญกับสร้างนโยบายส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานระดับองค์กร
“ในปี 2569 สสส. เดินหน้าสนับสนุนให้สถานประกอบการไทยพัฒนาสภาพแวดล้อมที่ทำงาน เพื่อเอื้อให้คนวัยทำงานมีสุขภาวะดีระยะยาวด้วย 7 แนวทางสำคัญ 1.ออกแบบสภาพแวดล้อม เพื่อให้คนทำงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งกายและใจ 2.ดูแลสุขภาพจิตคนวัยทำงาน โดยออกแบบระบบเวลาการทำงานที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิต 3.ปรับรูปแบบการทำงานที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกาย 4.ยกระดับโรงอาหารในองค์กร สู่การเป็นโรงอาหารสุขภาพ 5.สร้างทักษะการรู้เท่าทันภัยสุขภาพในยุคดิจิทัล 6.สร้างวัฒนธรรมองค์กรปลอดบุหรี่และแอลกอฮอล์ 7.ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคม สำหรับสถานประกอบการที่สนใจร่วมขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://happy8workplace.thaihealth.or.th/happy-8 ” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว
นายรัชธัช จุลละจินดา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์ จำกัด หนึ่งในสถานประกอบการต้นแบบ กล่าวว่า บริษัทฯ นำเอาแนวคิด Happy Workplace ของ สสส. เข้ามาเป็นหนึ่งในพันธกิจขององค์กร เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและบรรยากาศการทำงานที่ดีให้แก่พนักงาน โดยบูรณาการงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสุขภาวะองค์กรเข้าด้วยกัน มีกิจกรรมที่สำคัญเกิดขึ้น เช่น การปรับพื้นที่การทำงาน ลดเสี่ยงป่วยออฟฟิศซินโดรม จัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านโภชนาการ และแชร์ประสบการณ์ดูแลสุขภาพจิต เกิดชมรมสันทนาการเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กร และชมรม Happy Dance มุ่งสร้างค่านิยมการออกกำลังกาย ผลลัพธ์จากการดำเนินงาน พบพนักงานมีค่าน้ำตาลในเลือดลดลง 95.24% ความดันโลหิตลดลง 61.90% ดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ปกติเพิ่มขึ้น 33.33% ที่น่าสนใจ พบพนักงานมีความรู้เรื่องสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น 92.25% ทั้งนี้ บริษัทฯ เตรียมขยายผลการสร้างเสริมสุขภาวะของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาวะดี และตั้งเป้าลดอัตราการลาป่วยของพนักงานลง 25% ภายในปี 2569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดร.ปราบ เบอร์ 6' ชิงนายก อบจ.นนทบุรี เปิด MATRIX LINK เชื่อม 'รถ-ราง-เรือ' ลดรอยต่อการเดินทาง
ชูเป้าหมาย “ต่อเดียว รู้เวลา รู้ราคา” ใช้ข้อมูลการเดินทางจริงออกแบบ Feeder เชื่อมชุมชนกับรถไฟฟ้า–ท่าเรือ ย้ำไม่เริ่มจาก “ซื้อรถกี่คัน” แต่เริ่มจาก “คนนนท์ต้องต่อรถกี่ครั้ง” นนทบุรี “ทำไมมีรถไฟฟ้าแล้ว เรายังต้องขับรถ ต่อรถ หรือหาวิธีไปขึ้นรถไฟฟ้าอีกหลายทอด?”
อว. ชู 'ทุนมนุษย์' หัวใจขับเคลื่อนประเทศไทยยุค AI ดัน Super AI Engineer Season 6 สร้าง 'งานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดี' ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ปัจจุบัน AI กำลังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ การผลิต การบริการ การศึกษา และการวิจัย ประเทศจึงจำเป็นต้องมี “ทุนมนุษย์” ที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ กระทรวง อว. จึงมุ่งพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง เพื่อสร้าง “งานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดี” และรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ AI
SET จับมือ พาราไดซ์ พาร์ค จัดงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” ยกทัพผ้าไทยและงานคราฟต์จากทั่วประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก พร้อมชู 4 แนวคิดสู่ความยั่งยืน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) โดย ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค และเครือข่ายพันธมิตรผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม จัดงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” รวบรวมสุดยอดผ้าไทยและงานคราฟต์จากทั่วประเทศ
“สุชาติ” สั่ง “กรมทะเล” บุกจับเรือดำน้ำฝ่าฝืนมาตรการคุ้มครองทะเล จอดแช่-ผูกทุ่นกลางเกาะราชาใหญ่
วันที่ 4 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญกับการปกป้อง อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกำชับ หน่วยงานในสังกัดถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
'ฟิวร์เจอร์ สกาย' เดินหน้า e-WorkPermit พร้อมบุกทวงถามค่าจ้าง 715 ล้านบาท
ฟิวร์เจอร์ สกาย แถลงข่าวทวงถามเงินค่าจ้างที่กรมการจัดหางานค้างจ่ายมากว่า 10 เ
กยท. ผลักดันสวนยางอารยเกษตร ตั้งเป้าหมาย 100,000 ไร่ มั่นใจช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
กยท.เดินหน้า โครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร สู่เป้าหมาย100,000ไร่ ภายในปี2570 นำร่องผลักดันสวนยางต้นแบบ33แห่งในพื้นที่10จังหวัดภาคอีสานตอนบน

