
อุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณะสำคัญของประเทศไทย ที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องเดินทางไป-กลับระหว่างบ้านกับโรงเรียนเป็นประจำ ความสูญเสียจากอุบัติเหตุไม่เพียงสร้างบาดแผลทางร่างกาย แต่ยังทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดลึกลงไปในจิตใจของครอบครัว โรงเรียน และชุมชนอย่างยากจะลบเลือน
หนึ่งในเหตุการณ์ที่สะเทือนใจสังคม คืออุบัติเหตุเพลิงไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จังหวัดอุทัยธานี บนถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 23 ราย ในจำนวนนี้เป็นครู 3 ราย และนักเรียนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ แต่ยังสะท้อนช่องโหว่ด้านมาตรฐานความปลอดภัย ระบบกำกับดูแล และความรับผิดชอบของหลายภาคส่วน
จากความสูญเสียครั้งนั้น ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังเพื่อ “ไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดซ้ำอีก” ผ่านกิจกรรมสร้างการเรียนรู้และฟื้นฟูจิตใจ ภายใต้แนวคิด “อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ป้องกันได้”

รวมพลังเครือข่าย เติมพลังใจ สร้างความปลอดภัยไปด้วยกัน
กลุ่มผู้ก่อการดี Hero of the Road ร่วมกับเครือข่ายพลังผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต มูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และกลุ่มไม้ขีดไฟ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “เติมพลังใจ สร้างพลังความปลอดภัยทางถนน”
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเยียวยาจิตใจ ฟื้นฟูความเข้มแข็งของชุมชน และเพิ่มทักษะองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคนในพื้นที่
นางรัชนี สุภจริยากุล ประธานเครือข่ายพลังผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน หรือที่สังคมรู้จักในนาม “คุณแม่หมอกระต่าย” ผู้สูญเสียจากเหตุถูกรถชนบนทางม้าลาย เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ลุกขึ้นมาขับเคลื่อนกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ ด้วยความเชื่อว่า ความเข้มแข็งจากผู้สูญเสียสามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังในการป้องกันความสูญเสียครั้งใหม่ได้
เรียนรู้ผ่าน 3 ฐานกิจกรรม ปลูกเมล็ดพันธุ์ความปลอดภัยตั้งแต่ต้น
หัวใจของกิจกรรม คือการสร้างการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ โดยออกแบบเป็นฐานกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3
ฐานที่ 1 “ติดกระดุมเม็ดแรก เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน”
มุ่งเน้นการปลูกฝังพื้นฐานความปลอดภัยในการใช้ถนน ตั้งแต่การสวมหมวกกันน็อกอย่างถูกวิธี ภายใต้แนวคิด “หมวกกันน็อก สมองไม่น็อก” การยกมือข้ามถนน การใช้ทางม้าลาย การหยุดรถให้คนข้ามถนน รวมถึงการตระหนักถึงความเสี่ยงจากพฤติกรรมใกล้ตัว เช่น เด็กเดินเล่นโทรศัพท์มือถือบนทางเท้า หรืออุบัติเหตุตกท่อที่เกิดขึ้นบ่อยในพื้นที่ชุมชน
ฐานที่ 2 “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความเสี่ยงกับวัยรุ่น”
ถ่ายทอดความรู้เรื่องพิษภัยของแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ผลกระทบต่อสมอง การทำให้สมองเสื่อมก่อนวัย การทำลายตับ ระบบภูมิคุ้มกัน และความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเน้นย้ำแนวคิด “เมาไม่ขับ” และการรู้เท่าทันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้เด็กสามารถนำไปบอกต่อ เตือนพ่อแม่และคนในครอบครัวได้
ฐานที่ 3 “เรียนรู้ ป้องกัน ห่างไกล บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า”
มุ่งสร้างความเข้าใจถึงอันตรายของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ที่ไม่เพียงส่งผลต่อปอด แต่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว โดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจง่าย เหมาะกับวัย และเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน
บทเรียนจากโศกนาฏกรรม สู่การยกระดับวัฒนธรรมความปลอดภัย

นางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม (สำนัก 10) สสส. ระบุว่า เหตุการณ์รถบัสไฟไหม้เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า ความปลอดภัยของเด็กไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องรอง พร้อมย้ำว่า “ความปลอดภัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก และเป็นหน้าที่ร่วมกันของผู้ใหญ่ทุกคน”
สสส.จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายออกแบบกิจกรรมที่ไม่เพียงถ่ายทอดความรู้ด้านกฎจราจร การสวมหมวกนิรภัย และการคาดเข็มขัดนิรภัย แต่ยังครอบคลุมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น แอลกอฮอล์ และบุหรี่ไฟฟ้า ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ส่งต่อกำลังใจ เพื่อให้ทุกคนก้าวผ่านความสูญเสียไปด้วยกัน
เสียงจากผู้สูญเสีย ความจริงที่ไม่ควรถูกลืม

นายมหาโภคัย ขำกระแส ศิษย์เก่ารุ่นแรกของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม และผู้สูญเสียลูกชายและหลานชายจากเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัส เปิดเผยว่า ตลอด 1 ปีหลังเกิดเหตุ ครอบครัวผู้สูญเสียยังต้องอยู่กับความเศร้า และทุกครั้งที่มีข่าวอุบัติเหตุลักษณะคล้ายกัน ยิ่งตอกย้ำบาดแผลในใจ
เขาชี้ว่า สาเหตุของความสูญเสียไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นความบกพร่องร่วมกันของหลายระบบ ตั้งแต่ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่กำกับดูแล ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เข้มงวดเพียงพอ และเรียกร้องให้มีการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุแล้ว
สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ตั้งแต่เด็ก ถึงชุมชน

นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้ออกแบบให้เด็กเรียนรู้ผ่านเกมและกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น เกมบันไดงูลดอุบัติเหตุ บิงโกจราจร เกมแว่นเมา และจิ๊กซอว์สิทธิเด็ก เพื่อให้เข้าใจง่าย สนุก และนำไปใช้ได้จริง
ขณะที่ผู้บริหารโรงเรียนย้ำว่า การทัศนศึกษาและกิจกรรมนอกสถานที่ยังคงมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก แต่ต้องมาพร้อมกับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ทั้งสภาพรถ คนขับ และการได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองอย่างรอบคอบ
ก้าวต่อไป บนถนนที่ปลอดภัยกว่าเดิม
กิจกรรม “เติมพลังใจ สร้างพลังความปลอดภัยทางถนน” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมชั่วคราว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน ผ่านการเรียนรู้ การเยียวยา และการร่วมมือของทุกภาคส่วน

บทเรียนจากความสูญเสียครั้งนี้ กำลังถูกแปรเปลี่ยนเป็นองค์ความรู้ เพื่อปกป้องชีวิตของเด็ก เยาวชน และผู้ใช้ถนนทุกคน พร้อมย้ำเตือนสังคมว่า อุบัติเหตุทางถนนไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ หากทุกคนร่วมกันรับผิดชอบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“วิกฤตอาหารนนทบุรี” สู่โจทย์ใหญ่สุขภาพคนเมือง
สถานการณ์ด้านอาหารของจังหวัดนนทบุรีกำลังส่งสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ เมื่อข้อมูลล่าสุดจากสภานโยบายอาหารนนทบุรีสะท้อนภาพ “วิกฤตซ้อนวิกฤต”
'เชียงใหม่' ตัดวงจรผู้ป่วยเสพยาติดซ้ำ ผนึกท้องถิ่น 'ล็อก 1 ปี' ดูแลต่อเนื่อง
สสส. ผนึกท้องถิ่น ชู 9 อำเภอต้นแบบ “ชุมชนล้อมรักษ์” จ.เชียงใหม่ “ล็อก 1 ปี” ป้องกัน – บำบัด ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดต่อเนื่อง ตัดวงจรหวนคืนกลับมาเสพซ้ำ ล้างความรุนแรงมุ่งสร้างชุมชนปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน
ปลุกพลังเยาวชน..เปลี่ยนอนาคตท้องถิ่น 7,800อปท.ออกต้นแบบสร้างสุขภาวะ
ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ปัญหาสุขภาพจิต และแรงกดดันทางสังคม
9 องค์กรต้นแบบ เอื้อคนทำงานสุขภาวะจิตดี
สสส.และภาคีเครือข่าย มอบรางวัล “9 องค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต” (Thai Mind Awards 2026) เปลี่ยนที่ทำงานเป็นพื้นที่แห่งความสุขความปลอดภัยต่อจิตใจ
4 ปี “หมอกระต่าย” กับบทเรียนบนท้องถนน อย่าปล่อยให้ทางม้าลาย...เป็นพื้นที่เสี่ยง
เสียงสะท้อนจากเหตุการณ์สะเทือนใจเมื่อ 4 ปีก่อน ยังคงดังก้องอยู่ในสังคมไทย เหตุการณ์การเสียชีวิตของ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ “หมอกระต่าย” จักษุแพทย์สาว
คนเมืองสุขภาวะดี! สสส. นำทีม 19 ภาคี สานพลัง ปั้น “ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์”
วันที่ 6 มี.ค.2569 ที่ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อน "ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์" 19 ภาคี นำโดย สสส. มูลนิธิช่วยไร้พรมแดน และภาคีเครือข่ายองค์กรโดยรอบ จัดกิจกรรม “เวทีสานพลังขับเคลื่อนย่านสุขภาวะสร้างสรรค์” เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและวางทิศทางยกระดับคุณภาพชีวิต 3 ชุมชนละแวกบ้านรอบ สสส.

