“สสปท.- สสส.” เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในองค์กร ลดการสูญเสียคนทำงานจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการสร้างระบบนิเวศด้านความปลอดภัยสู่สังคมสุขภาวะ โดยการขับเคลื่อนมาตรการองค์กรด้านความปลอดภัยทางถนน” มุ่งยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของแรงงาน ลดการบาดเจ็บและการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขและปัญหาความปลอดภัยในการทำงานที่สำคัญของประเทศ

​ดร.นันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือ สสปท. เปิดเผยว่า สถิติการบาดเจ็บและอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2562-2566 โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตรวม 5,629,653 ราย ซึ่งอยู่ในกลุ่มอายุ 15-19 ปี มีจำนวนสูงสุด รองลงมา คือกลุ่มอายุ 20-24 ปี และ 25-29 ปี ตามลำดับ ซึ่งสาเหตุการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตมาจากอุบัติเหตุทางถนน จากกลุ่มอายุ ทั้ง 3 กลุ่ม นี่คือทรัพยากรบุคคลที่สำคัญของประเทศ นี่คือวัยที่อยู่ในช่วงการศึกษา ไปจนถึงวัยทำงาน และทั้งหมดนี้คือความสูญเสียของประเทศไทย ที่มาจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

​ทั้งนี้ ดร.นันทชัย กล่าวต่อว่า สสปท.จึงได้ประสานไปยัง สำนักงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด (สอจร.) โดยการสนับสนุนของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส. ) ดำเนิน “โครงการสร้างระบบนิเวศด้านความปลอดภัยสู่สังคมสุขภาวะ โดยการขับเคลื่อนมาตรการองค์กรด้านความปลอดภัยทางถนน” ซึ่งโครงการฯ ดังกล่าวนี้ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและผลักดัน “มาตรการองค์กรด้านความปลอดภัยทางถนน” (Road Safety Organization ) ให้เกิดการนำไปใช้จริงในสถานประกอบกิจการ โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การบริหารจัดการองค์กร และการสร้างเสริมสุขภาวะ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานและการเดินทางที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

“สสปท. เห็นความสำคัญของการยกระดับความปลอดภัยทางถนนในมิติของการทำงาน การขับเคลื่อนมาตรการองค์กรด้านความปลอดภัยทางถนนไม่ใช่เพียงการออกกฎระเบียบ แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ให้ผู้บริหาร ลูกจ้าง และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ” ดร.นันทชัยกล่าว

ดร.นันทชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือกับ สสส. ในครั้งนี้ เป็นการผสานจุดแข็งระหว่างองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงานกับแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อสร้าง “ระบบนิเวศด้านความปลอดภัย” ที่ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายองค์กร การบริหารจัดการความเสี่ยง การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ไปจนถึงการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ โครงการฯ จะมีการพัฒนาแนวทาง เครื่องมือ และองค์ความรู้สำหรับสถานประกอบกิจการ รวมถึงการสร้างเครือข่ายองค์กรต้นแบบ เพื่อขยายผลการดำเนินงานสู่ภาคส่วนต่าง ๆ อันจะนำไปสู่การลดอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มแรงงาน และเสริมสร้างความปลอดภัยอย่างยั่งยืนในระดับประเทศต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือนภัยแก๊งค้ายาออนไลน์งัดกลยุทธ์เจาะนักเสพหน้าใหม่

เปิดผลวิจัย พบแก๊งค้ายาออนไลน์ ใช้โค๊ดลับ ขาย-ส่ง ยาเสพติดผ่านอีคอมเมิร์ซ ส่งผ่านไรเดอร์ เก็บเงินปลายทาง ห่วงเด็ก เยาวชน เป็นเหยื่อนักเสพหน้าใหม่

'จุลพันธ์' ชู ESG-AI ยกระดับความปลอดภัยแรงงาน เปิดเวที OAIC 2026 ดันไทยสู่ 'วัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน'

“จุลพันธ์” เปิดงาน OAIC 2026 ชู ESG ขับเคลื่อนความปลอดภัยแรงงานทุกกลุ่ม ผสาน AI-หุ่นยนต์-qระบบอัตโนมัติ ป้องกันความเสี่ยงเชิงรุก ด้าน สสปท. เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยจากงานวิชาการสู่นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง

“รมว.พัฒนา” ยัน รัฐบาลไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า 100% มอบนโยบายจัดตั้งคณะทำงานกำหนด KPI ร่วม สสส. - สธ. เห็นชอบแผนเลิกยาสูบ-นิโคติน แบบไร้รอยต่อ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 1 เป็นประธานการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 7/2569

สสส. พร้อมร่วมงาน รพ.ชุมชน ตามนโนบาย รมว.สาธารณสุข ยึดเป้าหมายเดียวกัน สร้างเสริมสุขภาพ-ป่วย-เจ็บ น้อยลง อายุคาดเฉลี่ยเพิ่ม ลดงบรักษา

จากกรณีที่ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในงานประชุมวิชาการโรงพยาบาลชุมชน ให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลชุมชน และระบบบริการปฐมภูมินั้น นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ยินดีทำงานร่วมกับ รพ.ชุมชน ได้หารือเบื้องต้นกับ

'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี  

“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี

สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ

ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ