
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “สอจ. ต่อยอดเครือข่ายภาครัฐ และภาคเอกชน” ภายใต้โครงการส่งเสริม SMEs และบูรณาการการแก้ไขปัญหาสินค้าไม่มีคุณภาพจากต่างประเทศ ณ โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ อยุธยา เพื่อวางรากฐานการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ และปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสินค้าด้อยคุณภาพที่ทะลักเข้ามาผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Marketplace) เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกมีอุปทานส่วนเกิน ส่งผลให้มีการระบายสินค้าราคาต่ำที่ไม่มีมาตรฐานเข้ามาในไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงแต่กระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศที่ผลิตสินค้าถูกต้องตามกฎหมาย

“นโยบายภาครัฐให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยกระทรวงฯ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับด่านศุลกากร เพิ่มความเข้มงวดในการเปิดตู้สินค้า การป้องกันสินค้าสวมสิทธิ์ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน และเร่งเพิ่มจำนวนสินค้าควบคุมภายใต้มาตรฐานบังคับ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน คุ้มครองผู้บริโภค และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทย” นายณัฐพล กล่าว
การฝึกอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2569 โดยความร่วมมือของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ในการใช้งานระบบ e-Market Surveillance ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามและตรวจสอบร้านจำหน่ายสินค้าทั่วประเทศ ไฮไลท์สำคัญคือ
• พัฒนาบุคลากรภาครัฐ 250 ราย และภาคเอกชน รวมถึงเครือข่ายผู้บริโภคอีก 250 ราย เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังสินค้าด้อยคุณภาพในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ
• การลงพื้นตรวจร้านจำหน่ายในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งนอกจากจะเป็นการฝึกปฏิบัติการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เป้าหมายแล้ว ยังจะดำเนินการกับสินค้าไม่ได้มาตรฐานที่ขายในตลาดออฟไลน์ส่วนภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม

“ กระทรวงฯ คาดหวังว่าโครงการนี้จะสร้างระบบการทำงานที่เข้มแข็งระหว่าง สมอ. และหน่วยงานท้องถิ่น โดยตั้งเป้าหมายจะสามารถลดจำนวนการร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าด้อยคุณภาพลงได้อย่างน้อย ร้อยละ 30 ซึ่งปีนี้จะเน้น 3 สินค้าหลัก ได้แก่ ไดร์เป่าผม พาวเวอร์แบงค์ และปลั๊กพ่วง รวมทั้งให้สินค้า มอก. ต้องแสดง QR Code คู่กับเครื่องหมาย มอก. เพื่อให้ประชาชนสแกนตรวจสอบข้อมูลผู้ผลิตและรายละเอียดสินค้าได้ด้วยตนเอง หากข้อมูลไม่ตรงกับฐานข้อมูลกลางของ สมอ. ระบบจะแจ้งเตือนได้ทราบทันที นอกจากนี้ กระทรวงฯ มีแผนเชิงรุกที่จะปูพรมตรวจสถานประกอบการโรงงานยางรถยนต์ และโรงงานเหล็กทั่วประเทศ” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปิดท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงอุตฯ ดัน 'GMT SMEs' By DIPROM ยกระดับ SMEs ไทยด้วยมาตรฐานระดับสากล พร้อม ผนึก 'ส.อ.ท.' ต่อยอดรับแรงแข่งขันการค้าโลก
กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ด้วยมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ผ่านการผลักดัน “Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs (GMT By DIPROM)” มาตรฐานการผลิตสำหรับ SMEs ไทย ครอบคลุมการประเมิน 5 ด้านสำคัญ

