รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ความเห็นต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาภายหลังการเลือกตั้ง ว่า
โจทย์สำคัญของประเทศอยู่ที่โครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลพลเรือนกับกองทัพ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดเสถียรภาพด้านความมั่นคงในระยะต่อไป หากเป็นรัฐบาลที่มีความชัดเจนด้านความมั่นคงอย่างสีน้ำเงิน จะสามารถสนับสนุนการทำงานของกองทัพได้อย่างเป็นเอกภาพ ทำให้การตัดสินใจด้านยุทธศาสตร์เดินหน้าได้จริง โดยไม่ต้องเผชิญแรงเสียดทานทางการเมืองเหมือนที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน หากเป็นรัฐบาลที่ความสัมพันธ์กับกองทัพมีรอยต่อ หรือมีแนวคิดปฏิรูปเชิงเผชิญหน้า อาจนำไปสู่ความตึงเครียด ความติดขัดเชิงโครงสร้าง และเปิดช่องให้แรงกดดันจากภายนอกเข้ามาแทรกแซงได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการผู้นี้ชี้ว่า สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามของไทยหวั่นเกรงมากที่สุด คือ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เนื่องจากถูกมองว่าเป็นรัฐบาลที่มีความแข็งแรงด้านความมั่นคง มีทิศทางชัดเจนในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และไม่อ่อนข้อในประเด็นอธิปไตย จึงทำให้เกิดความพยายามกดดันหรือแทรกแซงจากภายนอกเท่าที่จะทำได้
ในประเด็นท่าทีของกัมพูชา รศ.ดร.ดุลยภาค มองว่า คำพูดและท่าทีจากฝ่ายการเมืองระดับสูงของกัมพูชาเป็น สัญญาณทางการเมือง ที่สะท้อนความพยายามสร้างอำนาจต่อรองผ่านช่องทางการทูตและสื่อ มากกว่าการใช้กำลังทางทหาร ซึ่งปัจจุบันมีศักยภาพลดลงอย่างชัดเจน โดยต้องใช้เวลาฟื้นฟูซักระยะกว่ากัมพูชาจะกลับมาเปิดศึกกับไทยได้เต็มรูปแบบ
“ตอนนี้ กัมพูชาไม่สามารถใช้กำลังทหารได้เหมือนเดิม จึงหันมาใช้กลไกอื่น เช่น การเคลื่อนไหวในเวทียูเนสโก และการสื่อสารผ่านสื่อ เพื่อโจมตีภาพลักษณ์ของไทย แต่เกมลักษณะนี้ ไทยสามารถรับมือได้ เพราะประชาคมโลกย่อมมองออกว่า การตั้งฐานทหารในโบราณสถานและการนำโบราณสถานมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง” รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าว
พร้อมยังเน้นว่า หากเกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ ทีมการทูตโดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้สร้างมาตรฐาน ในเชิงยุทธศาสตร์ไว้แล้ว ตรงนี้ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง อาจมีการสะดุดหยุดลง เพราะขั้วการเมือง ก็ใช้ว่าจะนิยมแนวการทูตเชิงรุกเสมอไป
“ท่านสีหศักดิ์เป็นนักการทูตเชิงรุกที่มีความสามารถสูง โต้ตอบได้รวดเร็ว ตรงประเด็น เขียนสปีชและสื่อสารในเวทีระหว่างประเทศได้อย่างมีพลัง เราเห็นผลงานชัดเจนว่าไทยสามารถรักษาจุดยืนและศักดิ์ศรีของประเทศได้อย่างสง่างาม” รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าว
สำหรับรัฐบาลอนุทิน รศ.ดร.ดุลยภาค ประเมินว่า ตามหลักแล้ว ผลประโยชน์แห่งชาติประกอบด้วย 4 แกนหลัก ได้แก่ การปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง-ความปลอดภัยของประเทศ ความมั่นคั่งของรัฐ;เกียรติภูมิของประเทศ
“รัฐบาลอนุทินทำให้หลักการเหล่านี้ปรากฏชัด เราเห็นการรักษาพื้นที่อธิปไตย การลดความสูญเสียของประชาชนในภาวะตึงเครียด แม้ต้องปิดด่านบางช่วงเพื่อความมั่นคง แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่จำเป็นต่อผลประโยชน์ของชาติ ขณะเดียวกัน ภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของประเทศทั้งในการตอบโต้กัมพูชาและในเวทีโลกก็ได้รับการยกระดับอย่างชัดเจน โดยเฉพาะจากบทบาทของท่านสีหศักดิ์”
รศ.ดร.ดุลยภาค ทิ้งท้ายว่า หากมีการเปลี่ยนรัฐบาล ความเข้มแข็งในเชิงนโยบายต่อกัมพูชาอาจลดลง โดยเฉพาะแนวทางที่รัฐบาลอนุทินยึดหลักตามเส้นปฏิบัติการแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 อย่างเคร่งครัด ไม่อ่อนข้อในประเด็นอธิปไตย ซึ่งเป็นหัวใจของความมั่นคงชายแดนที่อิงอยู่กับผลประโยชน์แห่งชาติ หากความแข็งแรงในจุดนี้อ่อนตัวลง ก็อาจเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามฮึกเหิมมากขึ้นได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย
สางปม'โกง-ขายชาติ'ลดเงื่อนไข บริหารสมดุลเครือข่าย'สีน้ำเงิน'
ไม่รู้ว่ามีแรงฮึดจากไหน สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวกลางวงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในประเด็นร้อนที่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาเรื่อง ทุจริต-โกงชาติ
'โจ มณฑานี' ประกาศแบก 'อนุทิน' เต็มตัว ลั่นใครไม่เลือก เจ้เลือก!
“โจ มณฑานี” ประกาศจุดยืนหนุนนายกฯ และรัฐบาลแบบเต็มกำลัง สวนเสียงเชียร์
โวบี้สแกมเมอร์ระหํ่า! กรณ์แฉชื่อพันทุนเทา
“อนุทิน” กร้าว ปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ตรวจสอบ “วรภัค” เป็นเรื่องตัวบุคคล รบ.กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน
นายกฯ ยันพรรคร่วมไร้รอยร้าว มั่นใจผ่านฉลุยศึกซักฟอก
“อนุทิน” ยังไม่กำหนดวันคุยรมต. แต่สื่อสารพรรคร่วมฯตลอด ลั่นมั่นใจผ่านซักฟอกเพราะไม่เคยมีเจตนารมณ์ไม่สุจริตในการทำงาน
'อนุทิน' ลั่นรัฐบาลปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ ยึดทรัพย์ไม่เกรงใจใคร
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ออกส่งหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐฯขอให้ตรวจสอบและพิจารณาคว่ำบาตร 28 รายชื่อ ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีรายชื่อของนายวรภัค ธันยาวงษ์

